ทะเลเจดีย์ บากัน พุกาม พม่า
mr.hotsia travel พม่า เขตมัณฑะเลย์ (Mandalay) HOT04740
ทะเลเจดีย์ บากัน พุกาม พม่า: เมืองโบราณที่ต้องไปเห็นด้วยตาตัวเอง
ถ้าพูดถึงพม่าแล้ว สิ่งที่ผมนึกถึงก่อนใครคือ “ทะเลเจดีย์” แห่งเมืองบากัน หรือที่คนท้องถิ่นเรียกกันว่าพุกาม (Bagan) เมืองที่เต็มไปด้วยเจดีย์และวัดโบราณนับพันแห่ง ทะเลเจดีย์แห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตมัณฑะเลย์ บนชายฝั่งตะวันออกของแม่น้ำอิระวดี ห่างจากเมืองมัณฑะเลย์ประมาณ 145 กิโลเมตรทางตะวันตกเฉียงใต้ บนพื้นที่กว้างขวางถึง 65 ตารางกิโลเมตร ที่นี่คือหนึ่งในแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดของพม่าและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ผม mr.hotsia ได้มีโอกาสเดินทางมาสัมผัสกับทะเลเจดีย์บากันในช่วงฤดูแห้ง ได้เห็นภาพพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าเหนือยอดเจดีย์นับพันที่กระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณ มันสวยงามจนเหมือนภาพวาด ที่เห็นในหนังสือหรือโปสการ์ดหลายๆ ใบมีชีวิตขึ้นมาอย่างแท้จริง ความรู้สึกตอนนั้นบอกเลยว่าคุ้มค่ากับการตื่นตีห้าครึ่งเพื่อเดินขึ้นไปชมแสงแรกของวัน แม้ทางขึ้นจะค่อนข้างชันและมืดมิด ต้องพกไฟฉายติดตัวไปด้วย แต่ความสวยงามของทะเลเจดีย์ที่ล้อมรอบด้วยแสงทองของพระอาทิตย์นั้นทำให้เหนื่อยล้าหายเป็นปลิดทิ้ง
ประวัติศาสตร์และเอกลักษณ์ของทะเลเจดีย์บากัน
ทะเลเจดีย์บากันถูกสร้างขึ้นตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 11 จนถึงปลายศตวรรษที่ 13 ในยุครุ่งเรืองของอาณาจักรพุกาม สร้างขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและการปกครอง ปัจจุบันมีเจดีย์และวัดทั้งหมดกว่า 2,217 แห่งกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ ตัวเจดีย์ที่เก่าแก่ที่สุดและมีความสำคัญมากคือ “เจดีย์ชเวซีโกน” ซึ่งสร้างขึ้นโดยพระเจ้าอโนรธามังช่อ และวัดอนันดา วัดที่ใหญ่ที่สุดและรักษาสภาพไว้ได้ดีที่สุด ถูกสร้างในปี 1105 ซึ่งผมได้มีโอกาสเข้าไปชมสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมที่ยังคงความงดงามแม้เวลาจะผ่านมาหลายร้อยปี
การเดินทางและการเตรียมตัวเที่ยวทะเลเจดีย์
สำหรับคนที่วางแผนมาเที่ยวทะเลเจดีย์บากัน การเดินทางจากมัณฑะเลย์ไปบากันสามารถทำได้หลายวิธี ทั้งการเหมารถแท็กซี่ มอเตอร์ไซต์ หรือแม้แต่รถม้าแบบดั้งเดิมที่ยังคงให้บริการในพื้นที่ ซึ่งผมแนะนำให้ติดต่อโรงแรมที่พักในบากันเพื่อใช้บริการคนขับที่พูดภาษาอังกฤษได้ เพราะจะทำให้การเดินทางสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะถ้าต้องการชมพระอาทิตย์ขึ้น ควรนัดหมายล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งวัน เพราะช่วงเวลานั้นคนจะเยอะและต้องเตรียมตัวล่วงหน้ากันพอสมควร
ผมเองเคยลองนั่งรถม้าชมเจดีย์ในยามเย็นเพื่อรอชมพระอาทิตย์ตกดิน บรรยากาศโรแมนติกและสงบเงียบมากๆ ซึ่งแตกต่างจากช่วงเช้าที่จะคึกคักและเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวและช่างภาพมืออาชีพที่มารอเก็บภาพวิวสวยๆ กันตั้งแต่ก่อนฟ้าสาง
ช่วงเวลาที่เหมาะสมและประสบการณ์เฉพาะของ mr.hotsia
จากประสบการณ์ของผม mr.hotsia ผมถือว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาเยือนทะเลเจดีย์บากันคือระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ช่วงนี้อากาศเย็นสบายและท้องฟ้าปลอดโปร่ง เหมาะกับการปีนขึ้นไปชมวิวบนยอดเจดีย์ที่ค่อนข้างสูงและชัน ในขณะที่ช่วงหน้าฝนตั้งแต่พฤษภาคมถึงกันยายน ผมแนะนำให้หลีกเลี่ยง เพราะถนนจะลื่นและการเดินขึ้นเจดีย์จะลำบากมาก รวมทั้งบริการบอลลูนชมวิวเหนือทะเลเจดีย์ที่มีชื่อเสียงนั้นมักจะไม่เปิดให้บริการในช่วงนี้ด้วย
สิ่งที่ผมประทับใจมากคือการได้เห็นบอลลูนลอยผ่านไปบนฉากหลังของทะเลเจดีย์ในยามรุ่งอรุณ เป็นภาพที่สวยงามและน่าจดจำสุดๆ แถมยังเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้ง่ายๆ ในที่อื่น
เชื่อมต่อกับการเดินทางและที่พักในมัณฑะเลย์และพินอูลวิน
หลังจากตะลุยทะเลเจดีย์แล้ว ผมแนะนำให้ลองไปเยือนเมืองมัณฑะเลย์ที่อยู่ไม่ไกลกันมาก เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตและอาหารพื้นเมืองแบบแท้จริง เช่นที่ตลาดเทพี หรือจะขับรถไปเมืองพินอูลวิน (Pyin Oo Lwin) ที่ตั้งอยู่บนที่ราบสูงฉาน อากาศเย็นสบายตลอดปี ที่นี่มีโรงแรมดีๆ อย่างโรงแรมบราโว่โฮเต็ลที่ผมเคยพักและประทับใจในบริการ รวมถึงกิจกรรมนั่งรถม้าชมสวนดอกไม้และเมืองเก่าที่น่าสนใจอย่าง สวนดอกไม้เมืองพินอูลวิน ซึ่งเป็นจุดพักผ่อนที่ดีหลังจากตระเวนเที่ยวทะเลเจดีย์
ถ้าอยากลองชิมอาหารพื้นเมืองในบริเวณมัณฑะเลย์ ผมแนะนำให้อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ อาหารเมืองอมรปุระ มัณฑะเลย์ ที่ผมเคยเล่าไว้ถึงรสชาติและบรรยากาศกินข้าวเช้ากับคนท้องถิ่น ซึ่งเป็นอีกมุมมองที่ทำให้การเดินทางของผมสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
สรุปความประทับใจจาก mr.hotsia
ทะเลเจดีย์บากันสำหรับผมไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป แต่เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ความศรัทธา และความงดงามของสถาปัตยกรรมโบราณที่ยิ่งใหญ่ การเดินทางมาชมทะเลเจดีย์ในยามเช้าตรู่ พร้อมกับการได้เห็นบอลลูนลอยผ่านเหนือเจดีย์ เป็นประสบการณ์ที่ผม mr.hotsia อยากแนะนำให้ทุกคนได้ลองสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้งในชีวิต