กินมือ ชาวไทพ่าเก ชุมชนไทหมู่บ้านนำผาเก่ (Namphake) อัสสัม(Assam) อินเดีย
mr.hotsia travel อินเดีย จังหวัดไม่ระบุ HOT05843
กินมือกับชาวไทพ่าเกที่หมู่บ้านนำผาเก่ จังหวัดอัสสัม อินเดีย
การเดินทางครั้งนี้ของผม, mr.hotsia, พาไปยังมุมเล็ก ๆ ของโลกที่หลายคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน นั่นคือหมู่บ้านนำผาเก่ (Namphake) ของชาวไทพ่าเก ในรัฐอัสสัม ประเทศอินเดีย ที่นี่คือจุดเชื่อมโยงของวัฒนธรรมไทที่ยังคงดำรงอยู่กลางความหลากหลายของอินเดียตะวันออกเฉียงเหนือ
เมื่อก้าวเท้าเข้าหมู่บ้านนำผาเก่ สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือกลิ่นอายของวิถีชีวิตดั้งเดิมที่ยังคงความเรียบง่ายและอบอุ่น ชาวบ้านที่นี่ใช้ชีวิตอย่างใกล้ชิดกับธรรมชาติ และวิถีการกินอาหารแบบดั้งเดิมที่ผมขอเรียกว่า กินมือ เป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากในโลกยุคปัจจุบัน
กินมือ - ศิลปะแห่งการกินที่มากกว่ารสชาติ
การกินมือในหมู่บ้านนำผาเก่ไม่ใช่แค่เรื่องของการกินเท่านั้น แต่คือการแสดงออกถึงความเคารพต่ออาหารและธรรมชาติที่เลี้ยงดูพวกเขา อาหารส่วนใหญ่จะประกอบด้วยข้าวเหนียวซึ่งเป็นข้าวประจำถิ่น ผักป่า สัตว์ป่าที่ล่าสดใหม่ และเครื่องเทศพื้นบ้านที่ไม่เหมือนใคร
ผมได้มีโอกาสนั่งล้อมวงกับชาวไทพ่าเก ใช้มือคลุกเคล้าอาหารเข้ากับน้ำพริกที่ทำจากพริกสดและสมุนไพรท้องถิ่น รสชาตินั้นเผ็ดร้อนและกลมกล่อมในเวลาเดียวกัน ความรู้สึกสัมผัสอาหารผ่านมือทำให้ได้สัมผัสความอ่อนนุ่มของข้าวเหนียวและความสดของผักอย่างลึกซึ้งกว่าการใช้ช้อนส้อมทั่วไป
วิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่เก็บรักษาไว้ในหมู่บ้านนำผาเก่
หมู่บ้านนำผาเก่ไม่ใช่แค่ที่กิน แต่เป็นแหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตชาวไทที่ผมได้เห็นถึงความผูกพันกับธรรมชาติและความเรียบง่ายของชีวิต ที่นี่ไม่มีความวุ่นวายของเมืองใหญ่หรือความเร่งรีบแบบที่ผมเคยเจอใน บังคาลอร์ หรือ มุมไบ แต่เป็นความสงบที่ทำให้ผมรู้สึกว่าเวลาเดินช้าลง
ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังคงใช้ภาษาไทพ่าเกในการสื่อสาร มีการเล่าเรื่องราวผ่านเพลงพื้นบ้านและการรำแบบดั้งเดิมที่ผมได้มีโอกาสชมในช่วงเย็น อาหารที่กินร่วมกันและพิธีกรรมท้องถิ่นกลายเป็นสะพานเชื่อมระหว่างคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ ในขณะที่หลาย ๆ แห่งในอินเดียกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หมู่บ้านนี้ยังคงรักษาความเป็นตัวตนของชาวไทไว้อย่างเหนียวแน่น
เดินทางและเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง
สำหรับนักเดินทางที่สนใจมาสัมผัสประสบการณ์ที่นี่ การเดินทางมารัฐอัสสัมนั้นไม่ยากนัก โดยส่วนใหญ่จะมาลงที่สนามบินจัวฮาร์ลาล เนห์รู เมืองกัวฮาติ ซึ่งเป็นเมืองหลักของรัฐ จากนั้นต่อรถเข้าหมู่บ้านนำผาเก่าซึ่งอยู่ในพื้นที่ชนบทลึก การเดินทางอาจจะต้องใช้ความอดทนและเตรียมใจสำหรับเส้นทางที่คดเคี้ยว แต่เมื่อมาถึงจะได้พบกับความงดงามของธรรมชาติและวัฒนธรรมที่แตกต่างอย่างแท้จริง
ถ้าคุณมีเวลามากกว่านี้ ผมแนะนำให้ลองไปเยือนสถานที่ใกล้เคียง เช่น เที่ยวน้ำชี ที่มีบุตดาปาร์คและวัด Ngadok Monastery ซึ่งเป็นศูนย์รวมของชาวพุทธในพื้นที่ที่สวยงามและมีความสงบ เหมาะสำหรับการพักผ่อนหลังจากที่ได้สัมผัสวิถีชีวิตแบบพื้นบ้านในหมู่บ้านนำผาเก่
ข้อคิดจากการกินมือและการเดินทางครั้งนี้
สำหรับผม mr.hotsia การกินมือกับชาวไทพ่าเกในหมู่บ้านนำผาเก่ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของอาหาร แต่เป็นบทเรียนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติและวัฒนธรรมที่ยังคงอยู่ในยุคที่โลกหมุนเร็ว ความอิ่มเอมใจไม่ได้มาจากรสชาติอาหารเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการได้สัมผัสกับความจริงใจของคนที่นี่ การใช้มือจับอาหาร นั่งล้อมวงร่วมกัน เป็นสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกเชื่อมโยงและเข้าใจถึงรากเหง้าของวัฒนธรรมไทอย่างลึกซึ้ง
ถ้าคุณเป็นนักเดินทางที่ชอบค้นหาประสบการณ์ใหม่ ๆ และอยากหลบหนีจากความวุ่นวายของชีวิตเมืองใหญ่ ผมขอแนะนำให้ลองเปิดใจมาที่หมู่บ้านนำผาเก่าที่นี่ แล้วคุณจะรู้ว่าความสุขนั้นบางครั้งอยู่ที่ความเรียบง่ายและความใกล้ชิดกับธรรมชาติจริง ๆ
ติดตามเรื่องราวการเดินทางอินเดียของผมเพิ่มเติมได้ที่ การเดินทางสู่ดาร์จีลิ่ง หรือถ้าชอบบรรยากาศเมืองใหญ่ก็ลองดูที่ แบกเป้เจนไน อินเดีย แล้วเจอกันใหม่ในบทความหน้าครับ!