เดินทางจากเมืองขวาประเทศลาวไปเดียนเบียนฟู
mr.hotsia travel ลาว แขวงพงสาลี HOT05459
การเดินทางจากเมืองขวา ประเทศลาว สู่เดียนเบียนฟู เวียดนามเหนือ
สวัสดีครับ ผม mr.hotsia มารายงานประสบการณ์เดินทางจากเมืองขวา (Muang Khoua) ในแขวงพงสาลี สปป.ลาว ไปยังเมืองเดียนเบียนฟู ประเทศเวียดนามเหนือ เส้นทางนี้เป็นหนึ่งในทางเลือกที่นักเดินทางสายเหนือของไทยนิยมใช้เพื่อต่อไปยังซาปา เวียดนาม โดยผ่านเชียงของ ห้วยทราย อุดมไชย และเมืองขวา ก่อนข้ามพรมแดนเข้าสู่เวียดนาม จุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งนี้คือเมืองขวา ซึ่งผมเพิ่งมีโอกาสแวะเยือนอย่างจริงจังหลังจากได้ศึกษาเส้นทางและวิถีชีวิตของชาวเมืองขวาอย่างละเอียดจากการติดตาม เที่ยวเมืองขวา และ สถานีขนส่งพงสาลี ที่อยู่ไม่ไกลนัก
เมืองขวาเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำอูและแม่น้ำพาก เป็นชุมทางสำคัญของนักเดินทางที่มุ่งหน้าเข้าสู่เวียดนามเหนือ แม้จะยังไม่เจริญมากนัก แต่บรรยากาศยังคงความเรียบง่ายและอบอุ่น มีวิถีชีวิตของชาวเขาและชาวลาวดำที่ยังดำรงอยู่ได้อย่างชัดเจน ผมเดินทางมาถึงเมืองขวาในตอนเช้าตรู่ เตรียมตัวรอขึ้นรถบัสที่จะออกเดินทางไปเดียนเบียนฟูในเวลา 06.00 น. โดยนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นส่วนใหญ่จะมาต่อคิวรอกันตั้งแต่ตี 5 เพื่อให้ทันเวลาออกเดินทาง
ประสบการณ์การขึ้นรถบัสจากเมืองขวาไปเดียนเบียนฟู
ก่อนจะขึ้นรถบัส ต้องข้ามแม่น้ำอูด้วยเรือข้ามฟากเสียค่าโดยสารคนละ 20 บาทไทย พอขึ้นฝั่งแล้วก็ต้องจัดการเก็บสัมภาระขึ้นหลังคารถบัสซึ่งเป็นรถขนาดเล็กของเวียดนาม ดูแลโดยคนขับและเจ้าหน้าที่เวียดนาม รถบัสสามารถนั่งได้ 24 ที่นั่ง แต่ด้วยจำนวนคนที่มากถึง 40-50 คน จึงต้องอัดแน่นกันเพื่อไปให้ถึงเดียนเบียนฟูในเที่ยวเดียวต่อวันเท่านั้น
ค่าตั๋วโดยสารสำหรับเส้นทางนี้ประมาณ 100,000 กีบ หรือราว 400 บาทไทย ซึ่งถือว่าไม่แพงถ้าเทียบกับความสะดวกและความเป็นไปได้ของเส้นทางนี้ รถบัสจะวิ่งผ่านเส้นทางที่สวยงามและท้าทายของภูมิภาคนี้ ผมแวะพักกินข้าวที่เมืองใหม่ ร้านอาหารเป็นของชาวเวียดนาม มีเมนูเฝอร้อน ๆ เสิร์ฟสดใหม่ จังหวะนี้ได้พูดคุยกับคนขับและเพื่อนร่วมทาง ซึ่งช่วยเพิ่มสีสันและความอบอุ่นให้กับการเดินทางครั้งนี้
ด่านสบรุนและเตยจาง จุดผ่านแดนที่น่าจดจำ
หลังจากออกจากเมืองใหม่ รถบัสวิ่งยาวจนถึงด่านสบรุนฝั่งลาว จากนั้นขับต่ออีกประมาณ 3 กิโลเมตรก็ถึงด่านเตยจางฝั่งเวียดนาม ที่นี่มีร้านอาหารให้บริการนักท่องเที่ยวและคนขับรถ แต่ราคาค่อนข้างสูงประมาณ 160 บาทต่อคน ซึ่งผมเห็นว่าหลายคนเลือกเตรียมอาหารจากลาวไปกินระหว่างรอด่าน เป็นไอเดียที่น่าสนใจและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มาก
ที่ด่านเตยจาง ผมได้สัมผัสกับบรรยากาศชายแดนที่คึกคัก มีทั้งเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง คนขับรถ และนักเดินทางที่ต่างก็รีบเร่งผ่านด่านเพื่อให้ทันเวลารถบัสเที่ยวต่อไป
ถึงเดียนเบียนฟูและคำแนะนำสำหรับนักเดินทาง
เมื่อรถมาถึงขนส่งเดียนเบียนฟูในช่วงบ่ายโมงครึ่งกว่า ๆ ผมเดินข้ามถนนไปยังโรงแรมที่พักซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับสถานีขนส่ง เป็นเมืองที่ไม่ใหญ่แต่มีเสน่ห์ของเมืองชายแดนที่ผสมผสานความเป็นเวียดนามเหนือและวัฒนธรรมชนเผ่าพื้นเมืองอย่างลงตัว
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจจะต่อไปซาปา ควรเผื่อเวลาพักผ่อนที่เดียนเบียนฟูอย่างน้อย 1-2 วัน เพื่อสัมผัสเมืองและเรียนรู้วิถีชีวิตของพี่น้องชาวไทยดำ ซึ่งผมแนะนำมาก เพราะนอกจากจะได้ชมความงามของเมืองแล้ว ยังได้พูดคุยแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับชาวบ้าน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากการเดินทางแบบเร่งรีบ
ถ้าใครสนใจข้อมูลเกี่ยวกับที่พักและวิถีชีวิตในแขวงพงสาลี ผมแนะนำให้อ่านเรื่อง เกสต์เฮ้าส์ โรงแรม ที่พักในพงสาลี และ อาหารการกินชาวพงสาลี ที่ผมเขียนไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งจะช่วยให้การเดินทางของคุณสะดวกและสนุกยิ่งขึ้น
เชื่อมโยงเส้นทางและความทรงจำ
สำหรับผม mr.hotsia การเดินทางครั้งนี้เต็มไปด้วยความทรงจำที่ลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่การข้ามพรมแดนหรือการนั่งรถบัสยาว ๆ แต่เป็นการได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านริมแม่น้ำอูและแม่น้ำพากในแขวงพงสาลี การได้เห็นตลาดเช้าในเมืองอุดมไชยที่คึกคัก และการพูดคุยกับผู้คนที่ยังคงรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้ได้อย่างน่าประทับใจ ผมเคยเล่าไว้ในบทความ การเดินทางไปพงสาลี ว่าการมาเยือนที่นี่เหมือนกับการเปิดประตูสู่โลกอีกใบที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความจริงใจ
ก่อนจะจบ ผมอยากฝากคลิปวีดีโอที่ผมถ่ายไว้ขณะเยือนแขวงพงสาลีไว้ด้วย เพื่อให้ทุกท่านได้สัมผัสบรรยากาศจริง ๆ ผ่านหน้าจอ
Phongsaly province แขวงพงสาลี
Udomxai city view วิวเมืองอุดมไชยยามเช้า
ไข่ทอดจิ้มข้าวเหนียว เมืองขวา โดย mr.hotsia
สุดท้ายนี้ ถ้าใครมีโอกาสเดินทางเส้นทางนี้ อย่าลืมเตรียมใจเปิดรับประสบการณ์ใหม่ ๆ เดินช้า ๆ ชิมของกินพื้นเมือง พูดคุยกับคนท้องถิ่น และจดจำภาพความงามของธรรมชาติและวัฒนธรรมที่ยังคงความแท้จริงไว้ได้ที่นี่ครับ
mr.hotsia เมษายน 2554