จากซำเหนือไปฮานอย
mr.hotsia travel ลาว ฮานอย(Hà Nội) HOT05325
จากซำเหนือ สู่ฮานอย: การเดินทางที่เต็มไปด้วยประสบการณ์จริงกับ mr.hotsia
หลังจากผมได้ใช้เวลาหลายวันเดินเล่นในซำเหนือ เมืองเล็ก ๆ ที่แทรกตัวอยู่ในแขวงหัวพัน ประเทศลาว ผมได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่กินตะขาบน้ำที่ตลาดซำเหนือ ไปจนถึงเล่นหวยขูดที่ตลาดเวียงไชย รวมถึงการเยี่ยมชมถ้ำต่าง ๆ อย่างถ้ำท่านไกสอน ถ้ำท่านคำไต และถ้ำท่านหนูฮัก ที่พูมสะหวันและสีพันดอน ความรู้สึกที่ได้รับจากการเดินทางในซำเหนือคือความสงบและความอบอุ่นที่หาไม่ได้ง่าย ๆ ในเมืองใหญ่
วันนี้ mr.hotsia ขอเล่าประสบการณ์การเดินทางจากซำเหนือข้ามไปยังฮานอย ประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นเส้นทางที่หลายคนอาจจะไม่คุ้นเคย แต่ผมบอกเลยว่าคุ้มค่าและน่าตื่นเต้นมาก ๆ
เตรียมตัวและเริ่มต้นจากซำเหนือ
ผมเริ่มเก็บของตั้งแต่เช้าตรู่ และไปรอรถที่ขนส่งซำเหนือตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าเพื่อไม่ให้พลาด รถออกตรงเวลาเป๊ะ 08.00 น. ค่ารถอยู่ที่ 1,200 บาทต่อคน เป็นรถโดยสารที่คนขับและเด็กรถเป็นคนเวียดนาม ซึ่งพูดอังกฤษและลาวได้บ้าง ทำให้การสื่อสารไม่ลำบากนัก
ก่อนออกเดินทาง คนขับพาแวะร้านอาหารเวียดนามในซำเหนือตอนเจ็ดโมงเช้า ผมเลยถือโอกาสนั่งจิบกาแฟเวียดนามแท้ ๆ ที่หอมกรุ่น รสชาติเข้มข้น ไม่เหมือนใครจริง ๆ การได้ลิ้มลองกาแฟในบรรยากาศแบบนี้ ทำให้รู้สึกเหมือนได้อุ่นใจและพร้อมสำหรับการเดินทางไกล
เส้นทางผ่านด่านน้ำสอย-นาแมว: การข้ามแดนที่ไม่ยากอย่างที่คิด
เส้นทางจากซำเหนือไปฮานอยผ่านด่านน้ำสอยฝั่งลาวและด่านนาแมวฝั่งเวียดนามถือว่าสะดวกสบายกว่าที่คิดมาก ถนนทั้งสองฝั่งดีมาก ฝั่งลาวรถไม่ค่อยวิ่งสวน ส่วนฝั่งเวียดนามเป็นหมู่บ้านชนบทที่มีบ้านเรือนและชีวิตผู้คนคึกคักกว่า ความแตกต่างนี้ทำให้ผมได้เห็นชีวิตที่หลากหลายของคนสองประเทศติดกัน
สิ่งที่ mr.hotsia ต้องเตือนอย่างแรงคือเรื่องการซื้อตั๋วรถในเส้นทางนี้ เพราะผมเจอปัญหาจริง ๆ จากประสบการณ์ตัวเอง คือ ต้องซื้อตั๋วลงที่เมืองฮังฮัวก่อน แล้วค่อยซื้อตั๋วรถต่อไปฮานอยใหม่อีกครั้ง เพราะถ้าซื้อตั๋วยาวไปฮานอยเลย อาจจะเสียเงินฟรีหากรถคันใหม่ไม่รับตั๋วคันเก่า เรื่องนี้มีเตือนไว้ในหนังสือ Lonely Planet ด้วย ดังนั้นอย่าประมาทเด็ดขาด
อาหารมื้อกลางวันที่ชายแดน: ไก่ตะไคร้กับรสชาติที่ยังติดใจ
หลังผ่านด่านนาแมว รถจะจอดพักแวะทานข้าวที่ร้านอาหารริมชายแดน เป็นร้านที่ใช้ระบบเหมากินเหมือนกันทุกโต๊ะ ผมได้ลองไก่ตะไคร้ มะเขือดอง ผักลวก และน้ำซุปข้าวเปล่า รสชาติอร่อยจนผมยังจำได้ถึงวิธีทำไก่ตะไคร้นี้ไว้จะลองทำกินเองที่เมืองไทย การได้กินอาหารบ้าน ๆ ที่สดใหม่และปรุงด้วยใจแบบนี้ ทำให้การเดินทางมีชีวิตชีวาและอบอุ่นขึ้นมาก
เส้นทางต่อไปยังฮานอย: วิถีชีวิตและบรรยากาศในชนบทเวียดนาม
หลังจากกินข้าวเสร็จ รถก็ออกเดินทางต่อ ผมสังเกตเห็นชาวบ้านเวียดนามทำตะเกียบขายกันอย่างขะมักเขม้น มีการเหลาไม้ไผ่และตากกลางลานบ้าน เป็นภาพที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน แสดงถึงความเป็นชุมชนที่มีอาชีพและวัฒนธรรมเฉพาะตัวอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังเห็นรถบรรทุกตะเกียบวิ่งผ่านไปมา ซึ่งเป็นภาพชีวิตชนบทที่น่าประทับใจมาก
เส้นทางที่ผ่านหมู่บ้านต่าง ๆ นั้นต่างจากฝั่งลาวโดยสิ้นเชิงที่ซึ่งเงียบสงบเกือบจะไร้ผู้คน ในฝั่งเวียดนามมีชีวิตชีวาและผู้คนทำกิจกรรมกันอย่างต่อเนื่อง
เปลี่ยนรถที่ฮังฮัว: ก้าวเข้าสู่เมืองหลวงของเวียดนาม
เมื่อถึงเมืองฮังฮัว เราจะต้องลงจากรถเพื่อเปลี่ยนไปขึ้นรถบัสขนาดใหญ่ที่ติดแอร์และสะดวกสบายกว่า เพื่อไปต่อยังฮานอย ที่นี่ผมแนะนำให้รีบไปซื้อตั๋วใหม่สำหรับรถจากฮังฮัวไปฮานอย เพื่อป้องกันปัญหาที่ผมเจอมาแล้วจริง ๆ
รถบัสออกเดินทางช่วงบ่ายแก่ ๆ และมาถึงฮานอยประมาณสองทุ่ม ผมนั่งแท็กซี่ต่อไปยังที่พักย่านทะเลสาบคืนดาบ ซึ่งเป็นย่านยอดนิยมของนักท่องเที่ยวแบ็กแพ็ก ที่พักราคาคืนละ 10 เหรียญสหรัฐฯ มีแอร์และอินเทอร์เน็ตฟรี แม้ว่าอินเทอร์เน็ตของเวียดนามจะมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น อาจจะเข้า Facebook ไม่ได้ แต่สำหรับผมก็ยังถือว่าโอเคและปลอดภัย
ฮานอยในสายตาของ mr.hotsia: เริ่มต้นทริปใหม่ในเมืองเก่าแก่
ถึงฮานอยแล้ว mr.hotsia ตั้งใจจะพาเพื่อน ๆ เดินเล่นชมเมืองเก่า ชิมอาหารเวียดนามแท้ ๆ อย่างเหลาและกระทะร้อนที่ขึ้นชื่อ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากถนนคนเดินในย่านเก่าแก่ของฮานอย บรรยากาศที่นี่เต็มไปด้วยความคึกคักและวัฒนธรรมที่ผสมผสานระหว่างความเก่าแก่และความทันสมัยอย่างลงตัว
สำหรับใครที่สนใจเที่ยวเวียดนามแบบลึกซึ้ง ลองออกจากเส้นทางหลักแล้วมาสัมผัสวิถีชีวิตแบบผมดูนะครับ รับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวังกับความหลากหลายและความจริงใจของผู้คนในดินแดนนี้
ติดตามเรื่องราวท่องเที่ยวและเทคนิคเดินทางแบบลึกซึ้งได้ที่ mr.hotsia เท่านั้นครับ