MR.HOTSIA TRAVEL

วิธีการทำขนมจากมะพร้าว ของชาวเวียดนามใต้ ดินแดนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง เรือนเบ๋นแจ

mr.hotsia travel เวียดนาม จังหวัดไม่ระบุ HOT07320

ประเทศ
เวียดนาม
เมือง/จังหวัด
จังหวัดไม่ระบุ
รหัสเรื่อง
HOT07320
ผู้เขียน
mr.hotsia
วิธีการทำขนมจากมะพร้าว ของชาวเวียดนามใต้ ดินแดนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง เรือนเบ๋นแจ
หมึกปุ่มย่างเวียดนาม
ข้าวหมกไก่เวียดนาม

วิธีการทำขนมจากมะพร้าว ของชาวเวียดนามใต้ ดินแดนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ณ เรือนเบ๋นแจ

ถ้าพูดถึงเวียดนามใต้ ดินแดนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ วิถีชีวิตชาวบ้านที่เรียบง่าย และอาหารพื้นถิ่นที่อร่อยติดใจ แต่วันนี้ mr.hotsia จะพาไปล้วงลึกถึง “วิธีการทำขนมจากมะพร้าว” ซึ่งเป็นขนมพื้นบ้านที่สะท้อนวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวเวียดนามใต้ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เรือนเบ๋นแจ (Ben Tre) จังหวัดหนึ่งในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงที่ขึ้นชื่อเรื่องมะพร้าวคุณภาพดีเยี่ยม

ผมเดินทางมาถึงเรือนเบ๋นแจในช่วงที่ตลาดท้องถิ่นกำลังคึกคัก กลิ่นของมะพร้าวสดหอมฟุ้งไปทั่วทุกซอกมุม ตลาดที่นี่เต็มไปด้วยผลผลิตจากต้นมะพร้าว ทั้งเนื้อมะพร้าวสด น้ำมะพร้าว และกะทิสด ๆ ที่ชาวบ้านใช้ทำอาหาร และขนมหวานต่าง ๆ ผมได้มีโอกาสเข้าไปพูดคุยกับชาวบ้านท้องถิ่นที่ยังคงสืบทอดสูตรขนมมะพร้าวจากรุ่นสู่รุ่น ที่นี่เป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์แห่งวิถีชีวิตที่ทุกขั้นตอนการทำขนมยังคงทำด้วยมือและความตั้งใจอย่างแท้จริง

เริ่มต้นด้วยมะพร้าวสดจากสวน

มะพร้าวที่ใช้ทำขนมต้องเป็นมะพร้าวน้ำหอมที่ปลูกในพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงนี้เท่านั้น เพราะมะพร้าวที่นี่มีความหวานและกลิ่นหอมเฉพาะตัว ซึ่งแตกต่างจากที่อื่น ๆ ผมได้เดินชมสวนมะพร้าวร่วมกับชาวบ้าน ผู้ที่ชำนาญการเลือกมะพร้าวแก่พอดีที่จะใช้เพื่อนำมาแกะและขูดเนื้อมะพร้าวสด ๆ โดยใช้เครื่องมือดั้งเดิมที่ยังคงใช้กันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ

หลังจากขูดเนื้อมะพร้าวจนละเอียดแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการนำไปคั้นเพื่อแยกน้ำกะทิสด ๆ ซึ่งเป็นส่วนผสมสำคัญที่ทำให้ขนมมะพร้าวมีความหอมมันและรสชาติกลมกล่อม น้ำกะทิสดนี้จะถูกใช้เป็นวัตถุดิบหลักในสูตรขนมพื้นบ้านหลายชนิดที่ผมได้เห็นและได้ชิมในเวลาต่อมา

วิธีทำขนมมะพร้าวแบบดั้งเดิม

ที่เรือนเบ๋นแจ ชาวบ้านจะทำขนมมะพร้าวแบบง่าย ๆ แต่เต็มไปด้วยความละเอียดอ่อน เริ่มจากการผสมเนื้อมะพร้าวขูดกับแป้งข้าวเจ้าและน้ำตาลทรายแดง จากนั้นจะใช้กะทิสดที่คั้นจากมะพร้าวสดมาเติมลงไป เพื่อให้เนื้อขนมมีความนุ่มและรสชาติหวานมัน

ผมได้เข้าร่วมเวิร์กช็อปเล็ก ๆ ที่มีเจ้าของบ้านใจดีสอนทำขนมมะพร้าวด้วยตัวเอง ขั้นตอนการนวดแป้งและเนื้อมะพร้าวให้เข้ากันนั้นต้องใช้ความอดทนและความชำนาญ จากนั้นนำขนมที่ได้ไปนึ่งในหม้อนึ่งที่ทำจากไม้ไผ่ ซึ่งช่วยเก็บความร้อนและกระจายความร้อนได้อย่างทั่วถึง ทำให้ขนมมะพร้าวสุกอย่างนุ่มนวล

ระหว่างนึ่งขนม กลิ่นหอมของกะทิและมะพร้าวที่ลอยขึ้นมาในอากาศ ทำให้ผมแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะได้ลิ้มลองรสชาติแท้จริงของขนมนี้ ซึ่งความหวานกำลังดีและกลิ่นหอมของมะพร้าวสดนั้น เป็นอะไรที่ผมไม่เคยสัมผัสจากขนมมะพร้าวที่ไหนมาก่อนเลยครับ

ชิมขนมมะพร้าว และเรียนรู้วิถีชีวิตชาวบ้าน

หลังจากขนมสุก ผมได้นั่งร่วมวงกับครอบครัวเจ้าของบ้าน พร้อมกับจิบชาใบเตยที่พวกเขาชงมาให้ ช่วยตัดความหวานของขนมได้อย่างลงตัว การพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวชีวิตและประวัติความเป็นมาของขนมนี้ ทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้สัมผัสกับหัวใจแท้จริงของชาวเวียดนามใต้มากยิ่งขึ้น

ที่นี่ไม่ใช่แค่แหล่งผลิตขนมมะพร้าวเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์รวมของวัฒนธรรมและประเพณีที่ยังคงถูกรักษาไว้ได้อย่างดี ผมเองก็ได้เรียนรู้ว่าการทำขนมไม่ใช่แค่การทำอาหาร แต่เป็นการถ่ายทอดความรัก ความเอาใจใส่ และความผูกพันในครอบครัวและชุมชน

การเดินทางสู่เรือนเบ๋นแจ และการเชื่อมโยงกับพื้นที่ใกล้เคียง

สำหรับนักเดินทางที่สนใจอยากมาสัมผัสวิธีการทำขนมมะพร้าวแบบนี้ ผมแนะนำให้เริ่มต้นการเดินทางจาก สถานีขนส่งเมืองหวิงลอง (Vinh Long bus station) ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง จากนั้นต่อรถไปยังเรือนเบ๋นแจได้ไม่ยาก

ระหว่างทาง คุณจะได้เห็นภาพวิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำ ต้นมะพร้าวเรียงราย และตลาดน้ำที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของเวียดนามใต้ไว้อย่างเหนียวแน่น ผมเองเคยเดินทางผ่านจังหวัดนี้หลายครั้ง ทั้งการไปเยือน จังหวัดหลั่งเซิน และเมืองอื่น ๆ ในเวียดนามเหนือใกล้เคียง แต่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงในเวียดนามใต้กลับเป็นที่ที่ผมรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นและความเป็นธรรมชาติที่สุด

สรุปความประทับใจจากการทำขนมมะพร้าวที่เรือนเบ๋นแจ

การได้มาเห็นและลองทำขนมมะพร้าวด้วยตัวเอง ณ เรือนเบ๋นแจ เป็นประสบการณ์ที่ผมจะจดจำไปตลอด กลิ่นหอมของมะพร้าว ความหวานละมุน และความรู้สึกที่ได้สัมผัสวิถีชีวิตจริงของชาวเวียดนามใต้ในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ทำให้ผมเข้าใจว่าขนมหนึ่งชิ้นไม่ได้เป็นเพียงแค่ของหวาน แต่เป็นสะพานเชื่อมโยงวัฒนธรรมและความผูกพันของคนในชุมชน

ถ้าใครอยากลองสัมผัสประสบการณ์แบบนี้ mr.hotsia ขอแนะนำให้มาเที่ยวเวียดนามใต้ แล้วลองแวะมาเยือนเรือนเบ๋นแจดูสักครั้ง รับรองว่าคุณจะได้มากกว่าความอร่อย แต่ยังได้เรียนรู้เรื่องราวและความเป็นมาของขนมมะพร้าวที่ไม่เหมือนใครแน่นอนครับ

อ่านต่อเรื่องใกล้เคียง