Mawlamyine travel infomation เที่ยวมะละแหม่ง
mr.hotsia travel พม่า รัฐมอญ (Mon) HOT04673
เที่ยวมะละแหม่ง เมืองมอญริมแม่น้ำสาละวินกับ mr.hotsia
สวัสดีครับ ผม mr.hotsia วันนี้จะพาคุณผู้อ่านไปสัมผัสเมืองมะละแหม่ง (Mawlamyine) เมืองสำคัญของรัฐมอญ ประเทศพม่า เมืองที่มีเสน่ห์ทั้งในเรื่องของประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตท้องถิ่นริมแม่น้ำสาละวิน ซึ่งผมได้ใช้เวลาพักอาศัยอยู่ที่นี่ถึง 6 คืนแบบเต็มอิ่ม จะเล่าประสบการณ์จริงให้ฟังแบบไม่มีกั๊กครับ
เริ่มต้นที่พักที่ The Breeze Guesthouse บรรยากาศริมน้ำสาละวิน
ผมเลือกพักที่ The Breeze Guesthouse ที่นี่เป็นเกสเฮาส์ราคาประหยัดแต่บริการดีมาก ตั้งอยู่ติดแม่น้ำสาละวิน มองออกไปเห็นวิวสายน้ำที่ไหลเอื่อย ๆ ยามเช้าผมมักจะตื่นตั้งแต่ 6 โมงเช้า มานั่งจิบกาแฟที่ระเบียงหน้าที่พัก ชมพระอาทิตย์ขึ้นผ่านเจดีย์ไจ๊ตะหลั่นที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เป็นบรรยากาศที่สงบและสวยงามมาก เจ้าของและทีมงานที่นี่เป็นคนมอญบริการด้วยความเป็นกันเอง มีการแลกเงินในสถานที่สะดวกสบาย และอินเตอร์เน็ตไวไฟที่พอใช้ได้สำหรับเช็คอีเมลหรือค้นหาข้อมูลเบื้องต้น แม้ว่าจะมีไฟดับบ้างเป็นบางช่วง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกขาดอะไรไปเลย
วิถีชีวิตริมแม่น้ำสาละวินและตลาดเช้า
มะละแหม่งเป็นเมืองที่แม่น้ำสาละวินไหลผ่านเป็นเส้นแบ่งชายแดนไทย-พม่าในบางช่วง และเป็นแม่น้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงชีวิตชาวเมืองนี้ ผมชอบเดินเล่นริมแม่น้ำในช่วงเช้าและเย็น ชาวบ้านจะมานั่งตกปลา ขายของ และพูดคุยกันอย่างเรียบง่าย ตลาดเช้าของมะละแหม่งมีสีสันไม่แพ้เมืองใหญ่ มีของสด อาหารพื้นบ้าน และเครื่องเทศตามแบบฉบับพม่าที่ผสมผสานกับวัฒนธรรมมอญอย่างลงตัว
สำหรับคนที่สนใจวิถีชีวิตและวัฒนธรรมมอญ ผมแนะนำให้ลองไปเดินชมตลาดและแวะชิมอาหารท้องถิ่น เห็นได้ชัดว่าที่นี่มีทั้งคนพม่าเชื้อสายมอญและจีนผสมผสานกันอย่างกลมกลืน ซึ่งทำให้อาหารการกินของมะละแหม่งมีรสชาติหลากหลายและน่าสนใจมากขึ้นด้วย
อาหารมะละแหม่งที่ไม่ควรพลาด
เรื่องกินเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ผมพบในมะละแหม่ง โดยเฉพาะร้านอาหารจีนและอาหารพื้นบ้านมอญที่มีให้เลือกมากมาย ร้านโปรดของผมคือ BONE GYI RESTAURANT ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนเลียบแม่น้ำสาละวิน เดินจากที่พัก The Breeze Guesthouse แค่ 200 เมตร ร้านนี้ผมแนะนำไก่ผัดแบบมะละแหม่งที่ใส่กระเทียมเยอะ รสชาติเข้มข้นและแตกต่างจากที่อื่นอย่างชัดเจน อีกเมนูเด็ดคือข้าวผัดกุ้งที่หอมกรุ่น น้ำจิ้มที่ร้านมีรสชาติเฉพาะตัว ผมชอบมากจนต้องกลับไปกินอีกหลายครั้ง ถึงแม้ร้านจะมีแมลงวันเยอะบ้าง แต่เขามีเทียนจุดไล่แมลงให้เรียบร้อย อาหารราคาสมเหตุสมผล ไก่ทอดพื้นเมืองประมาณ 120 บาท ข้าวผัดกุ้ง 100 บาทเท่านั้น
นอกจากนี้ที่มะละแหม่งยังมีร้านอาหารไทยอร่อย ๆ ที่เปิดโดยคนพม่าที่เคยอยู่เมืองไทยหลายร้าน ใครคิดถึงรสชาติผัดกระเพราไข่ดาวที่นี่ก็มีให้ลิ้มลองได้ด้วยเช่นกัน
เที่ยวชมเจดีย์และวัดวาอารามที่มีตำนาน
ถ้าคุณมาเที่ยวที่มะละแหม่ง ห้ามพลาดเจดีย์ไจ๊ตะหลั่น (Kyaikthanlan Pagoda) หรือที่คนท้องถิ่นเรียกกันว่า “เจดีย์สยามพ่าย” เป็นสถานที่ที่ผม mr.hotsia ชอบไปนั่งชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและตก เพราะบรรยากาศที่นี่สวยงามมากและเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดในเมือง บริเวณนี้มีตำนานรักข้ามชาติของชาวมอญและล้านนาเก่าแก่ที่น่าสนใจมาก ใครชอบถ่ายภาพพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไม่ควรพลาดเลย
นอกจากนั้นยังมีวัดตุ๊จะมารานะที่อยู่ใกล้ ๆ เจดีย์นี้ ซึ่งเป็นวัดที่เคยมีแม่ชีมะเมี๊ยะอาศัยอยู่ในอดีต ผมได้ตามรอยตำนานนี้และไปเยี่ยมชมสถานที่จริงซึ่งมีรูปถ่ายเก่าแก่ของแม่ชีมะเมี๊ยะให้ชม เป็นประสบการณ์ที่ทำให้ผมรู้สึกเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของที่นี่มากขึ้น อ่านเรื่องเที่ยวมะละแหม่งด้วยตัวเอง จะได้เห็นภาพบรรยากาศและข้อมูลเพิ่มเติม
วันทริปเมืองมูดนและเมืองเมาะตะมะใกล้เคียง
ถ้ามีเวลามากกว่าสองสามวัน ผมแนะนำให้เหมามอเตอร์ไซค์พร้อมคนขับไปเที่ยวเมืองมูดน (Mudon) ซึ่งเป็นชุมชนคนมอญที่ยังคงวัฒนธรรมดั้งเดิม มีเจดีย์และพระนอนยาวที่สุดของชาวมอญที่ยังสร้างไม่เสร็จ นอกจากนี้ยังสามารถข้ามสะพานไปเที่ยวเมืองเมาะตะมะ (Mottama) ที่มีเจดีย์ขาวริมแม่น้ำและบรรยากาศสงบ เหมาะสำหรับคนที่ชอบเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และธรรมชาติ อ่านเรื่องเมืองเมาะตะมะ 2013 เพื่อเตรียมตัวก่อนเดินทางก็ได้ครับ
ระหว่างทางกลับอย่าลืมแวะเกาะสระผมหรือที่เรียกว่าแชมพูไอซ์แลนด์ (Shampoo Island) ที่มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าพญานาคปกปักรักษา ผมเองก็ได้ลองเอาน้ำมารดหัวตามความเชื่อโบราณ รู้สึกสดชื่นและเป็นสิริมงคลอย่างบอกไม่ถูก อ่านเพิ่มเติมเรื่องแชมพูไอซ์แลนด์ ได้ครับ
เดินเล่นยามเย็นและนวดแบบมอญ
ชอบที่สุดคือการเดินเล่นริมแม่น้ำสาละวินช่วงเย็น ๆ ที่นี่จะมีร้านอาหารพม่าแบบยื่นลงไปในน้ำ หลายร้านตกแต่งเรียบง่ายแต่ดูดี ผมเองได้ลองนวดแผนมอญที่โรงแรมสาละวินซึ่งเป็นบริการนวดแบบดั้งเดิม บรรยากาศห้องรวมนวดดีมาก ช่วยคลายเมื่อยล้าได้เยอะเลยครับ นอกจากนี้ที่มะละแหม่งยังมีร้านนวดหลายแห่งให้เลือกตามความสะดวก
สรุปความประทับใจจาก mr.hotsia
มะละแหม่งเป็นเมืองที่ผมรู้สึกว่าเหมือนบ้านหลังที่สอง ไม่ใช่แค่เพราะที่พักที่ The Breeze Guesthouse ที่ทำให้รู้สึกอบอุ่น แต่ยังเป็นเพราะวิถีชีวิตเรียบง่ายของผู้คน ความหลากหลายทางวัฒนธรรมของมอญ พม่า และจีนที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว รวมถึงความงดงามของธรรมชาติและเจดีย์โบราณที่ตราตรึงใจผมไปอีกนาน
ถ้าคุณชอบเที่ยวแบบลึกซึ้ง เข้าใจวัฒนธรรม และไม่เร่งรีบ มะละแหม่งคือคำตอบที่ดีมากสำหรับการหลบหนีความวุ่นวายและมาใช้ชีวิตช้า ๆ แบบ mr.hotsia
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและรายละเอียดการเดินทาง รวมถึงร้านอาหารแนะนำต่าง ๆ สามารถคลิกอ่านได้ที่ ร้านอาหารแนะนำในมะละแหม่ง ไก่ผัดมะละแหม่ง และ อาหารการกินชาวมะละแหม่ง ครับ