แบกเป้อินเดีย 119/129: ไทพ่าเก หมู่บ้านคนไทยในอินเดีย thai phake ASSAM INDIA
mr.hotsia travel อินเดีย จังหวัดไม่ระบุ HOT06069
แบกเป้อินเดีย 119/129: ไทพ่าเก หมู่บ้านคนไทยในอินเดีย Thai Phake, Assam
ถ้าพูดถึงอินเดีย หลายคนคงนึกถึงความอลังการของเมืองใหญ่ ๆ อย่างมุมไบ บังคาลอร์ หรือเจนไน แต่สำหรับผม mr.hotsia การเดินทางครั้งนี้พาไปเจอลับที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก นั่นคือ “ไทพ่าเก” หมู่บ้านคนไทยในรัฐอัสสัม (Assam) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ที่ซึ่งวัฒนธรรมไทยยังคงถูกถ่ายทอดและรักษาไว้อย่างเหนียวแน่นท่ามกลางความหลากหลายของอินเดีย
เดินทางมายังรัฐอัสสัมซึ่งไม่ได้อยู่ไกลจากเมืองดิบรูการ์ (Dibrugarh) ที่ผมเคยเขียนถึงไปก่อนหน้านี้ (แบกเป้อินเดียเหนือ 6/45 : อาหารเช้าอินเดีย โรงแรมในดิบรูการ์) การมาที่นี่ต้องใช้ความอดทนและการติดต่อกับชาวบ้านในพื้นที่เยอะหน่อย เพราะหมู่บ้านไทพ่าเกไม่ได้เป็นจุดหมายท่องเที่ยวหลัก มีเพียงคนท้องถิ่นที่รู้จักกันดีในชุมชนเท่านั้นที่จะพาเราเข้าไปสัมผัสชีวิตจริงของพวกเขา
ไทพ่าเกเป็นกลุ่มชนที่มีเชื้อสายไทยอพยพมาตั้งแต่สมัยโบราณ พวกเขาอาศัยอยู่ในหุบเขาและป่ารกชัฏของรัฐอัสสัม พูดภาษาไทยที่คล้ายกับภาษาไทยภาคเหนือ และยังรักษาวัฒนธรรม ประเพณี รวมถึงอาหารการกินแบบไทยแท้ ๆ เอาไว้ได้อย่างน่าทึ่ง
วิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทยในแดนอัสสัม
ผมเดินทางเข้าหมู่บ้านไทพ่าเกในตอนเช้า กลิ่นดิน กลิ่นใบไม้ และเสียงนกร้องต้อนรับผมอย่างอบอุ่น ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังคงใส่ชุดพื้นเมืองที่คล้ายกับชุดไทยโบราณ ผู้หญิงสวมผ้าซิ่นทอมือ ส่วนผู้ชายสวมเสื้อแขนยาวและกางเกงผ้าฝ้ายที่ทำเอง บรรยากาศเหมือนย้อนเวลากลับไปยังบ้านเกิดของเราในภาคเหนือของประเทศไทย
สิ่งที่ mr.hotsia ชอบมากคือการได้ลิ้มลองอาหารที่ทำด้วยวัตถุดิบท้องถิ่น แต่รสชาติเหมือนอาหารไทยบ้านเรา เช่น ข้าวเหนียว หมูย่าง น้ำพริกปลาร้า และผักป่าที่เก็บจากข้างหมู่บ้าน ผมได้ลองชิมข้าวเหนียวร้อน ๆ จิ้มกับน้ำพริกที่เผ็ดร้อนถึงใจ บอกเลยว่าอร่อยมากกว่าที่คิดไว้เยอะ
นอกจากนี้ ชาวไทพ่าเกยังมีงานประเพณีที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เช่น งานบุญเดือนหก หรือประเพณีสืบสานวัฒนธรรมไทยที่เต็มไปด้วยการละเล่นพื้นบ้านและพิธีกรรมทางศาสนาแบบพุทธที่ผสมผสานความเชื่อท้องถิ่นของอินเดียอย่างลงตัว
ความเชื่อและศาสนาในหมู่บ้านไทพ่าเก
ศาสนาพุทธนิกายเถรวาทเป็นรากฐานของความเชื่อในชุมชนนี้ วัดวาอารามเล็ก ๆ ตั้งอยู่กลางหมู่บ้านเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน วัดไทยพ่าเกมีพระพุทธรูปและภาพจิตรกรรมที่สวยงามมาก ผมได้มีโอกาสนั่งฟังพระสวดมนต์และพูดคุยกับพระสงฆ์ท้องถิ่น ซึ่งความสงบและความศรัทธานั้นทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้กลับบ้านอีกครั้งหนึ่ง
ประสบการณ์นี้ทำให้นึกถึงครั้งที่เคยไปเที่ยว น้ำชี ในรัฐสิกขิม ที่มีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่าง Samdruptse Statue และ Ngadok Monastery ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธในภูมิภาคนั้น ความรู้สึกของผมกับการเดินทางในอินเดียเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือดูจะคล้ายกันตรงที่ความศรัทธาและวัฒนธรรมที่เข้มแข็งของผู้คน
การเดินทางและการติดต่อกับชุมชน
การมาเยือนไทพ่าเกไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าไม่มีคนท้องถิ่นช่วยเหลือ ผมใช้เวลาหลายวันในการติดต่อและหาคนพาเข้าหมู่บ้าน ผ่านการพูดคุยกับชาวบ้านในเมืองดิบรูการ์และเมืองใกล้เคียง ซึ่งพวกเขาใจดีและยินดีช่วยเหลือผมมาก การเดินทางส่วนใหญ่ใช้รถยนต์จิ๊บและเดินเท้าในบางช่วงทางที่รถเข้าไม่ถึง
ที่นี่ไม่มีที่พักแบบรีสอร์ทหรือโรงแรม แต่ชาวบ้านเปิดบ้านต้อนรับนักเดินทางแบบโฮมสเตย์ ทำให้ผมได้สัมผัสวิถีชีวิตจริง ๆ ของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหาร การปลูกผัก หรือการละเล่นพื้นบ้านในยามค่ำคืน
เชื่อมโยงกับอินเดียเมืองใหญ่และแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ
หลังจากที่ใช้เวลาหลายวันในหมู่บ้านไทพ่าเก ผมเดินทางกลับมายังเมืองใหญ่ของรัฐอัสสัม และได้ไปเยือนเมืองอื่น ๆ ที่น่าสนใจของอินเดียด้วย เช่น บังคาลอร์ (แบกเป้บังคาลอร์) ที่ผมเคยเล่าถึงความเป็นเมืองเทคโนโลยีและอาหารอร่อย หรือมุมไบ (แบกเป้มุมไบ) เมืองท่าที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมหลากหลาย
อินเดียเป็นประเทศมหัศจรรย์ที่ทุกครั้งที่มาเยือนจะได้เจออะไรใหม่ ๆ เสมอ และการได้รู้จักหมู่บ้านไทพ่าเกก็เป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่ผม mr.hotsia ประทับใจมากที่สุด เพราะมันไม่ใช่แค่การเที่ยวชม แต่เป็นการเข้าไปเรียนรู้ชีวิตจริงของคนที่มีเชื้อสายไทยในแดนอันไกลโพ้น ที่ยังคงรักษารากเหง้าวัฒนธรรมไว้ได้อย่างน่าชื่นชม
คลิปวิดีโอแนะนำ
สำหรับใครที่อยากเห็นภาพบรรยากาศจริง ๆ จากหมู่บ้านไทพ่าเก สามารถชมคลิป แบกเป้อินเดีย 119/129: ไทพ่าเก หมู่บ้านคนไทยในอินเดีย Thai Phake Assam India ของผมได้เลยครับ จะได้เห็นวิถีชีวิต การทำกิน และวัฒนธรรมที่น่าสนใจมาก ๆ
ท้ายที่สุดนี้ การเดินทางไปหมู่บ้านไทพ่าเกช่วยย้ำเตือนผมว่า ในโลกกว้างใบนี้ยังมีชุมชนเล็ก ๆ ที่ยังคงอัตลักษณ์และวัฒนธรรมไทยอย่างภาคภูมิใจ แม้จะอยู่ห่างไกลจากบ้านเกิดเมืองนอนหลายพันกิโลเมตรก็ตาม