จังหวัดบั๊กนิง (Bac Ninh)
mr.hotsia travel เวียดนาม บั๊กนิญ(Bắc Ninh) HOT07640
บั๊กนิง จังหวัดเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยชีวิตและเสน่ห์แห่งภาคเหนือเวียดนาม
ถ้าพูดถึงเวียดนาม ภาพจำส่วนใหญ่ในใจหลายคนคงเป็นกรุงฮานอยหรือโฮจิมินห์ซิตี แต่สำหรับผม, mr.hotsia, การได้เดินทางไปยังจังหวัดบั๊กนิง (Bắc Ninh) ที่ตั้งอยู่ในภาคเหนือของประเทศ เป็นประสบการณ์ที่เปิดโลกทัศน์ใหม่ ๆ อย่างแท้จริง จังหวัดนี้ตั้งอยู่ในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแดง ถือเป็นประตูสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเวียดนาม และอยู่ห่างจากฮานอยเพียงแค่ 30 กิโลเมตรเท่านั้น
ผมเดินทางเข้าบั๊กนิงจากจังหวัดบั๊กซาง (Bắc Giang) โดยนั่งรถประจำทางซึ่งวิ่งขนานไปกับรางรถไฟ บางช่วงรถบัสแล่นข้ามสะพานข้ามแม่น้ำที่อยู่บนรางรถไฟนั้นด้วย การเดินทางแบบนี้ทำให้ผมได้เห็นวิถีชีวิตริมสองฝั่งแม่น้ำแดงที่แสนจะคึกคัก และได้สัมผัสกับบรรยากาศของชุมชนที่ยังคงความเป็นธรรมชาติและเรียบง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ
ความเป็นมาของบั๊กนิง และความสำคัญในภูมิภาค
บั๊กนิงเป็นจังหวัดที่มีประชากรมากเป็นอันดับสามของเวียดนามรองจากกรุงฮานอยและโฮจิมินห์ซิตี เมืองหลวงของจังหวัดก็คือเมืองบั๊กนิงเอง ซึ่งเป็นศูนย์กลางทั้งทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม จังหวัดนี้มีเขตติดต่อกับจังหวัดไหเซือง (Hải Dương) ทางทิศใต้ และบั๊กซางทางทิศเหนือ ทำให้บั๊กนิงเป็นเสมือนประตูเชื่อมโยงสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ในฐานะคนเดินทางตัวยงอย่างผม, mr.hotsia, การได้มาเยือนบั๊กนิงจึงเหมือนได้ค้นพบอีกมุมหนึ่งของเวียดนามที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง ที่นี่ไม่ได้มีแต่ประวัติศาสตร์หรือตำนานเท่านั้น แต่ยังมีวิถีชีวิตที่ยังคงความเรียบง่ายและอบอุ่นของชาวบ้านอย่างแท้จริง
เดินเล่นในเมืองบั๊กนิง: สัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมพื้นถิ่น
หลังจากลงรถ ผมใช้เวลาสองสามชั่วโมงเดินเล่นในเมืองบั๊กนิง เดินผ่านตลาดสดที่เต็มไปด้วยผู้คนท้องถิ่นมาซื้อของสด ผัก ผลไม้ และอาหารทะเลที่จับใหม่ ๆ ชาวบ้านที่นี่ยังคงใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย และนั่งพูดคุยกันที่ริมถนน ผมได้ลองเข้าไปนั่งในร้านกาแฟขนาดเล็กที่คนในพื้นที่แนะนำ กาแฟเวียดนามที่บั๊กนิงมีรสชาติกลมกล่อม แตกต่างจากที่เคยดื่มในฮานอยอย่างเห็นได้ชัด
การนั่งจิบกาแฟไปพลาง ดูผู้คนเดินผ่านไปมา เป็นช่วงเวลาที่ผมรู้สึกว่าได้ซึมซับวิถีชีวิตแท้จริงของชาวบั๊กนิง ไม่ใช่แค่การท่องเที่ยวแบบผิวเผิน แต่เป็นการสัมผัสความเป็นอยู่และวัฒนธรรมที่ถ่ายทอดกันมารุ่นต่อรุ่น
อาหารท้องถิ่นที่ไม่ควรพลาด
พูดถึงเวียดนามก็ต้องพูดถึงอาหาร และบั๊กนิงก็มีเมนูเด็ดที่ผม mr.hotsia ได้ลองชิมและอยากแนะนำให้เพื่อนนักเดินทางทุกคนได้ลิ้มลอง เช่น หมึกปุ่มย่างที่รสชาติหวานนุ่มและหอมกลิ่นถ่าน (ดูตัวอย่างได้ใน หมึกปุ่มย่างเวียดนาม) หรือจะเป็นข้าวหมกไก่ที่เนื้อไก่นุ่มละมุนและข้าวหอมกลิ่นเครื่องเทศ (ข้าวหมกไก่เวียดนาม) และแหนมฟางที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร (แหนมฟางเวียดนาม)
อาหารเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมการกินของชาวบั๊กนิงที่ผสมผสานรสชาติดั้งเดิมกับการปรุงที่พิถีพิถัน ผมจำได้ว่าระหว่างที่นั่งกินที่ร้านเล็ก ๆ ริมถนน มีคนเดินผ่านมาแล้วทักทายอย่างเป็นมิตร เป็นความรู้สึกอบอุ่นที่หาได้ยากในเมืองใหญ่
การเดินทางกลับสู่ฮานอย: เส้นทางเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยเรื่องราว
หลังจากใช้เวลาช่วงเช้าในบั๊กนิง ผมเลือกเดินทางกลับฮานอยโดยรถประจำทางจากสถานีขนส่งบั๊กนิง เส้นทางนี้ไม่ใช่เส้นหลัก ทำให้ผมได้เห็นชีวิตชานเมืองและชนบทของเวียดนามในอีกมุมหนึ่ง รถเมย์ที่ผมนั่งเต็มไปด้วยผู้คนหลากหลายอาชีพ ทั้งพ่อค้าแม่ค้า นักเรียน และคนทำงาน การได้ยืนเบียดเสียดและพูดคุยกับผู้คนบนรถเมล์เหล่านี้ ทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพวกเขา
การเดินทางนี้สอนให้ผมรู้ว่า การท่องเที่ยวที่แท้จริงไม่ได้อยู่แค่ในสถานที่ที่มีชื่อเสียง แต่เป็นการได้สัมผัสชีวิตจริงของผู้คนในพื้นที่นั้น ๆ ผม mr.hotsia จะยังคงเดินทางต่อไปเพื่อค้นหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ไม่เหมือนใครในทุกมุมของโลก
สรุปความประทับใจจากบั๊กนิง
บั๊กนิงเป็นจังหวัดที่เหมาะสำหรับนักเดินทางที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายของเมืองใหญ่ และสัมผัสกับวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชาวเวียดนามในภาคเหนือ การเดินทางที่นี่สะดวกสบายจากฮานอย และเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าค้นหา ทั้งวัฒนธรรม อาหาร และความอบอุ่นของผู้คน
หากคุณสนใจที่จะเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ จากเวียดนาม ผม mr.hotsia ขอแนะนำให้ลองมาสัมผัสบั๊กนิงดูสักครั้ง แล้วคุณจะหลงรักจังหวัดนี้เหมือนกับผมแน่นอน