เหลือเชื่อเมื่อเข้าไปด้านใน โรงเลื่อยท่าแพ เชียงใหม่
| ชื่อ | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนแปะ |
|---|---|
| หมวด | แหล่งท่องเที่ยวสำหรับกิจกรรมพิเศษ นันทนาการ และความสนใจพิเศษ |
| พื้นที่ | ตำบลข่วงเปา อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ |
| ที่อยู่ | 96 บ้านขุนแปะหมู่ 12 |
| เวลา | ทุกวัน เวลา 06.00-18.00 น. |
| โทรศัพท์ | 098 008 8441 |
| เว็บไซต์ | เปิดเว็บไซต์ |
ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. 2526 ตามพระราช ดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อช่วยเหลือชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงและม้ง โดยสร้างอาชีพทดแทน การปลูกฝิ่น และทำไร่เลื่อนลอย มีชีวิตความ เป็นอยู่ที่ดีขึ้น คลอบคลุมพื้นที่เกษตรหมู่บ้าน เริ่มดำเนินงานเมื่อปี พ.ศ. 2527 ตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อให้ราษฎรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยการส่งเสริมปลูกพืชเขตหนาวทดแทนการทำไร่เลื่อนลอย และเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้เกิดการพึ่งพาตนเอง ตลอดจนพื้นฟูและอนุรักษ์สภาพแวดล้อมให้มีความอุดมสมบูรณ์ ปัจจุบันศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนแปะ ได้จัดทำแปลงทดสอบสาธิตและส่งเสริมเกษตรกรในการเพาะปลูกพืชผัก ไม้ผล กาแฟ ภายใต้ระบบการเพาะปลูกมาตรฐานอาหารปลอดภัย ได้แก่ ระบบมาตรฐานการเพาะปลูกที่ดี (GAP) สร้างรายได้ที่มั่นคงและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแก่เกษตรกร นอกจากนี้ยังสนับสนุนและส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยการจัดกิจกรรมและพัฒนาด้านการศึกษา สังคม สิ่งแวดล้อม และสาธารณสุข สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้เข้มแข็ง และยังมีการส่งเสริมการปลูกป่าชาวบ้านตามแนวพระราชดำริป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง การอนุรักษ์ดินและน้ำด้วยการปลูกหญ้าแฝก รณรงค์การลดการใช้สารเคมี และเฝ้าระวังการปนเปื้อนมลพิษในสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรที่สูงแก่นักเรียน นักศึกษา เกษตรกร และผู้สนใจทั่วไป
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนแปะเป็นสถานที่ที่น่าสนใจสำหรับคนที่ชื่นชอบธรรมชาติและการเรียนรู้เกี่ยวกับเกษตรกรรมแบบยั่งยืน ที่นี่มีบรรยากาศสงบ เหมาะกับการพักผ่อนและศึกษาวิธีการปลูกพืชเขตหนาวอย่างปลอดภัย รวมถึงได้เห็นวิถีชีวิตของชุมชนชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงและม้งที่ได้รับการส่งเสริมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ประทับใจกับความตั้งใจของโครงการหลวงที่ช่วยพัฒนาชุมชนและรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างครบถ้วน ที่นี่มีการจัดกิจกรรมและแปลงสาธิตให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้ระบบการเพาะปลูกที่ดี และยังเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไปที่อยากเข้าใจเรื่องเกษตรกรรมและการอนุรักษ์ธรรมชาติ