แบกเป้อินเดียเหนือ 23/45 : Chai Tea in Dibrugarh ชาข้างถนนเมืองดิบรูก้า อัสสัม
mr.hotsia travel อินเดีย จังหวัดไม่ระบุ HOT06132
แบกเป้อินเดียเหนือ 23/45 : Chai Tea in Dibrugarh ชาข้างถนนเมืองดิบรูก้า อัสสัม
สำหรับ mr.hotsia การเดินทางไปอินเดียเหนือในครั้งนี้มีหลากหลายจุดหมาย แต่หนึ่งในเสน่ห์ที่ผมไม่อาจละเลยได้เลยคือ “ชาข้างถนน” หรือ Chai Tea ที่เมืองดิบรูก้า (Dibrugarh) รัฐอัสสัม ดินแดนแห่งชาสายพันธุ์ดีที่ขึ้นชื่อทั่วโลก สายลมเย็นๆ ของยามเช้าผสมกลิ่นใบชาหอมกรุ่นในอากาศ ทำให้ผมต้องหยุดเดินเพื่อดื่มชาร้อนๆ สักแก้วก่อนจะเริ่มต้นออกสำรวจเมืองนี้
ดิบรูก้าเป็นเมืองเล็กๆ ที่ไม่ได้อยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวหลักของอินเดีย แต่ถ้าคุณชื่นชอบความเรียบง่ายและบรรยากาศแบบท้องถิ่นแท้ๆ ที่นี่คือคำตอบที่ผมอยากบอกต่อ ผมเดินลัดเลาะตามตรอกซอกซอยที่เต็มไปด้วยร้านขายชาริมถนน ซึ่งแทบทุกมุมจะมีเตาบาร์บีคิวเล็กๆ จุดไฟอุ่นๆ เอาไว้ต้มชาใส่เครื่องเทศหลายอย่าง เช่น ขิง อบเชย และกระวาน กลิ่นชาเข้มข้นปนหวานนวลจากนมข้นทำให้ชาร้อนๆ ที่นี่ไม่เหมือนที่ไหนในโลก
mr.hotsia ชอบนั่งจิบชาที่ร้านเล็กๆ ริมถนนมองดูชีวิตของคนในเมืองที่ค่อยๆ ตื่นขึ้นมา บรรดาคนงานไร่ชา แม่ค้าขายของ และเด็กๆ ที่รีบไปโรงเรียน ต่างก็แวะเวียนเข้ามาซื้อชาร้อนๆ ที่ช่วยเติมพลังให้กับวันใหม่ ชาในดิบรูก้าไม่ได้เป็นแค่เครื่องดื่ม แต่มันคือวัฒนธรรมและจิตวิญญาณของชาวอัสสัมที่ผมได้สัมผัสอย่างลึกซึ้ง
ผมอยากแนะนำให้ลองสั่ง Masala Chai ซึ่งเป็นชาที่ผสมเครื่องเทศสูตรเฉพาะของแต่ละร้าน รสชาติจะมีความกลมกล่อมและอบอุ่นอย่างลงตัว มักจะเสิร์ฟในแก้วปูนเล็กๆ ที่ทำให้ดื่มง่ายและสัมผัสความร้อนของชาได้เต็มที่ พอจิบไปสักพักก็เหมือนถูกดึงเข้าสู่บรรยากาศของชีวิตประจำวันในอัสสัม ที่นี่ยังมีชาร้อนแบบไม่ใส่เครื่องเทศที่เน้นรสชาแท้ๆ เหมาะกับคนที่ชอบรสขมหน่อยๆ
ถ้าใครสนใจอยากดูวิธีการต้มชาที่แท้จริงในสไตล์ดิบรูก้า ผมแนะนำให้ไปชมในตลาดเช้าที่มีทั้งเสียงคนเจรจาและกลิ่นของเครื่องเทศลอยฟุ้ง ร้านชาบางร้านตั้งหม้อชาไว้บนเตาถ่านด้วยวิธีดั้งเดิม ใช้ใบชาจากไร่ที่อยู่ไม่ไกลและน้ำตาลทรายแดงที่ได้จากท้องถิ่น ความอบอุ่นจากเตาและกลิ่นชาเข้มข้นทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในยุคที่ชาถูกนำมาใช้เป็นยาและเครื่องดื่มบำรุงกำลังอย่างแท้จริง
นอกจากชาแล้ว ดิบรูก้ายังมีเสน่ห์ในเรื่องวิถีชีวิตที่สงบเงียบแตกต่างจากเมืองใหญ่อย่างบังคาลอร์หรือมุมไบที่ผมเคยไป บังคาลอร์ เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความเจริญและเทคโนโลยีสูง แต่ดิบรูก้าคือที่ที่คุณจะได้เห็นชีวิตในแบบพื้นบ้านจริงๆ ผู้คนที่นี่ยังคงใช้วิธีเดินทางแบบเรียบง่าย ขี่จักรยานและใช้รถจักรยานยนต์ และที่สำคัญคือวิถีการทำชาที่ยังคงประเพณีอย่างเหนียวแน่น
ผมยังได้เดินทางไปยังไร่ชาที่อยู่รอบเมือง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตชาอัสสัมที่มีชื่อเสียง ใบชาสีเขียวเข้มถูกเก็บด้วยมืออย่างประณีต และนำมาอบแห้งด้วยวิธีเฉพาะตัว ชาที่ได้จึงมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่ยากจะลืมเลือน ไร่ชาบางแห่งเปิดให้คนทั่วไปเข้าเยี่ยมชมและเรียนรู้วิธีการผลิตชา ซึ่งผมก็ไม่พลาดที่จะไปสัมผัสประสบการณ์นี้ด้วยตัวเอง
ถ้าคุณสนใจอยากลองรสชาติชาแท้ๆ จากดิบรูก้า ผมแนะนำให้มาช่วงเช้าหรือเย็น เพราะอากาศกำลังดีและถนนไม่วุ่นวายเกินไป ร้านชาริมถนนจะคึกคัก มีทั้งคนท้องถิ่นและนักเดินทางอย่างผม ที่มานั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวชีวิตกับเจ้าของร้าน ชาแต่ละแก้วจึงมีเรื่องเล่าที่มากกว่าคำบรรยาย
สำหรับคนที่อยากดูคลิปและฟังเสียงบรรยากาศจริงๆ ของการจิบชาที่ดิบรูก้า ผมแนะนำคลิป แบกเป้อินเดียเหนือ 23/45 : Chai Tea in Dibrugarh ชาข้างถนนเมืองดิบรูก้า อัสสัม ที่ผมถ่ายทำไว้อย่างตั้งใจ เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสบรรยากาศชาข้างถนนที่นี่อย่างใกล้ชิด
ถ้าใครวางแผนเที่ยวอินเดียเหนือ ผมอยากให้คุณลองแวะ ดาร์จีลิ่ง ที่ผมเคยเล่าไว้ในบทความก่อนหน้านี้ด้วย เพราะทั้งสองเมืองนี้ต่างมีเสน่ห์ของภูมิประเทศและวัฒนธรรมชาที่น่าสนใจไม่แพ้กัน แต่ถ้าคุณอยากสัมผัสความเรียบง่ายและความอบอุ่นของชาริมถนนที่แท้จริง ดิบรูก้าคือจุดหมายที่ mr.hotsia อยากให้คุณลอง
สุดท้ายนี้ ขอฝากไว้ว่าการเดินทางในอินเดียเหนือไม่ได้มีแค่สถานที่ท่องเที่ยวใหญ่ๆ หรือเมืองที่เจริญแล้ว แต่ยังมีเรื่องราวและวิถีชีวิตที่ซ่อนอยู่ตามตลาดเล็กๆ ริมถนน ที่ผม mr.hotsia เชื่อว่าคนรักการเดินทางและกินดื่มจะต้องหลงรักไม่ต่างจากผมแน่นอน