MR.HOTSIA TRAVEL

เที่ยวดาร์จีลิ่งด้วยตัวเอง

mr.hotsia travel อินเดีย ดาร์จีลิง(Darjeeling) HOT06178

ประเทศ
อินเดีย
เมือง/จังหวัด
ดาร์จีลิง(Darjeeling)
รหัสเรื่อง
HOT06178
ผู้เขียน
mr.hotsia
เจาะลึกบังกลาเทศ EP 52 : Hilsa fisg bangladesh ปลาตะลุมพุกฮิลซา ค๊อกบาซา จิตตะกอง บังกลาเทศ
กินไก่ทอดอินเดียและข้าวหมกไก่อินเดียแท้ในบังคาลอร์ (Bengaluru) อินเดีย
กินแบบโบราณข้าวเหนียวใส่กล้วยอาหารของหมู่บ้านคนไทยในอินเดียเป็นอาหารเช้า

เที่ยวดาร์จีลิ่งด้วยตัวเอง: เมืองชาสุดคลาสสิกบนเทือกเขาหิมาลัย

สวัสดีครับ ผม mr.hotsia วันนี้จะพาไปเที่ยวเมืองดาร์จีลิ่ง (Darjeeling) เมืองเล็ก ๆ บนเทือกเขาหิมาลัยในรัฐเบงกอลตะวันตก ประเทศอินเดีย ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ผมหลงรักด้วยเหตุผลหลายอย่าง ทั้งบรรยากาศที่เย็นสบาย วิถีชีวิตที่ผสมผสานวัฒนธรรมหลากหลาย และที่สำคัญคือชาดาร์จีลิ่งที่มีชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งผมได้ลองชิมและสัมผัสด้วยตัวเองอย่างเต็มที่

การเดินทางสู่ดาร์จีลิ่ง

สำหรับผม การเดินทางเริ่มต้นที่โกลกาต้า (Kolkata) ซึ่งผมเลือกบินตรงมายังสนามบิน Bagdogra ที่อยู่ใกล้ดาร์จีลิ่งประมาณ 90 กิโลเมตร จากนั้นก็ทำการต่อรถจิ๊ปแท็กซี่โดยสารทั้งแบบเหมาคันและแชร์ร่วมกับคนอื่น ๆ เพื่อเดินทางขึ้นสู่เมืองดาร์จีลิ่ง เส้นทางนี้จะพาเราขึ้นไปบนเขา ผ่านหมู่บ้านเล็ก ๆ และวิวภูเขาที่สวยงาม การนั่งรถจิ๊ปเป็นประสบการณ์ที่สนุกสนานและได้สัมผัสชีวิตชาวบ้านจริง ๆ ส่วนใครที่อยากลองเดินทางโดยรถไฟเล็ก หรือที่รู้จักกันในชื่อ Toy Train ก็สามารถนั่งได้จากเมืองสิริกูรี (Siliguri) ซึ่งอยู่ด้านล่างของดาร์จีลิ่ง ตัวรถไฟนี้เป็นรถไฟแคบที่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกในปี 1999 ผมเองก็มีโอกาสได้นั่งรถไฟไอน้ำโบราณที่นี่ ซึ่งเป็นประสบการณ์ย้อนยุคที่หาไม่ได้ง่าย ๆ ในอินเดีย

บรรยากาศและวิถีชีวิตของดาร์จีลิ่ง

เมืองดาร์จีลิ่งตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,042 เมตร อากาศเย็นสบายตลอดปี อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยเพียง 14.9 องศาเซลเซียส และต่ำสุดเฉลี่ย 8.9 องศาเซลเซียส ผมเองเดินเล่นในเมืองช่วงกลางวัน อากาศกำลังดี พัดเย็น ๆ ผ่านบ้านเรือนที่มีสถาปัตยกรรมยุคอาณานิคมอังกฤษยังคงหลงเหลือให้เห็นอยู่มากมาย ทำให้รู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลาไปช่วงศตวรรษที่ 19 ที่ดาร์จีลิ่งเคยเป็นเมืองพักตากอากาศของเจ้าหน้าที่อังกฤษในอินเดีย

ผมชอบเดินผ่านตลาดสดเล็ก ๆ ในเมืองซึ่งอยู่ใกล้คิวรถระหว่างเมือง ตลาดนี้เป็นจุดที่ชาวบ้านในพื้นที่นำของสดและของแห้งมาขาย อาหารพื้นเมืองอย่าง MOMO ซึ่งคล้ายกับเสี่ยวหลงเปาหรือซาลาเปาหมั่นโถว มีทั้งแบบทอดและนึ่ง ก็มีขายที่นี่ด้วย สัมผัสได้ถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรม ที่ดาร์จีลิ่งมีประชากรผสมผสานทั้งชาวเนปาล ฮินดู พุทธ และทิเบต แม้แต่ภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวันก็หลากหลายตามไปด้วย แต่ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนและมีความสามัคคีในชุมชน

ใครที่สนใจบรรยากาศตลาดสดและอาหารพื้นเมือง ผมแนะนำให้อ่านเพิ่มเติมใน ตลาดสด ตลาดขายของดาร์จีลิ่ง อินเดีย และ อาหารการกินชาวดาร์จีลิ่ง อินเดีย ที่ผมเคยเขียนไว้นะครับ

ชาดาร์จีลิ่ง: ราชาแห่งชาอินเดีย

ถ้าพูดถึงดาร์จีลิ่ง คงไม่มีใครไม่รู้จักชาที่นี่ ที่นี่ผลิตชาคุณภาพสูงทั้งชาดำ ชาเขียว ชาขาว และชาอูหลง ซึ่งมีกลิ่นหอมละมุนแตกต่างจากชาอินเดียส่วนใหญ่ ผมไม่ใช่คอชาที่ดื่มเป็นประจำ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะลองจิบชาดาร์จีลิ่งแท้ ๆ ให้รู้รสชาติของมัน ชาที่นี่มีกลิ่นหอมดอกไม้และรสชาติละมุนลึก ทำให้ผมรู้สึกสดชื่นและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน

ถ้าสนใจเรื่องชาดาร์จีลิ่งอย่างละเอียด สามารถอ่านบทความของผมได้ที่ ชาดาร์จีลิ่ง อินเดีย รับรองว่าได้ความรู้และมุมมองที่ลึกซึ้งกว่าแค่ชาร้อน ๆ แน่นอนครับ

ที่พักและการใช้ชีวิตในดาร์จีลิ่ง

เรื่องที่พักในดาร์จีลิ่ง ผมพักที่โรงแรม Dekeling Hotel ซึ่งอยู่ในทำเลที่ดีมาก ใกล้กับโซนนักท่องเที่ยว มีร้านกาแฟและร้านอาหารให้เลือกไม่กี่แห่ง แต่บรรยากาศโดยรอบเหมาะกับการเดินเล่นพักผ่อนอย่างแท้จริง ราคาที่ผมจ่ายในช่วงหน้าฝนก็แสนถูก แค่ประมาณ 800 บาทต่อคืน จากราคาที่แจ้งใน Google Map เกือบสามเท่าเลยทีเดียว การพักในเมืองนี้จึงเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าและน่าประทับใจมาก หากใครกำลังมองหาโรงแรมในดาร์จีลิ่ง ลองดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ แนะนำโรงแรมในดาร์จีลิ่ง อินเดีย

ในเรื่องการเดินทางภายในเมือง ผมแนะนำให้เดินมากกว่า เพราะถนนเล็กและชัน การเดินทำให้เราได้เห็นชีวิตคนท้องถิ่นได้อย่างใกล้ชิด ทั้งการทักทายหมาเห่าเป็นระยะ และบ้านเรือนที่ตั้งเรียงรายตลอดทาง

วัฒนธรรมและการศึกษา: ดาร์จีลิ่งในมุมของผม

ผมประทับใจในความหลากหลายทางวัฒนธรรมของดาร์จีลิ่ง ที่นี่ไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยวธรรมดา แต่ยังเป็นศูนย์กลางการศึกษาสำหรับนักเรียนจากอินเดียและประเทศเพื่อนบ้าน โรงเรียนหลายแห่งใช้ภาษาอังกฤษและเนปาลเป็นสื่อการสอน มีทั้งโรงเรียนรัฐบาล เอกชน และสถาบันทางศาสนา ดาร์จีลิ่งเคยเป็นที่ตั้งของโรงเรียนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากระบบอีตันและฮาร์โรว์ในอังกฤษ ซึ่งผมคิดว่านี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เมืองนี้มีบรรยากาศแบบอังกฤษผสมผสานในทุกอณูของเมือง

นอกจากนี้ ดาร์จีลิ่งยังเป็นเมืองแห่งดนตรีและศิลปะ ชาวบ้านและนักเรียนมักร้องเพลง เล่นดนตรีในเวลาว่าง ช่วยเติมเต็มสีสันและชีวิตชีวาให้เมืองนี้น่าหลงใหลยิ่งขึ้น

สรุปประสบการณ์เที่ยวดาร์จีลิ่งด้วยตัวเอง

ดาร์จีลิ่งสำหรับผมคือเมืองที่มีเสน่ห์ลึกซึ้ง ทั้งในแง่ภูมิประเทศ วัฒนธรรม และผู้คน ผมชอบการเดินทางที่ได้สัมผัสรถไฟโบราณ Toy Train ที่วิ่งผ่านภูเขาและทิวทัศน์ที่สวยงาม ชิมชาคุณภาพสูง และได้เดินตลาดสดที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวพลุกพล่าน นอกจากนี้ยังได้พักในโรงแรมราคาสบายกระเป๋าแต่บรรยากาศอบอุ่น ทุกอย่างผสมผสานกันอย่างลงตัวจนผมอยากกลับไปอีกครั้ง

สำหรับใครที่สนใจเส้นทางนี้ ผมแนะนำให้เริ่มต้นจากเมืองสิริกูรี (Siliguri) ซึ่งเป็นประตูสู่ดาร์จีลิ่งและรัฐสิกขิม แนะนำอ่านเพิ่มเติมเรื่อง แบกเป้เที่ยวเมืองสิริกูรี และถ้าหากจะเดินทางต่อไปยังรัฐสิกขิมก็มีข้อมูลดี ๆ ที่ผมเขียนไว้ใน แบกเป้อินเดีย 38/129: เดินทางจากดาร์จีลิงไปแกงตก ครับ

สุดท้ายนี้ การเที่ยวดาร์จีลิ่งด้วยตัวเองไม่ยากอย่างที่คิด ขอแค่มีใจรักที่จะสัมผัสวิถีชีวิตและธรรมชาติเมืองเล็ก ๆ บนเทือกเขาหิมาลัยแห่งนี้ รับรองว่าคุณจะได้ความทรงจำที่ล้ำค่าและประสบการณ์กินใจกลับบ้านแน่นอนครับ

อ่านต่อเรื่องใกล้เคียง