ศาลาแก้วกู่ วัดแขก
mr.hotsia travel ไทย หนองคาย HOT09163
ศาลาแก้วกู่ วัดแขก หนองคาย: สวนพระแห่งชีวิตและธรรมะริมโขง
หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่ผม mr.hotsia ชอบมากเป็นพิเศษเมื่อได้เยือนจังหวัดหนองคาย คงต้องยกให้ ศาลาแก้วกู่ หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ วัดแขก สถานที่ที่มีเสน่ห์ลึกล้ำและเต็มไปด้วยเรื่องราวอันน่าค้นหาแห่งนี้ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองหนองคาย เป็นจุดหมายที่ผมมักจะแวะเวียนไปทุกครั้งที่มีโอกาส เพราะนอกจากจะได้ดื่มด่ำกับศิลปะสวยงามแล้ว ยังเป็นที่ที่ผมได้เรียนรู้และพินิจพิจารณาธรรมะอันลึกซึ้ง ผ่านงานปั้นและประติมากรรมที่โดดเด่นไม่เหมือนที่ใด
ศาลาแก้วกู่สร้างขึ้นโดย ปู่บุญเหลือ ชายชาวลาวที่ข้ามฝั่งมาสู่ประเทศไทย ก่อนหน้านั้นท่านได้สร้างงานศิลปะในลาวที่ชื่อว่า สวนพระ หรือ Buddha Park ตั้งอยู่ฝั่งเวียงจันทน์ ตรงข้ามกับศาลาแก้วกู่ที่หนองคายพอดี ความคล้ายคลึงกันนี้ทำให้สองฝั่งโขงได้เสพงานศิลป์ที่แฝงด้วยปรัชญาชีวิตและพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง
ผมยังจำได้ดีว่าครั้งแรกที่เดินเข้าไปในบริเวณศาลาแก้วกู่ รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกอีกใบ ประติมากรรมสีสันสดใสแต่ละชิ้นล้วนเล่าเรื่องราวของชีวิตมนุษย์ ตั้งแต่เกิด แก่ เจ็บ ตาย และวัฏจักรแห่งกรรมที่ไม่มีวันสิ้นสุด วงเวียนกลมๆ ที่แสดงถึงวงจรชีวิตนั้นผมใช้เวลานานมากในการเดินรอบๆ และพยายามทำความเข้าใจในแต่ละรายละเอียดที่ปู่บุญเหลือได้แทรกไว้ ทุกอย่างดูเหมือนจะสื่อสารกับผู้มาเยือนอย่างเงียบๆ แต่ชัดเจน
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ศาลาแก้วกู่เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ต้องมาก่อนเมื่อมาเยือนหนองคาย หลายๆ ไกด์บุ๊คต่างประเทศก็พูดถึงที่นี่ ผมเองได้เห็นนักท่องเที่ยวจากยุโรป อเมริกา รวมทั้งเอเชียต่างเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์ที่นี่ด้วยความสนใจอย่างมาก
วิธีการเดินทางและการเที่ยวรอบๆ ศาลาแก้วกู่
ถ้าคุณมีรถยนต์ส่วนตัว การเดินทางมายังศาลาแก้วกู่ก็ง่ายมาก ใช้ GPS กดพิกัดมาถึงที่ได้เลย แต่สำหรับคนที่มาแบบนักเดินทางอิสระโดยไม่มีรถส่วนตัว ผม mr.hotsia แนะนำให้เช่ารถตุ๊กตุ๊กจากตัวเมืองหนองคายเลยครับ ค่าเหมาเที่ยวรอบๆ จะอยู่ที่ประมาณ 300-500 บาท โดยจะวิ่งไปยังจุดท่องเที่ยวสำคัญ เช่น วัดโพธิ์ชัย ที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระใสอันเลื่องชื่อ, ศาลาแก้วกู่ และเจดีย์กลางน้ำ รวมถึง ท่าเสด็จ เป็นเส้นทางชิลๆ ที่ลงตัวสำหรับวันหนึ่งๆครับ
ผมเองชอบเดินชมศาลาแก้วกู่พร้อมกับจินตนาการถึงประวัติของปู่บุญเหลือและความตั้งใจของท่านที่ต้องการสื่อสารธรรมะผ่านงานศิลปะนี้ มันไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นแหล่งเรียนรู้ชีวิตและความเป็นไปของมนุษย์ที่ผมไม่เคยเบื่อเลย
ความเชื่อมโยงกับหนองคายและลาว
หนองคายเป็นจังหวัดติดชายแดนลาว ที่นี่เป็นจุดเชื่อมต่อทางวัฒนธรรมและการค้าระหว่างสองประเทศ ที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาวที่หนองคาย ผมเคยข้ามไปเวียงจันทน์บ่อยครั้ง เห็นได้ชัดว่าวิถีชีวิตผู้คนสองฝั่งโขงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันอย่างลึกซึ้ง
ศาลาแก้วกู่เองก็เป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์นี้ เพราะปู่บุญเหลือได้สร้างศิลปะชิ้นนี้ให้เป็นเหมือนสะพานเชื่อมจิตใจคนไทยและลาวไว้ด้วยกัน หากใครสนใจอยากทำความรู้จักกับหนองคายให้มากขึ้น ผมแนะนำ บทความเที่ยวหนองคาย ที่ผมเคยเขียนไว้ จะได้เห็นภาพรวมและแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจในจังหวัดนี้
สิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนศาลาแก้วกู่
นอกจากชมประติมากรรมและศิลปะแล้ว ผม mr.hotsia ยังแนะนำให้ลองเดินชมบริเวณโดยรอบ ชมธรรมชาติริมแม่น้ำโขงที่เย็นสบาย และถ้าช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่าลืมแวะชิมอาหารพื้นเมืองแถวหนองคาย เช่น แหนมเนืองชื่อดังที่ร้าน แดงแหนมเนือง ที่ไม่ไกลจากตัวเมือง บรรยากาศริมโขงและรสชาติเข้มข้นของอาหารจะช่วยเติมเต็มประสบการณ์ท่องเที่ยวของคุณได้อย่างยอดเยี่ยม
สำหรับใครที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตชาวหนองคายอย่างแท้จริง ผมแนะนำไปเดินเล่นในตลาดท่าเสด็จ หรือถ้าอยากลองบรรยากาศธรรมชาติและความสงบอีกนิด ลองขับรถไปทางอำเภอสังคม ซึ่งผมเคยเขียนไว้ เป็นอำเภอเล็กๆ ที่มีเนินทรายริมโขงสวยงามและเงียบสงบ เหมาะกับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัวและธรรมชาติอย่างแท้จริง
บทสรุปจากใจ mr.hotsia
ศาลาแก้วกู่ไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยวธรรมดา แต่มันเป็นสถานที่ที่ผมรู้สึกได้ถึงความตั้งใจของศิลปินผู้สร้างที่อยากให้เราได้มองย้อนกลับมาพิจารณาชีวิตของตัวเอง ผ่านการเดินชมประติมากรรมและศิลปะที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง
มาที่นี่แล้วอย่าลืมพกใจที่เปิดกว้าง และอย่าเพิ่งรีบเดินผ่านไปแต่ละจุด จงหยุดดูและคิดตาม ปล่อยให้ธรรมะในงานศิลปะเหล่านี้ช่วยสะกิดใจคุณให้ได้คิดถึงเรื่องของการเกิด แก่ เจ็บ ตาย และวัฏจักรชีวิตที่ไม่มีวันจบสิ้น
สำหรับผม mr.hotsia ศาลาแก้วกู่คือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าประทับใจที่สุดในหนองคาย และถ้าคุณได้มาเยือนจังหวัดนี้ อย่าลืมแวะมาเยี่ยมชมความงดงามและความลึกซึ้งที่ศาลาแก้วกู่แห่งนี้ด้วยตัวเองครับ