ท่าเรือบางแดดไปเกาะพระทอง boat to Ko Phra Thong
| ชื่อ | เขื่อนพระราม 6 |
|---|---|
| หมวด | แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ |
| พื้นที่ | ตำบลท่าหลวง อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา |
| ที่อยู่ | หมู่ 10 |
| เวลา | เปิดตลอดเวลา |
| โทรศัพท์ | 0 3580 2697 9 |
เขื่อนพระราม 6 เป็นเขื่อนทดน้ำและระบายน้ำแห่งแรกในประเทศไทย ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 15,494,452 บาท โครงสร้างของเขื่ือนส่วนใหญ่เป็นโลหะ เหล็กน้ำหนักหลายสิบตัน ยังใช้งานได้เหมือนวันเริ่มต้น มีเทคโนโลยีสมัยใหม่บ้างก็เพียงเล็กน้อย เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ เขื่อนมีช่องระบายน้ำ กว้าง 12.5 เมตร สูง 7.80 เมตร 6 ช่อง ติดบานประตูเหล็กแบบเลื่อนลงในแนวดิ่ง โครงยกเขื่อนวัดจากพื้นท้องน้ำขึ้นมา สูง 22.77 เมตร บานเหล็กแต่ละบานหนัก 41 ตัน การยกบานเหล็ก ใช้วิธีถ่วงด้วยถังจุน้ำขนาดใหญ่ ที่ใส่หินน้ำหนักถังละ 82 ตัน แขวนไว้ ในช่วงแรกปิด-เปิดหรือยกบานประตูด้วยคน ปัจจุบัน ปิด-เปิด ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า มีความสามารถทดน้ำไว้เหนือเขื่อนได้สูงสุดที่ระดับ +7.8 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง(ร.ท.ก.) และระบายน้ำทิ้งท้ายเขื่อนได้สูงสุด 1,800 ลูกบาศก์เมตร/วินาที สามารถส่งน้ำให้กับพื้นที่เพราะปลูก 680,000 ไร่ โดยระบายน้ำเข้าคลองส่งน้ำระพีพัฒน์สายใหญ่ ที่มีความยาว 32 กิโลเมตร จากประตูระบายน้ำพระนารายณ์สู่พื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักใต้นครหลวง รังสิตเหนือ รังสิตใต้ คลองด่านและพระองค์ไชยานุชิต บางส่วน คลองน้ำสายนี้ ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่มีความสัมพันธ์กับเขื่อนที่ขุดขึ้นในช่วงใกล้เคียงกัน เพื่อใช้ในการส่งน้ำให้พื้นที่เกษตรกรรม มีลักษณะต้นทางกว้าง ปลายทางแคบ เพื่อไม่ให้น้ำมากเกินความต้องการ แต่ในการป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ และภาคกลาง กลับพยายามจะเร่งผลักดันน้ำผ่านทางนี้ ซึ่งจะมีผลเสียต่อการเกษตรกรและชุมชนสองฝั่งคลอง
เขื่อนพระราม 6 เป็นสถานที่ที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบงานวิศวกรรมและธรรมชาติ การได้เห็นโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ที่ยังคงใช้งานได้ดีตั้งแต่ยุคแรกทำให้รู้สึกประทับใจ นอกจากนี้บรรยากาศรอบเขื่อนยังสงบและมีวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำและคลองที่สวยงาม เหมาะแก่การพักผ่อนและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของการจัดการน้ำในประเทศไทย
การเยี่ยมชมเขื่อนพระราม 6 ทำให้เข้าใจถึงความสำคัญของโครงสร้างนี้ในการส่งน้ำให้พื้นที่เกษตรกรรมในภาคกลาง นอกจากจะได้เห็นการทำงานของประตูเขื่อนที่ใช้เทคโนโลยีผสมผสานระหว่างอดีตและปัจจุบันแล้ว บริเวณโดยรอบยังมีความร่มรื่นและเหมาะกับการเดินเล่นหรือถ่ายภาพ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่มีคุณค่าทางวิชาการและประวัติศาสตร์ควรค่าแก่การเยี่ยมชม