จ่าต้น เมี่ยงปลาเผา พนมสารคาม ปลาทับทิมยักษ์ใหญ่ย่าง บุฟเฟ่ต์ผัก ผลไม้ สามเส้น
| ชื่อ | ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ |
|---|---|
| หมวด | แหล่งท่องเที่ยวสำหรับกิจกรรมพิเศษ นันทนาการ และความสนใจพิเศษ |
| พื้นที่ | ตำบลเกาะขนุน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา |
| ที่อยู่ | 7 หมู่ 2 |
| เวลา | เปิดพุธ-พฤหัส, เสาร์-อาทิตย์ 08.00-17.00 น. |
| ค่าเข้า | 20 |
| โทรศัพท์ | 0 3855 4982-3, 08 1686 0639, 0 3859 9105-6 |
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีเนื้อที่กว้างใหญ่ประมาณ 1,895 ไร่ ศูนย์แห่งนี้ได้รับสถาปนาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2522 เนื่องมาจากพื้นที่บริเวณดังกล่าวมีสภาพเสื่อมโทรม ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ เนื้อดินเป็นทราย มีการชะล้างพังทลายของดินสูง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงพัฒนาพื้นที่ สภาพแวดล้อมและระบบนิเวศน์บริเวณศูนย์ ทั้งการพัฒนาแหล่งน้ำ ฟื้นฟูสภาพป่า การพัฒนาดิน การวางแผนการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ จนพื้นที่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ด้วยวิธีการเกษตรแผนใหม่ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประชาชนมีโอกาสพึ่งพาตนเองได้ จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิตและเป็นศูนย์รวมการพัฒนาแบบเบ็ดเสร็จ ถือเป็นต้นแบบแนวทางและตัวอย่างการพัฒนาให้แก่พื้นที่อื่น อีกทั้งอาศัยความร่วมมือจากส่วนราชการต่างๆและเอกชน ภายในศูนย์มีการแบ่งพื้นที่เพื่อทำการสาธิตและทดลองงานต่าง ๆ ได้แก่ การพัฒนาที่ดิน การปศุสัตว์ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ งานศิลปาชีพและโครงการสวนป่าสมุนไพร มีแปลงทดลองปลูกพืชนานาชนิด อาทิ พันธุ์หวายที่มีในประเทศไทย อโวคาโด มะม่วงทุกพันธุ์ทั้งของประเทศไทยและต่างประเทศ โดยจัดตั้งเป็น “สวนพฤกษศาสตร์ภาคตะวันออก” เพื่อดูแลงานวิจัยเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของพืชสมุนไพรต่างๆ ภายในอาคารจัดเป็นนิทรรศการบรรยายและสาธิตการผลิตสมุนไพรต่าง ๆ มีห้องอบสมุนไพรซึ่งเปิดบริการทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-16.00 น. (30 บาทต่อคน) ผู้ที่สนใจจะเข้าชมศูนย์เป็นหมู่คณะและต้องการเจ้าหน้าที่นำชม ใช้เวลาชมประมาณ 2 ชั่วโมง ทำจดหมายติดต่อล่วงหน้า เรียน ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ นอกจากนั้นศูนย์ฯยังมีบริการที่พัก (ห้องพัดลม 50 บาทต่อคน ห้องปรับอากาศ 100 บาทต่อคืน
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนเป็นสถานที่ที่ให้ความรู้และแรงบันดาลใจเกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืนได้ดีมาก บรรยากาศร่มรื่นและมีพื้นที่กว้างขวาง เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจเรียนรู้เรื่องการเกษตรและการอนุรักษ์ธรรมชาติ รวมถึงการปลูกพืชสมุนไพรที่น่าสนใจ
ชอบที่นี่เพราะได้เห็นตัวอย่างการพัฒนาพื้นที่เสื่อมโทรมให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง มีนิทรรศการและการสาธิตที่เข้าใจง่าย และบริการห้องอบสมุนไพรที่น่าสนใจมาก เหมาะกับคนที่ชอบกิจกรรมเชิงนิเวศและเรียนรู้วิถีชีวิตแบบพอเพียง