เที่ยวสะใจเมืองนครฯ 6/6: หลาดน้ำหัวไทร นครศรีธรรมราช
| ชื่อ | กลุ่มหัตถกรรมจักสานพัดใบกะพ้อบ้านโคกยาง |
|---|---|
| หมวด | แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม |
| พื้นที่ | อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช |
| ที่อยู่ | 10 |
พัดใบกะพ้อ เป็นงานหัตถกรรมภูมิปัญญาของชาวบ้านที่ได้ประดิษฐ์คิดค้น สร้างสรรค์ใบกะพ้อจากธรรมชาติ ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ สวยงาม สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายประการ มาเกือบ 100 ปี แรกเริ่มของพัดใบกะพ้อ เกิดจากราษฏร ที่อาศัย อยู่ที่บ้านโคกยาง หมู่ที่ 10 ตำบลร่อนพิบูลย์ อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ในปัจจุบัน ไปทำสวนยางพาราและสวนผลไม้ ที่บ้านสวนเลา หมู่ที่ 5 ตำบลทุ่งโพธิ์ อำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ในปัจจุบัน บริเวณสวนยางพารา หรือสวนผลไม้ มีต้นกะพ้อเป็นจำนวนมาก จึงได้ตัดใบกะพ้อมาตกแต่งให้มีขนาดพอเหมาะ พัดลมบรรเทาคลายความร้อน หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานในสวนยางพาราและสวนผลไม้ หลังจากนั้นก็เริ่มนำมาใช้บ้านเรือน โดยใช้พัดลมบรรเทาคลายความร้อนในยามพักผ่อน และพัดลมในการติดไฟประกอบอาหาร ซึ่งใช้ได้ไม่นานก็เสื่อมสภาพ ต่อมามีการนำใบกะพ้อมาแยกเป็นกลีบแล้วสอดเป็นลายขัดทำเป็นพัดใบกะพ้อใช้ประโยชน์ได้มากกว่าเดิมแต่ฉีกขาดได้ง่ายเนื่องจากใบกะพ้อไม่เหนียวทน วิวัฒนาการการทำพัดใบกะพ้อจากการใช้ใบมาเป็นยอดกะพ้อที่ยังกลม โดยนำมาแยกกลีบใบแล้วลวกน้ำร้อนทำให้พัดใบกะพ้อมีความทนทาน ฉีกขาดได้ยาก มีสีขาวดูแล้วสวยงาม มีการตกแต่งด้ามพัดด้วยหวายที่มีความประณีต ราษฏรที่ประกอบอาชีพทำสวนผลไม้ นำผลไม้มาขายตามตลาดนัดต่างๆ และนำพัดใบกะพ้อมาใช้พัดลมในระหว่างที่ขายผลไม้ ทำให้แม่ค้าในตลาดนัดเกิดความสนใจพัดใบกะพ้อมาใช้แทนกระดาษหนาที่ใช้พัดลม การทำพัดใบกะพ้อเพื่อจำหน่ายจึงเริ่มขึ้นจากตลาดนัดเล็กๆ เป็นตลาดประจำอำเภอ ประจำจังหวัด และจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ ตลอดจนตลาดในกรุงเทพมหานคร
การเยี่ยมชมกลุ่มหัตถกรรมจักสานพัดใบกะพ้อบ้านโคกยางทำให้ได้เห็นถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมานานกว่า 100 ปี งานจักสานที่นี่นอกจากจะสวยงามแล้วยังมีความทนทานและใช้ประโยชน์ได้จริง เป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจสำหรับคนที่ชอบเรียนรู้วัฒนธรรมและงานฝีมือพื้นบ้าน
ประทับใจกับวิธีการพัฒนางานหัตถกรรมใบกะพ้อจากวัสดุธรรมชาติที่เรียบง่ายจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและความสวยงาม การได้เห็นขั้นตอนการทำและความละเอียดอ่อนในการตกแต่งด้ามพัดทำให้เข้าใจถึงความตั้งใจของชุมชนในการรักษาศิลปะพื้นบ้านนี้ไว้