กุหลาบปากซัน
mr.hotsia travel ไทย บึงกาฬ HOT08572
กุหลาบปากซัน: ดอกกุหลาบลาวที่บึงกาฬก็ใกล้แค่เอื้อม
ถ้าพูดถึงเพลงกุหลาบปากซัน หลายคนคงเคยได้ยินผ่านหูบ้างแต่ไม่รู้ลึกว่าที่มาที่ไปของเพลงนี้คืออะไร และสถานที่ที่ชื่อ “ปากซัน” จริงๆ อยู่ที่ไหน? ผม mr.hotsia เจ้าเก่าที่ชอบเดินทางตามหาความจริงของเรื่องราวท้องถิ่น ได้มีโอกาสไปเยือน จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งติดกับแม่น้ำโขงฝั่งตรงข้ามกับปากซัน แขวงบริคำไชย ประเทศลาว เพื่อไขข้อข้องใจนี้ให้ชัดเจนขึ้นครับ
เพลงกุหลาบปากซันนั้นจริงๆ เป็นเพลงของคนลาว แต่งโดยจำปา ลัดตะนะสะหวัน หรือที่ใช้ชื่อว่า “สุลิวัด” เมื่อปี พ.ศ. 2502 ตอนนั้นเขาอายุเพียง 24 ปีเท่านั้น เพลงนี้บอกเล่าถึงหญิงสาวจากเมืองปากซันที่งดงามราวกับกุหลาบสีทองที่ถูกแดดแสงสุรีย์ส่องประกาย ทำให้ผมที่เคยได้ยินเพลงนี้แต่ไม่รู้จักที่มาที่ไป รู้สึกอยากตามไปดูว่า “กุหลาบ” ที่ว่านี้จะยังอยู่จริงไหมในยุคนี้ที่เวลาผ่านมาถึง 50 ปีแล้ว
เดินทางข้ามแดนจากบึงกาฬสู่ปากซัน
จากตัวเมืองบึงกาฬ ผมเดินทางไปยัง จุดผ่านแดนบึงกาฬ-ปากซัน ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 3-5 กิโลเมตร การข้ามแม่น้ำโขงที่กว้างใหญ่ระหว่างสองฝั่งนี้ใช้เรือของชาวบ้านรับจ้าง คนละ 60 บาทต่อเที่ยว หากคนข้ามไม่ครบจำนวนก็ต้องรอสักพัก หรือถ้ารีบก็ต้องจ่ายเหมาให้เรือออกทันที การเดินทางนี้แม้จะง่ายแต่ก็เต็มไปด้วยเสน่ห์ของวิถีชีวิตริมโขงที่ยังคงความเรียบง่ายและใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างแท้จริง
ผมนั่งเรือข้ามฟากจากบึงกาฬไปยังปากซันใช้เวลาประมาณ 10-20 นาที ระหว่างทางได้ชมวิวแม่น้ำโขงกว้างใหญ่ ฝั่งลาวที่มีภูเขาสูงชัดเจนกว่าฝั่งไทย พอขึ้นฝั่งก็ผ่านการตรวจคนเข้าเมืองสามรอบตามระเบียบของพรมแดนลาว แต่เจ้าหน้าที่ที่นี่ใจดีและเป็นมิตรดีมาก เมื่อผ่านขั้นตอนเรียบร้อยก็ได้สัมผัสบรรยากาศเมืองปากซันที่เงียบสงบ บ้านเรือนส่วนใหญ่ยังเป็นบ้านไม้เก่าๆ ดูอบอุ่นและเรียบง่ายมาก
ปากซัน เมืองเล็กๆ ที่ซ่อนความสวยงามของหญิงสาวกุหลาบทองคำ
ปากซันไม่ได้เป็นเมืองใหญ่โต มีถนนเส้นเล็กๆ วิ่งเลียบแม่น้ำโขง และตลาดเล็กๆ ที่ชาวบ้านพากันมาขายของพื้นบ้าน รวมถึงอาหารสดจากแม่น้ำโขง ผมเดินเล่นตามตรอกซอกซอย ได้คุยกับชาวบ้านหลายคนที่ยิ้มแย้มและเล่าเรื่องราวของเมืองให้ฟัง ทั้งเรื่องการทำมาหากินและประเพณีท้องถิ่น
เรื่องกุหลาบปากซันที่เป็นคำเปรียบเทียบหญิงสาวที่สวยงามนั้น ผมได้เห็นสาวปากซันหลายคนยังคงมีเสน่ห์แบบธรรมชาติ แม้จะไม่ใช่ดอกกุหลาบทองคำตามเนื้อเพลง แต่ความงดงามแบบเรียบง่ายและอบอุ่นในวิถีชีวิตของพวกเธอทำให้ผมนึกถึงคำร้องของเพลงนี้ได้ชัดเจนขึ้น
บึงกาฬและปากซัน: สองฝั่งแม่น้ำโขงที่ผูกพันกัน
จังหวัดบึงกาฬที่ผมเพิ่งไปเยือนก่อนข้ามมาปากซันนั้น เป็นจังหวัดเล็กๆ ที่เพิ่งแยกตัวออกจากจังหวัดหนองคายเมื่อไม่นานมานี้ ภาพรวมของจังหวัดนี้ยังคงความสงบและเรียบง่าย มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง เช่น ภูทอก ที่ต้องปีนบันไดสูงชันเพื่อชมวิวแม่น้ำโขง หรือ วัดอาฮง สะดือแม่น้ำโขง ที่มีน้ำหมุนวนใต้แม่น้ำโขงให้เห็นอย่างน่าทึ่ง
เมื่อมองจากบึงกาฬไปยังปากซัน ความใกล้ชิดของสองฝั่งแม่น้ำโขงนี้ชัดเจนจนรู้สึกเหมือนเป็นบ้านคนเดียวกัน เพียงแต่เป็นคนละประเทศเท่านั้น การเดินทางข้ามแดนจึงเป็นเหมือนการได้สัมผัสสองวัฒนธรรมที่ผสมผสานอย่างลงตัว
ลิ้มรสอาหารพื้นถิ่นที่บึงกาฬ
ก่อนจะข้ามไปลาว ผมแวะชิมอาหารเช้าที่บึงกาฬโดยเฉพาะ ข้าวเปียกเส้นบึงกาฬ ซึ่งเป็นอาหารท้องถิ่นที่ชาวบ้านนิยมทานกันมาก ร้านที่ผมไปต่อแถวซื้อข้าวเปียกเส้นนั้นเปิดเช้าตรู่และขายหมดเร็วมาก รสชาติกลมกล่อม น้ำซุปเข้มข้น เส้นเหนียวนุ่มกำลังดี เป็นอาหารเช้าที่ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นและเต็มอิ่มก่อนออกเดินทางต่อ
นอกจากนี้ยังมีเมนูเด็ดอื่นๆ อย่างผัดกระเพราหมูกรอบและหอยทอดที่ผมได้ลองชิมในจังหวัดบึงกาฬซึ่งรสชาติอร่อยจัดจ้านแบบพื้นบ้านแท้ๆ ถ้าใครสนใจดูรีวิวอาหารจากทริปนี้ สามารถเข้าไปชมได้ที่ช่องยูทูบของผม หอยทอดบึงกาฬ และ ผัดกระเพราหมูกรอบ บึงกาฬ ครับ
สรุปความประทับใจจากกุหลาบปากซัน
การเดินทางตามหา “กุหลาบปากซัน” ในครั้งนี้นอกจากจะได้เห็นเมืองปากซันจริงๆ ที่มีเสน่ห์ความเรียบง่ายของชาวบ้านและความสวยงามของธรรมชาติริมโขงแล้ว ยังทำให้ผมเข้าใจลึกซึ้งถึงที่มาของเพลงกุหลาบปากซันที่เป็นมากกว่าเพลงรักธรรมดา แต่เป็นเหมือนบทเพลงบันทึกความงดงามของผู้คนและสถานที่แห่งนี้ไว้ในอดีตจนถึงปัจจุบัน
ถ้าใครมีโอกาสไปเยือน จังหวัดบึงกาฬ อย่าลืมแวะข้ามไปเยี่ยมชมปากซันดูบ้างนะครับ จะได้สัมผัสความรู้สึกเหมือนผม mr.hotsia ที่ได้เดินทางและเล่าเรื่องราวจริงจากสนามจริงให้ฟัง และอย่าลืมเตรียมใจให้พร้อมกับบรรยากาศเรียบง่ายแต่งดงามที่หาได้ยากในเมืองใหญ่ สัมผัสความเป็นจริงของกุหลาบปากซันที่ไม่ใช่แค่ในเพลง แต่เป็นชีวิตจริงของคนบนฝั่งโขงแห่งนี้ครับ