เที่ยวเมืองถูเหย่าโหมท (thu dau mot)
mr.hotsia travel เวียดนาม บิ่ญเซือง(Binh Duong) HOT07662
เที่ยวเมืองถูเหย่าโหมท (Thu Dau Mot) เมืองเล็กๆ แห่งจังหวัดบิ่งเซือง
สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน ผม mr.hotsia มีโอกาสได้เดินทางไปเยือนเมืองถูเหย่าโหมท (Thu Dau Mot) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของจังหวัดบิ่งเซือง (Binh Duong) ในประเทศเวียดนาม มาเล่าให้ฟังกันแบบเจาะลึกจากประสบการณ์จริงกันครับ เมืองนี้ตั้งอยู่ห่างจากกรุงโฮจิมินห์ซิตีไปทางทิศเหนือประมาณ 31 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งถือว่าไม่ไกลนักสำหรับคนที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตชนบทและเมืองเล็ก ๆ แบบเงียบสงบ ไม่วุ่นวายเหมือนเมืองท่องเที่ยวทั่วไป
ผมเดินทางจากสถานีขนส่งสายเหนือของโฮจิมินห์โดยรถโดยสารประจำทางมายังสถานีขนส่งถูโด่วโมท (Thu Dau Mot bus station) ซึ่งอยู่ติดกับห้างโคออปขนาดกลางในเมือง ถ้าใครลงรถที่นี่แล้วเดินออกจากสถานีขนส่ง ต้องเลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าสู่ตัวเมือง หรือถ้าไม่อยากเดินไกลก็สามารถเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างได้ง่าย ๆ ครับ การเดินทางสะดวกแต่รถโดยสารเข้าออกไม่ถี่มากนัก เพราะเมืองนี้ไม่ได้เป็นจุดหมายหลักของนักท่องเที่ยวทั่วไป
บรรยากาศเมืองและที่พักในถูเหย่าโหมท
เมืองถูเหย่าโหมทมีลักษณะเป็นเนินเขาเล็ก ๆ สลับกับพื้นที่ราบ มีป่ากล้วยแทรกอยู่ในหลายมุมของเมือง ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังคงเลี้ยงไก่ และทำอาชีพเกษตรกรรมแบบเรียบง่าย ผมจึงเลือกพักในที่พักราคาย่อมเยาในชุมชนที่มีป่ากล้วยล้อมรอบ ซึ่งให้ความรู้สึกสงบและเป็นธรรมชาติมากกว่าการพักในโรงแรมใจกลางเมือง แม้จะไม่หรูหราหรือสะดวกสบายมากนัก แต่ได้สัมผัสกับวิถีชีวิตท้องถิ่นอย่างแท้จริง
ที่นี่มีโรงแรมน้อยและไม่ค่อยมีตัวเลือกหลากหลายเหมือนเมืองท่องเที่ยวใหญ่ ๆ แต่ก็เพียงพอสำหรับนักเดินทางที่ชอบบรรยากาศเรียบง่ายและไม่ชอบความวุ่นวาย ตัวเมืองเองก็ดูสงบ ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เห็นมากนัก ซึ่งสำหรับผมแล้วนี่เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของถูเหย่าโหมทเลยครับ
วิถีชีวิตและวัฒนธรรมในจังหวัดบิ่งเซือง
ถ้าพูดถึงจังหวัดบิ่งเซือง (Binh Duong) ที่ถูเหย่าโหมทเป็นเมืองหลวงแล้ว ผมอยากแนะนำให้รู้จักภาพรวมของจังหวัดนี้สั้น ๆ ก่อน เพราะจะช่วยให้เห็นภาพรวมของเมืองได้ชัดเจนขึ้น จังหวัดนี้ตั้งอยู่ทางเหนือของกรุงโฮจิมินห์และติดชายแดนกับจังหวัดบิ่ญฟวก (Binh Phuoc) ด้านทิศเหนือ และติดกับจังหวัดด่งไน (Dong Nai) ทางทิศตะวันออก จังหวัดบิ่งเซืองยังเป็นที่รู้จักในฐานะศูนย์กลางของงานช่างแกะสลักไม้ งานเครื่องปั้นดินเผาและเซรามิก รวมถึงประติมากรรมปูนปั้นที่มีชื่อเสียง ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้ถูกส่งออกไปยังฝรั่งเศสและประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคด้วย
นอกจากนี้บิ่งเซืองยังมีทีมฟุตบอลที่มีชื่อเสียงระดับชาติ เคยคว้าแชมป์ลีกในปี 2007 และ 2008 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าจังหวัดนี้มีความเคลื่อนไหวทางวัฒนธรรมและกีฬาอย่างชัดเจน ทั้งหมดนี้ทำให้บิ่งเซืองไม่ใช่แค่เมืองเล็ก ๆ ธรรมดา แต่เป็นจังหวัดที่มีรากฐานทางวัฒนธรรมและชุมชนที่น่าสนใจมากทีเดียว
ตลาดและอาหารท้องถิ่นในถูเหย่าโหมท
มาถึงเรื่องกินของผม mr.hotsia ต้องบอกเลยว่าอาหารเวียดนามที่นี่มีรสชาติกลมกล่อมและใช้วัตถุดิบสดใหม่จากท้องถิ่น ตลาดสดในเมืองถูเหย่าโหมทยังเป็นจุดที่ผมได้สัมผัสบรรยากาศชุมชนอย่างแท้จริง มีทั้งผักสด ผลไม้ และของทะเลที่ชาวบ้านนำมาขายกันแบบสด ๆ
ถ้าอยากลองเมนูเด็ด ๆ ที่ผมประทับใจ ผมแนะนำ หมึกปุ่มย่าง ซึ่งเป็นอาหารทะเลยอดฮิตของเวียดนาม รสชาติหวานนุ่มกลมกล่อม ย่างจนหอมกรุ่น หรือถ้าใครชอบอาหารจานข้าว ลอง ข้าวหมกไก่เวียดนาม ที่มีกลิ่นหอมเครื่องเทศและเนื้อไก่ฉ่ำ ๆ นุ่มลิ้น นอกจากนี้ยังมี แหนมฟาง ที่เป็นอาหารหมักรสเปรี้ยวหวานอร่อยไม่แพ้กัน ซึ่งผมได้ลองทานในตลาดท้องถิ่นและประทับใจมากครับ
การเดินทางและแนะนำเส้นทาง
สำหรับนักเดินทางที่สนใจจะมาเยือนถูเหย่าโหมท วิธีที่ผมแนะนำคือการนั่งรถโดยสารประจำทางจากโฮจิมินห์ซิตี มาลงที่ สถานีขนส่งถูโด่วโมท ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของเมือง การเดินทางค่อนข้างสะดวกและไม่ซับซ้อน หากต้องการไปต่อยังจังหวัดบิ่ญฟวก (Binh Phuoc) หรือเมืองด่องซอย (Dong Xoai) ก็สามารถใช้บริการรถต่อจากสถานีนี้ได้เลย ตารางเดินรถและข้อมูลเพิ่มเติมผมได้เก็บภาพและข้อมูลมาให้ชมเพื่อช่วยวางแผนการเดินทางของคุณ
หลังจากพักผ่อนในถูเหย่าโหมทสักคืน ผมได้เดินทางต่อไปยังจังหวัดบิ่ญฟวก ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีธรรมชาติและวัฒนธรรมแตกต่างไปอีกแบบหนึ่ง การมาเยือนถูเหย่าโหมทจึงเหมือนเป็นจุดเริ่มต้นของการสำรวจภาคเหนือของภาคใต้เวียดนามที่น่าสนใจมากทีเดียว
สรุปความประทับใจจาก mr.hotsia
ถูเหย่าโหมทไม่ใช่เมืองที่นักท่องเที่ยวคุ้นเคยหรือแวะเวียนกันมากนัก แต่สำหรับผม mr.hotsia แล้ว มันคืออีกมุมหนึ่งของเวียดนามที่ยังคงความเป็นธรรมชาติและวิถีชีวิตท้องถิ่นได้อย่างชัดเจน บรรยากาศเงียบสงบ ป่ากล้วยเขียวขจี และผู้คนที่ยังคงดำเนินชีวิตเรียบง่าย เป็นสิ่งที่หาไม่ได้ในเมืองใหญ่ ๆ เช่นโฮจิมินห์ซิตี
ใครที่ชอบเดินทางแบบไม่รีบเร่ง ชอบเรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตจริง ๆ ของคนท้องถิ่น ผมแนะนำให้ลองแวะมาเยือนถูเหย่าโหมทดูสักครั้ง รับรองว่าคุณจะได้พบความสงบและประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครแน่นอนครับ