เมืองศรีโสภณ จังหวัดบันเจียเมียนเจย
mr.hotsia travel กัมพูชา บันเจียเมียนเจย HOT00313
เมืองศรีโสภณ จังหวัดบันเจียเมียนเจย : เส้นทางผ่านและสีสันชีวิตที่แท้จริงของกัมพูชา
ถ้าพูดถึงจังหวัดบันเจียเมียนเจย หลายคนอาจจะนึกถึงเมืองปอยเปตชายแดนไทยกัมพูชาที่คึกคักด้วยคาสิโนและนักท่องเที่ยว แต่เมืองหลวงของจังหวัดนี้จริงๆ คือ เมืองศรีโสภณ หรือในภาษากัมพูชาเรียกว่า เสะเร็ยโสพ็วน (Serei Saophoan) ซึ่ง mr.hotsia ได้มีโอกาสเดินทางไปสัมผัสมาแบบเต็มๆ และต้องบอกว่าเมืองนี้มีเสน่ห์ในแบบที่หลายคนไม่ค่อยรู้จัก
ศรีโสภณ หรือที่ชาวท้องถิ่นเรียกกันง่ายๆ ว่าเมืองทางผ่าน เพราะเป็นจุดแยกสำคัญบนเส้นทางจากปอยเปตไปเสียมเรียบ หรือจะเลี้ยวไปทางใต้สู่จังหวัดพระตะบองและพนมเปญก็ต้องผ่านที่นี่ทุกครั้ง ทำให้ที่นี่เป็นเมืองที่นักเดินทางหลายคนอาจแค่หยุดพักก่อนเดินทางต่อ แต่สำหรับ mr.hotsia ศรีโสภณมีเรื่องราวให้ค้นหาและประสบการณ์ที่น่าสนใจไม่น้อยเลยครับ
การเดินทางที่สะดวกสู่ศรีโสภณ
ถ้ามาจากฝั่งไทย ผมแนะนำให้เริ่มต้นที่ปอยเปต ซึ่งถือเป็นประตูหลักของกัมพูชาในโซนนี้ ที่สถานีขนส่งปอยเปตมีรถโดยสารหลากหลายสายที่ต้องผ่านศรีโสภณทั้งนั้น โดยเฉพาะรถที่วิ่งไปเสียมเรียบหรือพระตะบอง สำหรับนักท่องเที่ยวที่ยังไม่คุ้นเคยกับระบบขนส่งที่นี่ ก็มีรถซัตเติ้ลบัสจากด่านตรวจคนเข้าเมืองปอยเปตไปยังสถานีขนส่งในเมืองศรีโสภณ ซึ่ง mr.hotsia ใช้บริการมาแล้ว สะดวกและไม่ยุ่งยากเลย
ระยะห่างจากปอยเปตมายังศรีโสภณประมาณ 40 กิโลเมตร ซึ่งใช้เวลาประมาณชั่วโมงนิดๆ รถจะพาคุณผ่านถนนสองข้างทางที่กำลังพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ แม้ช่วงที่ผมไปจะเจอฝุ่นเยอะเพราะกำลังปรับปรุงถนนกลางเมือง แต่ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีของการเติบโตในอนาคต
บรรยากาศและวิถีชีวิตในเมืองศรีโสภณ
เมืองศรีโสภณมีความเป็นเมืองแห่งการศึกษาสูง เพราะเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ทำให้บรรยากาศในเมืองเต็มไปด้วยหนุ่มสาววัยเรียนที่กระตือรือร้น มีความคึกคักแบบที่ผมรู้สึกได้คล้ายกับเมืองมหาสารคามบ้านเราเลยครับ เดินตลาดเช้า ตลาดเย็นที่นี่จะเห็นนักศึกษามานั่งรวมกลุ่มกัน ชาวบ้านก็เดินจับจ่ายซื้อของสดของใช้พื้นถิ่น เป็นภาพที่อบอุ่นและเรียบง่าย
ผมใช้เวลาที่ศรีโสภณเดินตลาดทั้งเช้าและเย็น ตลาดเช้ามีอาหารพื้นบ้านให้เลือกชิมมากมาย รวมถึงข้าวหน้าไก่ทอดที่รสชาติเข้มข้น และที่ประทับใจมากคือการจิบน้ำชาที่เสิร์ฟแบบ ชาคว่ำแก้ว ซึ่งเป็นวิธีดื่มชาแบบดั้งเดิมของคนที่นี่ ที่ยังคงรักษาไว้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
อาหารการกินที่ศรีโสภณ : รสชาติที่คุ้นเคยและกลิ่นอายไทย
เรื่องอาหารการกินที่นี่ mr.hotsia ต้องบอกว่าไม่แปลกใจเลยที่พบว่าหลายคนพูดไทยได้ เพราะศรีโสภณเคยเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดพิบูลสงครามของไทยในอดีต ก่อนจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของกัมพูชาในยุครัชกาลที่ 5 ความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมจึงยังคงหลงเหลืออยู่มาก โดยเฉพาะอาหารที่มีความคล้ายคลึงกับบ้านเรา
ในตอนค่ำของแต่ละวันที่ผมพักในเมือง จะเห็นร้านข้าวต้มขาวและบ๋อบอซอ ที่ขายปลาช่อนย่างไฟอ่อนๆ กลิ่นหอมชวนกินตั้งอยู่ตามริมถนน มีเบียร์เย็นๆ ขายด้วย เป็นที่ที่ชาวเมืองนิยมมารวมตัวหลังเลิกงาน นอกจากนี้ในโรงแรมกลางเมืองยังมีเธคเล็กๆ ให้บรรยากาศแบบท้องถิ่น และถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศก็ยังมีร้านคาราโอเกะที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองประมาณ 3 กิโลเมตร
ถ้าอยากติดตามเรื่องอาหารและวิถีชีวิตของคนศรีโสภณให้ลึกขึ้น mr.hotsia แนะนำให้อ่านบทความ อาหารการกินของชาวเมืองศรีโสภณ จังหวัดบันเตียเมียนเจอ ที่ผมเขียนไว้ครับ จะได้เห็นมุมมองและรายละเอียดที่น่าสนใจอีกมาก
ที่พักและความสะดวกสบายในศรีโสภณ
เนื่องจากศรีโสภณเป็นเมืองทางผ่าน ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวพักค้างคืนมากนัก ที่พักจึงมีไม่เยอะเท่าที่ปอยเปตหรือพระตะบอง แต่ก็เพียงพอและราคาไม่แพงเลยครับ ผมพักในโรงแรมที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากตลาดเช้าและสถานีขนส่ง เดินไปกินข้าวต้มกลางคืนสะดวกสบาย ห้องพักแอร์เย็นฉ่ำ มีน้ำอุ่น และสัญญาณ WIFI ใช้งานได้ดี ราคาอยู่ประมาณ 300 บาทต่อคืน ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับความสะดวกนี้
ถ้าใครสนใจรายละเอียดที่พักในศรีโสภณ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จากบทความ โรงแรมในเมืองศรีโสภณ จังหวัดบันเจียเมียนเจย ที่ผมเคยเขียนไว้ครับ
แม่น้ำและสะพานในเมืองศรีโสภณ : จุดชมวิวสุดชิลล์
หนึ่งในความประทับใจที่ผมมีต่อศรีโสภณคือแม่น้ำเล็กๆ ที่ไหลผ่านตัวเมือง แม้จะไม่ใหญ่โตเหมือนแม่น้ำเจ้าพระยา แต่บรรยากาศริมแม่น้ำและสะพานข้ามสายเล็กๆ นั้นชวนให้นั่งเล่นชมวิวได้สบายๆ
ตอนเย็นที่ผมนั่งอยู่บนสะพานแห่งนี้ เห็นหนุ่มสาวชาวศรีโสภณมานั่งคุยกันอย่างเป็นกันเอง บางครั้งมีฝูงวัวเดินกลับบ้านผ่านสะพาน เป็นภาพที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ผมใช้เวลานั้นถ่ายคลิปไว้เป็นความทรงจำสุดท้ายของการเดินทางครบทุกรัฐบาลของกัมพูชาในครั้งนี้เลยครับ
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
แม้ผมจะไม่ได้มีเวลามากพอที่จะไปเยือนปราสาทบันทายฉมาร์ ซึ่งเป็นโบราณสถานสำคัญที่ตั้งอยู่ห่างจากเมืองศรีโสภณไปประมาณ 60 กิโลเมตรทางทิศเหนือ แต่ถ้าใครสนใจประวัติศาสตร์และโบราณคดี ที่นั่นถือเป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาด เพราะเป็นปราสาทที่เก่าแก่และมีความงดงามในตัวเอง แตกต่างจากปราสาทนครวัดที่มีชื่อเสียง
สำหรับนักท่องเที่ยวที่วางแผนจะใช้ศรีโสภณเป็นฐานในการเดินทาง ผมแนะนำให้ลองใช้เวลาสักคืนสองคืน เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตจริงๆ ของผู้คนที่นี่ เดินตลาด ตลาดศรีโสภณ ให้เต็มที่ ชิมอาหารพื้นเมือง จิบชาคว่ำแก้ว และสำรวจเมืองเล็กๆ นี้ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นมิตร
สรุปความประทับใจจาก mr.hotsia
เมืองศรีโสภณ จังหวัดบันเจียเมียนเจย สำหรับ mr.hotsia แล้วไม่ใช่แค่เมืองทางผ่านระหว่างปอยเปตกับเสียมเรียบ แต่เป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาของคนหนุ่มสาวและนักศึกษา วิถีชีวิตเรียบง่ายที่ยังคงกลิ่นอายความเป็นไทยปะปนอยู่ในวัฒนธรรมกัมพูชา เป็นเมืองที่ผมเดินเล่นได้อย่างสบายใจและได้สัมผัสกับความจริงของชีวิตท้องถิ่นอย่างแท้จริง
ถ้าใครวางแผนเที่ยวกัมพูชาและมีโอกาสผ่านจังหวัดบันเจียเมียนเจย อย่าลืมแวะศรีโสภณ ลองชิมอาหารท้องถิ่น เดินตลาด และนั่งเล่นที่สะพานริมน้ำ ผมเชื่อว่าคุณจะได้พบความงดงามอีกมุมหนึ่งของกัมพูชา ที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงในทริปท่องเที่ยวทั่วไปแน่นอนครับ