ข้าวโพดต้มเมืองจร่าวิญ(Tra Vinh)จร่าวิญ
mr.hotsia travel เวียดนาม จ่าวิญ(Trà Vinh) HOT07486
ข้าวโพดต้มเมืองจร่าวิญ (Tra Vinh) – ความหวานจากสามเหลี่ยมแม่น้ำโขงที่ต้องลอง
ถ้าพูดถึงข้าวโพดต้มในเวียดนาม โดยเฉพาะในจังหวัดจร่าวิญ (Tra Vinh) ที่ตั้งอยู่ในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ผม mr.hotsia ต้องยกให้เป็นหนึ่งในของว่างที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนที่นี่เลยครับ จังหวัดนี้ไม่ได้มีดีแค่ธรรมชาติและวิถีชีวิตริมแม่น้ำเท่านั้น แต่ข้าวโพดต้มที่นี่ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทำให้ผมต้องจดจำไม่ลืม
ตอนผมเดินทางมาถึงเมืองจร่าวิญ ผมลงรถที่หน้าตลาดจร่าวิญ (Tra Vinh Market) ซึ่งเป็นตลาดสดที่คึกคักและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ตลาดนี้ตั้งอยู่ในย่านตัวเมืองติดริมแม่น้ำจร่าวิญ ที่นี่มีทั้งของสด ผลไม้ และของกินท้องถิ่นต่างๆ มากมาย แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาผมในวันนั้นกลับเป็นแถวแม่ค้าขายข้าวโพดต้ม ที่ตั้งเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ พร้อมกลิ่นหอมหวานของข้าวโพดที่ลอยมาแตะจมูก
ผมหิวมากเพราะไม่ได้กินข้าวกลางวัน เลยไม่รอช้า ซื้อข้าวโพดต้มมา 2 ฝัก ทันทีที่กัดเข้าไป ความหวานฉ่ำจากข้าวโพดที่ต้มสุกกำลังดี ไม่เหนียวจนเกินไปและยังคงความกรอบนิดๆ ทำให้ผมประทับใจมาก ข้าวโพดที่นี่ไม่เหมือนที่อื่นที่ผมเคยกิน เพราะมันมีความหวานที่เป็นธรรมชาติและความร้อนที่ยังอบอุ่นเหมือนเพิ่งต้มเสร็จใหม่ๆ แม้จะเป็นของเรียบง่าย แต่รสชาตินี้ก็ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นเหมือนกับได้สัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นอย่างแท้จริง
ความพิเศษของข้าวโพดต้มในจังหวัดจร่าวิญ
จังหวัดจร่าวิญตั้งอยู่ในพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ที่นี่เป็นสันดอนขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำสองสาย คือแม่น้ำ Co Chien ทางเหนือ และแม่น้ำ Hau ทางใต้ ซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำโขง การตั้งถิ่นฐานของชาวบ้านส่วนใหญ่มีทั้งชาวเวียดนามและชาวเขมรซึ่งมีสัดส่วนเกือบ 30% ทำให้วัฒนธรรมและอาหารการกินผสมผสานกันอย่างลงตัว
ผมคิดว่าเทคนิคการต้มข้าวโพดของที่นี่น่าจะได้รับอิทธิพลจากชาวเขมร เพราะข้าวโพดที่ผมเคยกินที่พนมเปญ (Phnom Penh) ก็นุ่มหวานและร้อนแบบนี้เหมือนกัน การต้มข้าวโพดจึงไม่ใช่แค่การทำให้อาหารสุก แต่เป็นการรักษารสชาติและสัมผัสที่ดีที่สุดของวัตถุดิบเอาไว้ให้มากที่สุด
เดินตลาดจร่าวิญและสัมผัสวิถีชีวิตริมแม่น้ำ
ถ้าคุณอยากสัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง ผมแนะนำให้ไปเดินเล่นที่ ตลาดสดเช้า-เย็น เมืองจร่าวิญ ตลาดนี้แบ่งออกเป็นสองส่วน ตลาดใหญ่ที่มีโซนผลไม้ ปลา และของแห้งหลายชนิด และตลาดเล็ก “Cho Bach Dang” ที่มีสีสันของชาวบ้านนำของสดมาวางขายแบบเรียบง่าย ผมชอบเดินดูร้านเล็กๆ ริมแม่น้ำ ที่ปลาตัวเล็กๆ ถูกวางขายในปริมาณพอเพียงให้ชาวบ้านได้จับจ่ายไปทำกับข้าว
ในตลาดนี้ นอกจากข้าวโพดต้มแล้ว ยังมีอาหารท้องถิ่นอีกหลายอย่างที่ผมชอบ เช่น ต้มเส้นปลาช่อน ที่เนื้อปลาชิ้นใหญ่และสดมาก หรือแม้แต่การนั่งจิบกาแฟท้องถิ่นริมตลาด พร้อมกับดูวิถีชีวิตคนเดินตลาด เป็นบรรยากาศที่ผมรู้สึกว่าที่นี่ไม่ใช่แค่จังหวัดชายฝั่งธรรมดา แต่เป็นจุดเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและความอบอุ่นของผู้คน
การเดินทางและแนะนำที่พัก
การเดินทางมายังจังหวัดจร่าวิญสามารถทำได้ง่าย ๆ โดยผมเคยเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์ข้ามแม่น้ำ Hau river แล้วนั่งรถประจำทางเข้าสู่ตัวเมืองจร่าวิญ บางครั้งรถจะมาส่งถึงหน้าตลาดจร่าวิญเลย ซึ่งสะดวกมาก ไม่ต้องเสียเวลาไปยัง สถานีขนส่งเมืองจร่าวิญ ที่ตั้งอยู่นอกเมืองประมาณ 7 กิโลเมตร
สำหรับใครที่อยากพักผ่อนในบรรยากาศสงบ ๆ ผมแนะนำให้เลือกที่พักในตัวเมืองจร่าวิญ ซึ่งมีโรงแรมและเกสต์เฮาส์หลายแห่งให้เลือกพัก ผมเคยรวบรวมข้อมูลไว้ที่ โรงแรมที่พักในจร่าวิญ ซึ่งสะดวกสำหรับนักเดินทางที่อยากเดินเที่ยวชมตลาดและลิ้มลองอาหารท้องถิ่นแบบไม่เร่งรีบ
บทสรุปความประทับใจจาก mr.hotsia
ข้าวโพดต้มเมืองจร่าวิญไม่ได้เป็นแค่ขนมท้องถิ่นที่ผมกินเล่นเท่านั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเดินทางที่ทำให้ผมรู้สึกว่าได้สัมผัสหัวใจของสามเหลี่ยมแม่น้ำโขงจริง ๆ กลิ่นหวานของข้าวโพดต้มที่ยังร้อน ๆ กับเสียงพูดคุยกันของแม่ค้าและชาวบ้านริมตลาด เป็นภาพที่ผมยังจำได้ดีและอยากให้ทุกคนได้ลองมาสัมผัสด้วยตัวเอง
ถ้าคุณมาที่จร่าวิญ อย่าลืมแวะชิมข้าวโพดต้มริมตลาดและเดินชมวิถีชีวิตคนท้องถิ่น ผม mr.hotsia รับรองว่าความหวานของข้าวโพดและความอบอุ่นของเมืองนี้จะทำให้คุณอยากกลับมาอีกครั้งแน่นอนครับ