เผ่ากุ๊ย
mr.hotsia travel ลาว แขวงหลวงน้ำทา HOT05498
เผ่ากุ๊ย: เปิดโลกชุมชนมูเซอเหลืองในแขวงหลวงน้ำทา
ผม mr.hotsia มีโอกาสเดินทางเข้าสู่แขวงหลวงน้ำทา ประเทศลาว เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตของชนเผ่ากุ๊ย หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “กุ้ย” ซึ่งเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ของชนเผ่ามูเซอที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างชัดเจน ทั้งนี้ชนเผ่ามูเซอแบ่งออกเป็น 4 สายหลักได้แก่ มูเชอแดง มูเชอดำ มูเชอเหลือง (กุ๊ย) และมูเชอเมี้ยว ส่วนผมได้ไปเยือนหมู่บ้านของชาวกุ๊ยในเมืองลอง ซึ่งเป็นเมืองรองในแขวงหลวงน้ำทา ที่นี่คือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้วัฒนธรรมที่กำลังจะเลือนหายไป
สิ่งที่สะดุดตาผมอย่างมากคือการที่ผู้หญิงชาวกุ๊ยทุกคนยังคงรักษาประเพณีการสับหวีเหน็บผมไว้เป็นเครื่องหมายเฉพาะตัว แม้ว่าวัยรุ่นหญิงในหมู่บ้านจะเริ่มลดละการสวมใส่หวีนี้ไปแล้วก็ตาม แต่กับผู้หญิงวัย 25-30 ปีขึ้นไป ยังคงเห็นหวีสับเล็กๆ ติดอยู่บนศีรษะอย่างชัดเจน เป็นภาพที่ผมรู้สึกว่าเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่น่าจดจำ และอยากให้ทุกคนได้เห็นก่อนที่สิ่งเหล่านี้จะค่อยๆ หายไปจากโลกนี้
วิถีชีวิตและการต้อนรับของเผ่ากุ๊ยในเมืองลอง
หมู่บ้านของชาวกุ๊ยที่ผมไปเยือนอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองลอง ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ มีบ้านเรือนกระจายอยู่บนที่ราบลุ่มเล็กๆ ที่นี่มีความสงบและเรียบง่าย ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมบ้านหลังหนึ่งในช่วงที่เขากำลังจัดงานเลี้ยงไฟออกลูก ผมได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นด้วยเหล้าข้าวโพดซึ่งเป็นเครื่องดื่มดั้งเดิมของชาวมูเซอ โดยพวกเขาจะดื่มกันเป็นสองจอก ไม่ใช่จอกเดียว เพราะเชื่อว่าแบบนั้นจะนำโชคดีและเป็นมงคลมากกว่า
การได้พูดคุยกับคนในหมู่บ้านทำให้ผมเข้าใจถึงความเป็นมาของชาวมูเซอที่เรียกตัวเองอีกชื่อหนึ่งว่า “ลาหู่” (Lahu) ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ใช้ภาษาย่อยในตระกูลธิเบต-พม่า ความสัมพันธ์ระหว่างเผ่าพันธุ์และวิถีชีวิตที่ผูกพันกับธรรมชาติทำให้ผมรู้สึกได้ถึงความเรียบง่ายแต่ทรงคุณค่าในทุกๆ การดำเนินชีวิตของพวกเขา
เมืองลอง: เมืองรองที่น่าค้นหาในแขวงหลวงน้ำทา
เมืองลองซึ่งอยู่ห่างจากเมืองสิงประมาณ 60 กิโลเมตร เป็นจุดหมายที่ผมแนะนำให้ทุกคนมาเยือนหลังจากเที่ยวชมตลาดเช้าเมืองสิงห์ที่มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ตลาดเช้าเมืองสิง) การเดินทางมาที่เมืองลองสะดวกด้วยรถจากสถานีขนส่งเมืองสิงห์ ซึ่งผมเองก็เคยใช้บริการมาหลายครั้ง สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สถานีขนส่งเมืองสิง
ที่นี่แม้จะเป็นเมืองเล็กแต่ก็มีตลาดกลางเมืองที่คึกคัก มีร้านอาหารท้องถิ่นและที่พักแบบเกรสเฮ้าส์ราคาสบายกระเป๋า ผมแนะนำ Thatsany Guesthouse ซึ่งสะอาดปลอดภัยและตั้งอยู่ใกล้ตลาด เดินทางสะดวก (โทร. 020 5348337) แม้ที่พักที่นี่จะไม่มีไวไฟ แต่ความเงียบสงบและบรรยากาศแบบบ้านๆ นี่แหละที่ทำให้ผมประทับใจ
อาหารท้องถิ่นและบรรยากาศตลาดในแขวงหลวงน้ำทา
ระหว่างที่ผมพักในเมืองลอง ผมได้ลิ้มลองอาหารพื้นเมืองอย่างมะเขือคั่ว ซึ่งเป็นเมนูง่ายๆ แต่รสชาติกลมกล่อมที่หาทานได้ในชุมชนนี้ (คลิปวิดีโอดูได้ที่ มะเขือคั่ว Fried eggplant) นอกจากนี้ ตลาดเช้าในเมืองสิงห์ก็มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน โดยเฉพาะบรรดาผู้คนที่แต่งกายด้วยชุดประจำเผ่าที่หลากหลาย ผมชอบนั่งจิบเหล้าข้าวโพดข้างทางในบรรยากาศเรียบง่าย นี่คือวิธีที่ผมใช้สัมผัสวิถีชีวิตจริงของคนที่นี่ (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมใน เมืองสิง ลาว)
การเดินทางและการเชื่อมต่อในแขวงหลวงน้ำทา
สำหรับนักเดินทางที่สนใจจะมาสัมผัสวิถีชีวิตของชาวเผ่ากุ๊ยและเที่ยวชมเมืองรองอย่างเมืองลอง การเข้าถึงง่ายที่สุดคือผ่านเมืองหลวงน้ำทา ซึ่งมี สถานีขนส่งหลวงน้ำทา เป็นจุดเชื่อมต่อหลัก รวมทั้งยังมีสนามบินหลวงน้ำทารองรับเที่ยวบินภายในประเทศด้วย รถตุ๊กๆ ค่าโดยสารประมาณ 20,000 กีบ สามารถพาไปยังสถานีขนส่งและตัวเมืองได้อย่างสะดวก
จากหลวงน้ำทา นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินทางต่อไปยังเมืองสิงห์ และจากนั้นต่อรถไปยังเมืองลองได้ โดยรถออกหลายเที่ยวในแต่ละวันแม้ว่าบางครั้งจะต้องรอให้มีผู้โดยสารเพียงพอรถถึงจะออกเดินทาง (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ สถานีขนส่งเมืองสิง)
บทสรุปและคำแนะนำจาก mr.hotsia
การได้มาเยือนเผ่ากุ๊ยในแขวงหลวงน้ำทา ไม่ใช่แค่การท่องเที่ยวธรรมดาๆ แต่เป็นการเดินทางย้อนเวลาเพื่อเก็บรักษาวิถีชีวิตที่กำลังจะเลือนหาย ผม mr.hotsia ขอแนะนำให้ทุกคนที่สนใจวัฒนธรรมชนเผ่าและชอบการผจญภัยแบบลึกซึ้ง ได้ลองมาสัมผัสที่นี่ก่อนที่ภาพผู้หญิงกุ๊ยกับหวีสับบนผมจะกลายเป็นอดีต
นอกจากนี้ การเดินทางผ่านเมืองหลวงน้ำทา เมืองสิงห์ และเมืองลอง ยังเปิดมุมมองของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่หลากหลาย พร้อมด้วยรสชาติอาหารท้องถิ่นและตลาดสดที่เต็มไปด้วยสีสันและชีวิตชีวา การได้ลองเหล้าข้าวโพดแบบดั้งเดิมก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ mr.hotsia แนะนำให้ลองเพื่อทำความรู้จักกับคนพื้นที่อย่างแท้จริง
หากคุณวางแผนเดินทาง อย่าลืมเตรียมใจมาเปิดรับความเรียบง่ายที่ซ่อนอยู่ในภูมิภาคนี้ แล้วคุณจะได้พบกับความทรงจำที่ไม่เหมือนใครในดินแดนหลวงน้ำทาแห่งนี้