หนังพาไปจนเจอ มะเมี๊ยะ มะละแหม่ง
mr.hotsia travel พม่า รัฐมอญ (Mon) HOT04696
หนังพาไปจนเจอ มะเมี๊ยะ มะละแหม่ง
ผม mr.hotsia เริ่มต้นเล่าเรื่องนี้จากใจกลางเมืองมะละแหม่ง รัฐมอญ ประเทศพม่า เมืองที่ชื่อคุ้นหูคนไทยไม่ใช่น้อย จากตำนานรักมอญล้านนาที่ทอดยาวมาช้านาน และบทเพลง “มะเมี๊ยะ” ที่เคยโด่งดังในอดีต ผมเองเดินทางมาที่นี่ด้วยความอยากรู้ อยากเห็น และอยากสัมผัสวิถีชีวิตจริงของชาวมอญในเมืองที่แม่น้ำสาละวินไหลผ่าน ก่อนที่จะลงสู่ทะเลอันกว้างใหญ่
มะละแหม่งไม่ใช่แค่เมืองเก่าที่มีประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวา โดยเฉพาะในเรื่องอาหารการกินที่ผม mr.hotsia ต้องบอกว่ามีความหลากหลายและรสชาติจัดจ้านไม่แพ้ที่ไหนเลย อย่างที่ผมได้ไปลิ้มลองที่ ร้านอาหารจีนในมะละแหม่ง ที่ตั้งอยู่เลียบแม่น้ำสาละวิน ใกล้กับที่พัก The Breeze Guest House ที่ผมเลือกพักเป็นเวลาหลายคืน ร้านนี้โดดเด่นด้วยเมนูไก่ผัดแบบพื้นเมืองมะละแหม่ง หรือที่ผมเรียกว่า "ไก่ทอดมะละแหม่ง" ซึ่งกลิ่นกระเทียมและเครื่องเทศเข้มข้นนั้นติดตรึงใจผมอย่างมาก รวมถึงข้าวผัดกุ้งที่ผสมผสานรสชาติแบบจีนและมอญอย่างลงตัว
บรรยากาศร้านแม้จะมีแมลงวันที่เยอะตามวิถีชีวิตเมืองริมแม่น้ำ แต่เจ้าของร้านก็มีวิธีจัดการด้วยการจุดเทียนไล่แมลง ทำให้ความอร่อยของอาหารไม่ถูกลดทอนลงไปเลย ร้านนี้ยังมีเครื่องดื่มอย่างไวน์และเบียร์พม่าให้เลือก แม้ผมจะไม่สั่งเพราะงบประมาณจำกัด แต่ผมมองว่าคนที่ชอบลองของใหม่คงถูกใจไม่น้อย
การเดินทางในมะละแหม่งเองก็สะดวกสบายสำหรับคนที่ชอบเดินชมเมือง เพราะถนนเลียบแม่น้ำและซอยเล็กซอยน้อยเต็มไปด้วยร้านอาหารท้องถิ่นและร้านอาหารจีนปะปนกันไป ที่นี่มีชาวพม่าและชาวมอญสลับกันอยู่ มีร้านอาหารไทยที่เปิดโดยคนพม่าที่เคยอยู่เมืองไทยด้วย ผมเองเลยได้กินผัดกระเพราไข่ดาวในมะละแหม่งอย่างไม่น่าเชื่อ
ช่วงเช้าผมมักเริ่มต้นวันด้วยอาหารเช้าเบาๆ ที่เกสต์เฮ้าส์ The Breeze ที่ผมนอนอยู่ ซึ่งเป็นที่พักที่ผมอยากแนะนำเพราะอยู่ติดแม่น้ำสาละวิน วิวริมแม่น้ำตอนเช้านั้นงดงามมาก และยังมีบรรยากาศเงียบสงบ เหมาะแก่การนั่งพักผ่อนหรือทำงานไปด้วยเหมือนผม The Breeze Guest House ยังมีบริการแลกเงินและพนักงานที่เป็นมิตร ทำให้ผมรู้สึกเหมือนอยู่บ้านหลังที่สองในเมืองนี้
หลังจากเติมพลังตอนเช้า ผม mr.hotsia ชอบเดินเล่นรอบเมืองเพื่อสำรวจชีวิตคนท้องถิ่นและวัดวาอารามที่มีอยู่มากมายในมะละแหม่ง เช่น เจดีย์ไจ๊ตะหลั่นที่มีเรื่องเล่าตำนานรักแบบมอญล้านนา และวัดตุ๊จะมารานะที่อยู่ใกล้กัน ซึ่งผมได้เข้าไปศึกษาและสัมผัสความสงบในแบบที่ไม่เหมือนที่ไหน
นอกจากนี้ มะละแหม่งยังใกล้กับเมืองเมาะตะมะ ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าของชาวมอญเดิม ผมเคยเขียนเล่าไว้ในบทความ เมืองเมาะตะมะ 2013 ว่าการเดินทางจากมะละแหม่งไปเมาะตะมะนั้นง่ายและมีบริการเหมารถมอเตอร์ไซค์พาไปกลับในราคาย่อมเยา ผมแนะนำให้เหมารถไปเที่ยวมากกว่าขี่เองเพราะความปลอดภัยและความสบายใจเป็นเรื่องสำคัญสำหรับนักเดินทางอย่างผม
การเดินทางครั้งนี้ยังได้เปิดโลกทัศน์ในด้านวัฒนธรรมที่ผสมผสานระหว่างชาวพม่าและมอญอย่างลงตัว ผมได้เห็นการแสดงรำแบบพม่า ซึ่งมีเสน่ห์และลึกซึ้งทางวัฒนธรรมอย่างมาก หากสนใจเรื่องรำแบบพม่า ผมมีบทความเล่าประสบการณ์ไว้ที่นี่ รำแบบพม่า ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจลึกซึ้งมากขึ้น
สำหรับใครที่กำลังวางแผนมาเที่ยวมะละแหม่ง ผมแนะนำให้ใช้เวลาอยู่ที่นี่อย่างน้อย 4-5 วัน เพื่อจะได้ซึมซับวิถีชีวิตและรสชาติอาหารท้องถิ่นอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นอาหารจีน อาหารพม่า หรืออาหารมอญแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะเมนูไก่ทอดมะละแหม่งที่ผมยังคิดถึงไม่ลืม
ถ้าชอบบรรยากาศตลาดและอาหารโต้รุ่ง ผมเคยเขียนเล่าไว้ในบทความ ร้านอาหารโต้รุ่งมะละแหม่ง ที่จะทำให้คุณได้สัมผัสสีสันยามค่ำคืนของเมืองนี้แบบเต็มอิ่ม
ท้ายที่สุดแล้ว ผม mr.hotsia อยากให้มะละแหม่งเป็นหนึ่งในจุดหมายที่คุณเลือกมาเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ เพราะที่นี่ไม่ใช่แค่เมืองเก่า แต่เป็นเมืองที่มีชีวิต มีวัฒนธรรม และมีเรื่องราวที่รอให้คุณไปค้นหาเหมือนที่ผมได้เดินทางมาพบเจอด้วยตัวเอง
ถ้าคุณสนใจอยากดูบรรยากาศจริงจากสายตาผม ไปชมคลิป “หนังพาไปจนเจอ มะเมี๊ยะ มะละแหม่ง” ที่ผมถ่ายไว้ได้ที่ลิงก์นี้เลยครับ: หนังพาไปจนเจอ มะเมี๊ยะ มะละแหม่ง