กินขนมครกใหญ่มาก...พม่า
mr.hotsia travel พม่า จังหวัดไม่ระบุ HOT03899
กินขนมครกใหญ่มาก...พม่า
ถ้าพูดถึงขนมครกบ้านเรา หลายคนคงนึกถึงขนมครกชิ้นเล็ก ๆ กรุบกรอบที่ขายตามตลาดนัดหรือริมถนนทั่วไทย แต่ครั้งนี้ mr.hotsia ขอพาทุกคนไปสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่กับ “ขนมครกใหญ่มาก” ที่ผมได้ลิ้มลองจากถนนสายหนึ่งในพม่า ซึ่งขนมครกที่นี่มีขนาดใหญ่กว่าที่เคยเห็นหลายเท่า แถมรสชาติยังมีความเป็นเอกลักษณ์ที่ผมแทบลืมขนมครกบ้านเราไปเลย
ช่วงที่ผมไปเที่ยวพม่าในครั้งนี้ไม่ได้ระบุจังหวัดชัดเจน แต่ทริปนี้มีความเชื่อมโยงกับการเดินทางที่ผมเคยไปสำรวจ รัฐกะฉิ่น ทางตอนเหนือของพม่า ที่ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำอิรวดีสายสำคัญ และยังมีเรื่องราวของวิถีชีวิตชาวบ้านที่น่าสนใจ การเดินทางครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยความหลากหลาย ทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรมที่ผมอยากมาเล่าให้ฟัง
ขนมครกพม่าไม่เหมือนกับขนมครกไทยในแง่ของขนาดและส่วนผสม โดยทั่วไปขนมครกพม่ามักจะมีขนาดใหญ่และเนื้อสัมผัสแน่นกว่า ตัวแป้งผสมกับมะพร้าวขูดละเอียด ปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายและกะทิสดที่ให้ความหอมมันเต็มคำ ขนมครกแต่ละชิ้นมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 10-12 เซนติเมตร ซึ่งใหญ่กว่าขนมครกบ้านเราถึง 3-4 เท่าเลยทีเดียว
ผมจำได้ดีว่าตอนนั้นผมไปเจอร้านขนมครกร้านหนึ่งในตลาดพื้นบ้านที่คึกคักมาก เสียงคนเดินผ่านไปมา กลิ่นกะทิหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณตลาด ร้านนี้เปิดเตาขนมครกขนาดใหญ่เตรียมไว้เต็มที่ เจ้าของร้านเป็นหญิงสาวชาวพม่าที่พูดภาษาอังกฤษได้บ้าง เธอเล่าให้ผมฟังว่า ขนมครกนี้เป็นของว่างที่ชาวบ้านนิยมกินกันเวลาหิวหรือระหว่างวัน
ผมสั่งมาลองชิมทันที ความร้อนจากเตาทำให้เนื้อแป้งนุ่มนวลแต่มีความกรอบนิด ๆ รอบขอบ ส่วนตรงกลางเนื้อหนึบ ๆ หอมกลิ่นกะทิและน้ำตาลปี๊บที่เคี่ยวจนเข้มข้น เมื่อกัดคำแรกเข้าไป รสชาติหวานมันกลมกล่อม ทว่าก็ไม่ได้เลี่ยนจนเกินไป ที่สำคัญคือขนาดที่ใหญ่ทำให้รู้สึกคุ้มค่ามากกับราคาที่จ่ายไป แถมยังได้สัมผัสกับกลิ่นอายความเป็นท้องถิ่นแท้ ๆ ของพม่าอีกด้วย
จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ผมเคยรีวิวอาหารพม่าใน บากัน พุกาม ซึ่งอาหารท้องถิ่นที่นั่นแฝงด้วยรสชาติที่เข้มข้นและใช้วัตถุดิบสดใหม่ ขนมครกใหญ่ที่ผมกินในครั้งนี้ก็ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกัน คือเน้นความสมบูรณ์ของวัตถุดิบและความตั้งใจของผู้ทำที่อยากถ่ายทอดรสชาติดั้งเดิมให้กับนักท่องเที่ยวอย่างผม
สำหรับการเดินทางมาที่นี่ ผมแนะนำให้ลองเช่ามอเตอร์ไซค์เหมือนที่ผมเคยทำตอนเที่ยว รัฐกะฉิ่น เพราะจะช่วยให้คุณได้สัมผัสกับบรรยากาศท้องถิ่นและสามารถแวะตามหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่มีร้านขายขนมครกและของกินพื้นบ้านที่น่าสนใจมากมาย อีกทั้งการปั่นรถมอเตอร์ไซค์ยังช่วยให้คุณได้มองเห็นวิถีชีวิตชาวบ้านอย่างใกล้ชิด ทั้งตลาดสดริมทางและแผงขายของที่วางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ
ผมยังจำได้ว่าระหว่างทางที่ผมขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในรัฐกะฉิ่น มีร้านขนมครกตั้งอยู่ริมถนน ตรงนั้นไม่มีป้ายชื่อร้านอะไร มีเพียงเตาขนมครกขนาดใหญ่และกลิ่นหอมหวานของกะทิที่ลอยมาตามลม กลุ่มคนท้องถิ่นรุ่นใหญ่รุ่นเล็กยืนรอซื้อขนมครกกันอย่างคึกคัก ผมก็ไม่พลาดที่จะหยุดรถลงไปลองชิมอีกครั้ง
นอกจากขนมครกแล้ว ผมยังได้เห็นบรรดาลูกชิ้นทอดและของกินเล่นอื่น ๆ ที่ทำจากวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างปลาน้ำจืดและสมุนไพรพื้นบ้าน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของการเดินทางที่ mr.hotsia ชอบมาก คือการได้ลิ้มลองอาหารริมทางที่ไม่ได้ปรุงแต่งมากเกินไป แต่อร่อยและสดใหม่จากท้องถิ่นนั้นจริง ๆ
ถ้าคุณสนใจอยากรู้จักวิถีชีวิตและธรรมชาติของพม่าให้ลึกซึ้งขึ้น ผมแนะนำให้ลองแวะไปที่ทะเลสาบอินดอจี (Indawgyi Lake) ซึ่งอยู่ใน รัฐกะฉิ่น บริเวณนี้เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีหมู่บ้านชาวไทแดงและชาวฉานอาศัยอยู่รอบ ๆ ทะเลสาบ บรรยากาศที่นี่คือความเงียบสงบและธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับคนที่อยากหนีความวุ่นวายในเมืองใหญ่และมาสัมผัสความเป็นอยู่แบบพม่าร่วมสมัย
รวมทั้งหากคุณสนใจเรื่องวัฒนธรรมและการเดินทางในพม่าแบบลึกซึ้ง อย่าลืมติดตามเรื่องราวของผมใน นั่งรถม้าในบากัน ที่ผมเคยเล่าถึงการเดินทางชมเมืองยองอู (Nyaung-U) ด้วยการนั่งรถม้าช้า ๆ ผ่านถนนฝุ่นที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของชีวิตชาวพม่า ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ผมชอบมาก ๆ ที่จะได้สัมผัสบรรยากาศของเมืองเก่าแก่แบบนี้
สรุปแล้ว “กินขนมครกใหญ่มาก” ในพม่าไม่ได้เป็นแค่เรื่องกินอิ่ม แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่วัฒนธรรมของผู้คนในพื้นที่นั้น ๆ ผ่านรสชาติของอาหารและวิถีชีวิตที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นของชาวบ้าน เหมือนที่ mr.hotsia ได้สัมผัสมาแล้ว และอยากให้ทุกคนได้ลองมาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้งในชีวิต
ใครที่สนใจอยากดูบรรยากาศการกินขนมครกใหญ่มาก พม่าฉบับ mr.hotsia แบบสด ๆ สามารถตามไปชมวิดีโอได้ที่ กินขนมครกใหญ่มาก...พม่า รับรองว่าคุณจะได้กลิ่นอายความเป็นพม่าแบบเต็ม ๆ พร้อมคำแนะนำและประสบการณ์ตรงจาก mr.hotsia ครับ