MR.HOTSIA TRAVEL

nan dinh จังหวัดนามดิ่ญ เวียดนาม

mr.hotsia travel เวียดนาม จังหวัดไม่ระบุ HOT06844

ประเทศ
เวียดนาม
เมือง/จังหวัด
จังหวัดไม่ระบุ
รหัสเรื่อง
HOT06844
ผู้เขียน
mr.hotsia
nan dinh จังหวัดนามดิ่ญ เวียดนาม
หมึกปุ่มย่างเวียดนาม
ข้าวหมกไก่เวียดนาม

Nan Dinh เมืองเล็กในจังหวัดนามดิ่ญ เวียดนาม: ความงามที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก

ผม mr.hotsia เพิ่งมีโอกาสเดินทางมาถึง Nan Dinh ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดนามดิ่ญของเวียดนามเหนือ สถานที่นี้ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวที่โด่งดัง มีนักท่องเที่ยวน้อยมาก แต่สำหรับผมแล้ว ความเงียบสงบและวิถีชีวิตท้องถิ่นที่แท้จริงของที่นี่คือเสน่ห์ที่ผมอยากบอกต่อ Nan Dinh เป็นเหมือนโอเอซิสเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางภูเขาและธรรมชาติ ซึ่งทำให้ผมนึกถึงบรรยากาศของหลายๆ เมืองใน จังหวัดหลั่งเซิน ที่เคยไปมา

การเดินทางมายัง Nan Dinh ค่อนข้างท้าทาย เพราะไม่มีรถโดยสารประจำทางสายตรง ผมเลือกวิธีเหมารถมอเตอร์ไซค์จากตัวเมืองใกล้เคียง ใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆ เส้นทางเป็นถนนลูกรังบางช่วง บรรยากาศสองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งนาเขียวขจีและภูเขาเตี้ยๆ ที่ค่อยๆ เปลี่ยนสีตามแสงแดดยามเช้า ช่วงที่ผมไปเป็นหน้าฝน อากาศเย็นสบาย ไม่ร้อนอบอ้าวเหมือนในเมืองหลั่งเซินเลย

สัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นและตลาด Nan Dinh

เมื่อถึงตัวเมือง Nan Dinh สิ่งแรกที่สะดุดตาผมคือตลาดเช้าขนาดเล็กๆ ที่ยังคงความดั้งเดิม พ่อค้าแม่ขายส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านท้องถิ่น ผัก ผลไม้ และอาหารสดที่นี่สดใหม่และราคาถูกมาก ผมได้ลองชิมข้าวหมกไก่สไตล์เวียดนามที่รสชาติคล้ายกับที่เคยกินใน วิดีโอข้าวหมกไก่เวียดนาม ที่เคยถ่ายไว้ อร่อยแบบบ้านๆ และกลมกล่อมกำลังดี

ตลาด Nan Dinh ไม่ได้มีแค่ของกิน ผมยังได้เห็นชาวบ้านขายเครื่องจักสาน งานฝีมือ และของใช้พื้นบ้านที่ทำมือทั้งหมด มันทำให้ผมนึกถึงตลาดท้องถิ่นในเมืองเล็กๆ ของเวียดนามหลายแห่งที่ผมเคยเดินทางไป เช่น ตลาดเช้าของเมืองเหวียตจี่ ที่ผมเคยแนะนำไว้ใน บทความก่อนหน้า ที่นั่นก็มีบรรยากาศคล้ายๆ กัน แต่ Nan Dinh มีความเงียบสงบและเป็นธรรมชาติมากกว่า

อาหารท้องถิ่นที่ไม่ควรพลาด

นอกจากข้าวหมกไก่แล้ว ผมยังได้ลองชิมหมึกปุ่มย่าง ที่ชาวบ้านใน Nan Dinh ทำสดๆ ร้อนๆ รสชาติหวานนุ่มและมีกลิ่นหอมของสมุนไพรท้องถิ่น เหมือนที่เคยเห็นใน วิดีโอหมึกปุ่มย่างเวียดนาม ซึ่งนับเป็นจานเด็ดที่ผมประทับใจมาก การกินจานนี้บนระเบียงบ้านไม้เล็กๆ พร้อมวิวภูเขาและสายหมอกบางๆ ทำให้ความรู้สึกในการกินอาหารอร่อยขึ้นไปอีกระดับ

ในช่วงเย็น ผมเดินเล่นไปตามถนนเล็กๆ ของ Nan Dinh เห็นร้านกาแฟท้องถิ่นที่เปิดไฟสลัวๆ คล้ายกับบรรยากาศที่ผมเคยเจอใน ร้านกาแฟในฟานราง กลิ่นกาแฟเวียดนามที่คั่วสดใหม่ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นและเหมือนอยู่บ้าน แม้จะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ที่นี่ก็มีเสน่ห์ในแบบของมันเองไม่แพ้เมืองใหญ่ๆ เลย

ธรรมชาติและวิวทิวทัศน์ที่งดงาม

สิ่งที่ทำให้ Nan Dinh แตกต่างจากเมืองอื่นๆ ที่ผมเคยไปคือความสงบของธรรมชาติรอบๆ เมือง ผมได้เดินขึ้นเขาเล็กๆ แถวหมู่บ้าน เพื่อชมวิวทุ่งนาที่กว้างสุดลูกหูลูกตาและภูเขาสลับซับซ้อน บรรยากาศเหมือนกับที่ผมเคยพบในจังหวัดหลั่งเซินซึ่งมีภูเขามากถึง 80% ของพื้นที่ (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ บทความจังหวัดหลั่งเซิน)

ในช่วงเช้า ผมหยิบกล้องถ่ายภาพวิวทะเลหมอกที่ลอยคลอเคลียยอดเขา เป็นภาพที่หาดูได้ยากในเมืองใหญ่ๆ และถ้าคุณชอบธรรมชาติ Nan Dinh คือจุดหมายที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนที่อยากหนีความวุ่นวายมาพักใจ

การเดินทางและคำแนะนำจาก mr.hotsia

สำหรับนักเดินทางที่สนใจมาสัมผัสชีวิตชาวบ้านและธรรมชาติใน Nan Dinh แนะนำให้เตรียมตัวล่วงหน้า เพราะที่นี่ไม่มีรถโดยสารสาธารณะตรงๆ และสัญญาณอินเทอร์เน็ตยังไม่ครอบคลุมดีนัก หากต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น อาจพักในเมืองใกล้เคียงแล้วเช่ารถหรือมอเตอร์ไซค์ขับเข้าไป เท่าที่ผมลองมา การมีมัคคุเทศก์ท้องถิ่นช่วยแนะนำเส้นทางและสถานที่ท่องเที่ยวเล็กๆ รอบๆ จะทำให้การเดินทางง่ายขึ้นมาก

ในเรื่องของอาหารและที่พัก Nan Dinh มีเกสต์เฮาส์เล็กๆ ที่ดูแลโดยครอบครัวท้องถิ่น คุณจะได้สัมผัสความเป็นกันเองแบบเวียดนามแท้ๆ และอาหารบ้านๆ ที่ปรุงจากวัตถุดิบสดใหม่จากท้องถิ่น

ถ้าใครสนใจเรื่องวัดวาอาราม ผมแนะนำให้ลองแวะไปชมวัดพุทธในเมืองดาลัด ที่ผมเคยเขียนรีวิวไว้ใน บทความวัดพุทธในเมืองดาลัด ซึ่งอยู่ไม่ไกลเกินไปจาก Nan Dinh และมีบรรยากาศที่สงบงามไม่แพ้กัน

สรุปความประทับใจ

Nan Dinh จังหวัดนามดิ่ญ เป็นเมืองเล็กๆ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปในอดีตของเวียดนาม เหมาะสำหรับคนที่ชอบเที่ยวแบบลึกซึ้ง อยากสัมผัสวิถีชีวิตจริงของชาวบ้าน และต้องการหนีความวุ่นวายจากเมืองใหญ่ ผม mr.hotsia อยากบอกว่าที่นี่เป็นอีกหนึ่งมุมเล็กๆ ของเวียดนามที่คุณไม่ควรพลาดเลย

ถ้าคุณชอบบทความนี้ อย่าลืมติดตามผม mr.hotsia เพื่อรับรู้เรื่องราวการเดินทางที่เข้มข้นและตรงไปตรงมาจากสนามจริง ผมจะพาไปเจาะลึกเส้นทางที่น่าสนใจในเวียดนามและประเทศอื่นๆ ในอาเซียนอีกแน่นอน

อ่านต่อเรื่องใกล้เคียง