ให้อาหารปลาหมอยักษ์ ป้อนนมปลาคาร์ฟ ที่โอเอซีส ซีเวิล จันทบุรี ระหว่างทางหลงทางไปสวนผลไม้
| ชื่อ | อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎ |
|---|---|
| หมวด | แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ |
| พื้นที่ | อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี |
| เวลา | ทุกวัน 06.00-18.00น. |
| ค่าเข้า | 40 |
| โทรศัพท์ | 0 3960 9666 |
| เว็บไซต์ | เปิดเว็บไซต์ |
อุทยานแห่งนี้เป็นต้นน้ำสำคัญของแม่น้ำจันทบุรี สภาพป่าในบริเวณนี้มีทั้งป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา และป่าไม้ผลัดใบ มีสมุนไพรและกล้วยไม้ป่านานาชนิด รวมทั้งมีพันธุ์ไม้หายาก คือ ไม้กฤษณา มีสัตว์ป่าชุกชุม เช่น กระทิง เสือ หมี กวาง เก้ง เลียงผา และนกชนิดต่างๆ ตามลำห้วยมีปลาพลวง ปลาก้าง ปลาหนวด ปลาดุกรำพัน อาศัยอยู่ สถานที่น่าสนใจในบริเวณอุทยาน ฯได้แก่ น้ำตกกระทิง มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาคิชฌกูฏ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มี ๑๓ ชั้น ใช้เวลาเดินไป-กลับ ๓ ชั่วโมง เล่นน้ำได้ แต่ละชั้นห่างกันราว ๒๐ เมตร ชั้นที่ ๘-๙ เป็นชั้นที่สวยงามที่สุด ระหว่างทางจะผ่านป่าไผ่และพันธุ์ไม้หลากชนิด งามยิ่ง นอกจากนี้ยังมีชายหาดขนาดใหญ่ริมธารน้ำตกที่เกิดจากทรายที่ถูกน้ำป่าพัดลงมาเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ ลำธารชั้นล่างของน้ำตกอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ๑๐๐ เมตร ยอดเขาพระบาท ประดิษฐานอยู่บนยอดเขาคิชฌกูฎ การเดินทางเริ่มต้นที่วัดพลวงไปตามถนนลูกรังที่ลาดชันและคดเคี้ยวมาก ระยะทาง ๘ กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินขึ้นเขาไปอีกประมาณ ๑.๒ กิโลเมตร ระหว่างทางจะมีจุดแวะพักให้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทิวทัศน์บนยอดเขาคิชฌกูฏหรือเขาพระบาทนี้เป็นปรากฎการณ์ทางธรณีวิทยาที่นำมาผูกกับตำนานทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ ศิลาเจดีย์ รอยพระพุทธบาทหลวง หินรูปบาตรคว่ำ ถ้ำฤาษี หินที่มีรูปร่างคล้ายเต่าและช้างขนาดยักษ์ และหากต้องการจะเดินต่อไปจนถึงเขตผ้าแดง ซึ่งเป็นเขตสิ้นสุดที่สามารถเดินไปได้จะต้องเดินขึ้นเขาต่อจากลานพระบาทไปอีก ๘๐๐ เมตร บนยอดเขาพระบาทซึ่งมีอากาศเย็นสบายนั้น สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเทือกเขาสระบาป เขาสุกิม เกาะนมสาว และตัวเมืองจันทบุรีได้อย่างชัดเจน เฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีนถึงช่วงวันมาฆบูชาของทุกปีจะมีประชาชนขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาททั้งกลางวันและกลางคืนเป็นจำนวนมาก (สำหรับผู้สูงอายุมีไม้เท้าให้เช่า ราคาอันละ ๕ บาท และบริการแคร่แบกหามในราคาเที่ยวละ ๔๐๐ บาท) การเดินทาง จากตัวอำเภอเมืองจันทบุรีผ่านแยกเขาไร่ยา ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๓๒๔๙ ระยะทางประมาณ ๑๘ กิโลเมตร โดยใช้ทางขึ้นเขาพระบาทพลวง (ทางขึ้นคนละจุดกับอุทยานฯ) เมื่อถึงวัดพระบาทพลวงต้องจอดรถส่วนตัวทิ้งไว้ (มีลานจอดรถไว้บริการ) จากนั้นมีรถสองแถวบริการขึ้นเขาพระบาทออกจากวัดพลวงไปสิ้นสุดที่บริเวณทางขึ้นยอดเขาพระบาท โดยรถที่ขึ้นยอดเขาแบ่งเป็น ๒ ช่วง ค่าโดยสารช่วงละ ๕๐ บาท/คน (รวมไป-กลับ ๒๐๐ บาท) มีรถบริการตลอดเวลา ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที จะถึงจุดเริ่มต้นการเดินเท้าขึ้นไปรอยพระบาท สอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎ โทร. ๐ ๓๙๔๕ ๒๐๗๔ น้ำตกคลองช้างเซ อยู่ระหว่างทางขึ้นเขาพระบาท ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่เหมาะแก่การเดินป่าศึกษาธรรมชาติ โดยเริ่มจากหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ เดินเป็นวงกลมแล้ววนกลับมาที่เดิม ระหว่างทางจะมีคำบรรยายเขียนไว้ ใช้เวลาในการเดินประมาณ ๓ ชั่วโมง ระยะทาง ๔ กิโลเมตร น้ำตกคลองไพบูลย์,น้ำตกคลองกระสือ เป็นธารน้ำตกขนาดใหญ่เหมาะแก่การลงเล่นน้ำ บรรยากาศร่มรื่น อยู่บริเวณหน่วยพิทักษ์ที่ คก. ๒ (คลองไพบูลย์) ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ ๘ กิโลเมตร มีลานกางเต็นท์ โทร ๐ ๓๙๔๕ ๒๐๗๔ น้ำตกคลองไพบูลย์เป็นธารน้ำตกขนาดใหญ่เหมาะแก่การลงเล่นน้ำและพักผ่อน บรรยากาศสงบร่มรื่น อยู่บริเวณที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ คก.2 (คลองไพบูลย์) ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 8 กิโลเมตร ค่าเข้าอุทยานฯ ชาวไทย ผู้ใหญ่ ๔๐ บาท เด็ก ๒๐ บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ ๒๐๐ บาท เด็ก ๑๐๐ บาท สถานที่พัก อุทยานฯ มีบริการบ้านพัก จำนวน ๖ หลัง พักได้ ๒-๘ คน มีเต็นท์ให้เช่า พักได้ ๓-๖ คน และในกรณีที่นักท่องเที่ยวนำเต็นท์มาเองเสียค่าพื้นที่กางเต็นท์ สอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ โทร. ๐ ๓๙๔๕ ๒๐๗๔ หรือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. ๐ ๒๕๖๒ ๐๗๖๐ หรือ www.dnp.go.th
อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันงดงามและความหลากหลายของพันธุ์ไม้และสัตว์ป่า การเดินทางขึ้นไปยังยอดเขาพระบาทให้ความรู้สึกท้าทายและคุ้มค่ามาก โดยเฉพาะวิวทิวทัศน์ที่มองเห็นได้จากยอดเขานั้นสวยงามและสงบ การได้สัมผัสกับน้ำตกกระทิงและป่าไผ่ระหว่างทางเดินก็เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ
ที่นี่เหมาะสำหรับผู้ที่รักการผจญภัยและการศึกษาธรรมชาติ มีเส้นทางเดินป่าที่ให้เรียนรู้เกี่ยวกับพันธุ์ไม้และสัตว์ป่าหลายชนิด รวมถึงน้ำตกที่สามารถเล่นน้ำได้อย่างปลอดภัย การเดินทางอาจจะต้องใช้ความอดทนและเตรียมตัวให้พร้อม แต่เมื่อได้สัมผัสบรรยากาศจริงแล้วจะรู้สึกว่าคุ้มค่ามากกับความสวยงามและความสงบของสถานที่