อําเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย(sawankalok)
| ชื่อ | วัดท่าเกษม |
|---|---|
| หมวด | แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม |
| พื้นที่ | ตำบลคลองกระจง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย |
| ที่อยู่ | 83 หมู่ 4 |
| เวลา | เปิดทุกวัน 08.00-17.00น. |
| โทรศัพท์ | 081-4744560 พระครูสุขุมธรรมนิเทศก์ |
วัดท่าเกษม สถานที่ตั้ง ตั้งอยู่เลขที่ 83 หมู่ 4 ตำบลเมืองบางยม อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย จดทะเบียนปี ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2399 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2518 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 13 เมตร 10 เซนติเมตร ยาว 31 เมตร 40 เซนติเมตร ได้ผูกพัทธสีมา วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2518 ประวัติความเป็นมา วัดท่าเกษม สร้างขึ้นเป็นวัดเมื่อประมาณ พ.ศ. 2399 เดิมเรียกว่า "วัดตาโกร้ง" เพราะมีหลวงตาโกร้ง หงษาเป็นพระธุดงค์ มาพำนักอยู่ในระยะแรกเริ่มสร้างวัด ต่อมาเมื่อชาวบ้านได้เรียกชื่อหมู่บ้านของตนว่า บ้านท่าเกษม ก้ได้เรียกนามวัดนี้ว่า วัดท่าเกษม ตามชื่อหมู่บ้านด้วยและได้ใช้เป็นนามวัดที่ถูกต้องมาจนตราบจนทุกวันนี้ เหตุสำคัญ เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2525 สมเด็จพระอริยะวงศาคตยาณ (วาสน์ วาสโน) สมเด็จพระสังฆราช สกุลมหาสังฆปรินายกวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพฯ สังฆราชองคืที่ 18 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้เสด็จมาที่วันท่าเกษม พระองคืได้ประกอบพิธียกช่อฟ้าอุโบสถ และปลูกต้นสาละซึ่งเป็นต้นไม้ที่เกี่ยวกับพุทธประวัติไว้ที่ด้านหน้าอุโบสถ ปัจจุบันกำลังเจริญเติบโตขึ้นตามลำดับเป็นสิ่งเตือนใจให้อนุสรณ์ถึงพระองค์ท่านสืบต่อไป นานเท่านาน ตำนานที่เกี่ยวข้อง/ความเชื่อ (ถ้ามี) - ลักษณะเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของสถานที่ มีวิหารพระเกจิสำคัญเช่น หลวงพ่อนาค สุวรรณโน หลวงพ่อแนม กตปุญโญ หลวงปู่ทวด สมเด็จพระพุฒาจารย์โต เป็นต้น ศาลาพระพิฆเนศ ความสำคัญ มีพระเครื่องที่เป็นชื่อเสียงของวัดคือ พระร่วงรางปืน ซึ่งทางวัดได้จัดสร้างมาหลายแบบ หลายพิมพ์ เป็นที่นิยมของผู้ที่ศรัทธา กลุ่มคนที่ใช้ ชาวบ้านท่าเกษม และประชาชนทั่วไป จำนวนผู้อยู่อาศัย - ผู้ดูแล พระครูสุขุมธรรมนิเทศก์
วัดท่าเกษมเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่น่าสนใจมาก การเดินชมวิหารและศาลาพระพิฆเนศทำให้รู้สึกได้ถึงความสงบและความศรัทธาของชุมชนท้องถิ่น นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับพระเครื่องชื่อดังของวัดที่มีความสำคัญในวงการศรัทธา
บรรยากาศของวัดท่าเกษมมีความเรียบง่ายแต่ทรงคุณค่า เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และศาสนา การได้เห็นต้นสาละที่ปลูกโดยสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 18 ก็เป็นจุดเด่นที่น่าประทับใจ นอกจากนี้ยังมีองค์พระเกจิสำคัญที่ทำให้วัดนี้มีความหมายลึกซึ้งยิ่งขึ้น