quang tri จังหวัดกว่างจิ เวียดนาม
mr.hotsia travel เวียดนาม จังหวัดไม่ระบุ HOT06855
Quang Tri จังหวัดกว่างจิ เวียดนาม: เสน่ห์ชายแดนที่นักเดินทางต้องสัมผัส
สวัสดีครับ ผม mr.hotsia วันนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกจังหวัดกว่างจิ (Quang Tri) หนึ่งในจังหวัดที่อาจไม่ได้ดังมากนักในสายตานักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่สำหรับผู้ที่ชอบเดินทางเชิงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ นี่คือจุดหมายที่คุณไม่ควรพลาดเลยครับ
เมื่อพูดถึงเวียดนามเหนือ หลายคนมักนึกถึงฮานอย เมืองหลวง หรือจังหวัดที่ติดชายแดนจีนอย่างหลั่งเซิน (Lang Son) ที่ผมเคยเดินทางไปและเล่าไว้ใน บทความนี้ แต่กว่างจิเป็นอีกจังหวัดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตั้งอยู่ติดกับชายแดนลาวและกัมพูชาในภาคกลางตอนบนของเวียดนาม เป็นจังหวัดที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์สงครามและธรรมชาติที่ยังคงความงดงามดั้งเดิมได้อย่างน่าประทับใจ
ความรู้สึกแรกเมื่อมาถึงกว่างจิ
ผม mr.hotsia เดินทางมาถึงเมืองกว่างจิในช่วงบ่ายแดดร่มลมตก ความรู้สึกแรกคือความเงียบสงบที่แตกต่างจากเมืองใหญ่อย่างฮานอยหรือญาจางที่ผมเคยไปมา (ถ้าใครอยากดูบรรยากาศทะเลญาจางลองเข้าไปอ่าน บทความทะเลญาจาง ของผมนะครับ)
การเดินทางมาที่นี่สำหรับผมไม่ง่ายนัก เพราะต้องต่อรถหลายต่อและใช้เวลาค่อนข้างนาน แต่เมื่อมาถึงแล้ว ผมรู้สึกว่าทุกกิโลเมตรที่ผ่านมามันคุ้มค่าอย่างมาก จังหวัดกว่างจิมีภูมิทัศน์ที่หลากหลาย ตั้งแต่ภูเขา ป่าไม้ และแม่น้ำโขงที่ไหลผ่าน ให้ความรู้สึกเหมือนย้อนกลับไปในยุคอดีตของเวียดนาม
ตลาดและวิถีชีวิตท้องถิ่น
หนึ่งในความประทับใจของผมคือการได้เดินตลาดเช้าในเมืองกว่างจิ ที่นี่เป็นตลาดสดขนาดกลางที่เต็มไปด้วยผู้คนท้องถิ่นมาซื้อของกินของใช้ ผมได้ลองลิ้มชิมรสอาหารเวียดนามแท้ ๆ ทั้งข้าวหมกไก่และหมึกปุ่มย่างที่สดใหม่และหอมเครื่องเทศแบบไม่เหมือนที่ไหน (ถ้าชอบอาหารเวียดนามแบบจัดเต็ม ดูคลิป ข้าวหมกไก่เวียดนาม และ หมึกปุ่มย่างเวียดนาม ของผมได้ครับ)
ที่น่าสนใจคือบรรยากาศของตลาดที่ยังคงความเรียบง่ายไม่ฟุ้งเฟ้อเหมือนตลาดในเมืองใหญ่ ผู้คนค้าขายกันด้วยรอยยิ้มและความเป็นมิตร ผมได้เห็นแม่ค้าพ่อค้าท้องถิ่นใส่เสื้อผ้าพื้นเมืองที่เรียบง่ายแต่มีเสน่ห์ ช่วยเติมเต็มประสบการณ์การเดินทางครั้งนี้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
สถานที่ท่องเที่ยวและประวัติศาสตร์
จังหวัดกว่างจิเป็นที่รู้จักในฐานะจังหวัดที่เต็มไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะในช่วงสงครามเวียดนาม ที่นี่มีอนุสรณ์สถานและพิพิธภัณฑ์หลายแห่งที่เล่าเรื่องราวของสงครามและการต่อสู้เพื่อเอกราชอย่างน่าสนใจ ผม mr.hotsia แนะนำให้ไปเยี่ยมชม “Cửa Việt” หนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญริมชายฝั่ง รวมถึง “Địa đạo Vịnh Mốc” อุโมงค์ใต้ดินที่ใช้หลบภัยในช่วงสงคราม ที่ยังคงเก็บรักษาไว้ได้ดีและเปิดให้นักท่องเที่ยวชม
นอกจากนี้ยังมีธรรมชาติที่สวยงามอย่างภูเขาและแม่น้ำที่สามารถเดินทางไปสำรวจได้อย่างสะดวกสบาย สำหรับคนที่ชอบการผจญภัยและถ่ายภาพ ผมแนะนำให้เตรียมกล้องคู่ใจมาให้พร้อมครับ
การเดินทางและที่พัก
ถ้าคุณเดินทางจากฮานอยหรือเมืองใกล้เคียง การนั่งรถบัสหรือเช่ารถมอเตอร์ไซค์เป็นตัวเลือกที่ดี ผมเองเคยใช้บริการรถบัสที่สะดวกสบายและราคาไม่แพง พอถึงกว่างจิ คุณจะพบว่าการเดินทางในเมืองนี้ไม่ซับซ้อนและมีรถแท็กซี่ท้องถิ่นให้บริการพอสมควร
สำหรับที่พัก ผมแนะนำให้เลือกโรงแรมแบบง่าย ๆ หรือเกสต์เฮาส์ในตัวเมือง เพราะจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตจริงของคนท้องถิ่นมากขึ้น ในระหว่างทริปที่ผ่านมาผมมักจะเลือกพักในโรงแรมเล็ก ๆ ที่มีบรรยากาศอบอุ่นและราคาย่อมเยา คล้ายกับที่ผมเคยแนะนำไว้ในบทความเกี่ยวกับ โรงแรมในเมืองเหวียตจี่ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ช่วยให้การเดินทางมีความหมายและน่าจดจำมากขึ้น
เชื่อมต่อกับจังหวัดใกล้เคียง
ถ้าคุณมีเวลามากพอ ผมแนะนำให้ลองเดินทางต่อไปยังจังหวัดใกล้เคียงอย่างหลั่งเซิน ที่ผมเคยเขียนเล่าไว้ใน บทความนี้ หรือถ้าชอบวัดพุทธสวย ๆ บรรยากาศสงบ อย่าลืมแวะชมวัดตังแลมในเมืองดาลัดซึ่งเป็นวัดพุทธนิกายเซนที่มีชื่อเสียงมากในเวียดนามใต้ (อ่านรายละเอียดใน บทความวัดพุทธในเมืองดาลัด)
บทสรุปของการเดินทางกับ mr.hotsia
จังหวัดกว่างจิอาจจะไม่ได้มีชื่อเสียงเท่าฮานอย ญาจาง หรือดาลัด แต่สำหรับผม mr.hotsia ที่ชื่นชอบการเดินทางไปยังมุมที่ยังคงความแท้จริงของชีวิตคนท้องถิ่น และได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านสถานที่จริง กว่างจิคือจังหวัดที่มอบประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและอบอุ่นไม่แพ้ที่ไหน ๆ
ถ้าคุณอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศจากเส้นทางท่องเที่ยวหลัก ๆ ผมเชื่อว่าการเดินทางมาที่นี่จะทำให้คุณเข้าใจเวียดนามในอีกมุมที่แตกต่าง ผม mr.hotsia รับรองว่าทริปนี้จะเติมเต็มความสุขในการเดินทางและความทรงจำดี ๆ ให้กับคุณอย่างแน่นอนครับ