MR.HOTSIA TRAVEL

ตามหาต้นตำหรับแหนมเนืองที่ฮานอย

mr.hotsia travel เวียดนาม ฮานอย(Hà Nội) HOT07799

ประเทศ
เวียดนาม
เมือง/จังหวัด
ฮานอย(Hà Nội)
รหัสเรื่อง
HOT07799
ผู้เขียน
mr.hotsia
หมึกปุ่มย่างเวียดนาม
ข้าวหมกไก่เวียดนาม
แหนมฟางเวียดนาม

ตามหาต้นตำหรับแหนมเนืองที่ฮานอย

สวัสดีครับ ผมคือ mr.hotsia วันนี้ผมจะพาไปตามหาความลับของเมนูที่หลายคนรัก “แหนมเนือง” กันถึงเมืองหลวงของเวียดนามเหนืออย่างฮานอย ที่ซึ่งต้นตำรับอาหารชนิดนี้มีเรื่องราวที่น่าสนใจและแตกต่างจากที่เราคุ้นเคยในบ้านเราอย่างมาก

ก่อนหน้านี้ผมเคยได้ชิมแหนมเนืองที่หลวงพระบาง สปป.ลาว ร้านชื่อวิซุนที่นั่นเขาเขียนชื่อเมนูว่า “แนมเนือง” ไม่มีตัว “ห.” เหมือนบ้านเรา ซึ่งก็ทำให้ผมนึกถึงว่าคำเรียกนี้น่าจะมีรากศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับภาษาเวียดนามและลาวโดยตรง ในขณะที่แหนมเนืองบ้านเราใช้แป้งห่อบางๆ ห่อเครื่องเคียงและหมูย่าง แต่ที่หลวงพระบางมีปอเปี๊ยะทอดเพิ่มเข้ามาเป็นเครื่องเคียงด้วย

มาถึงฮานอย ผมตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะค้นหาต้นกำเนิดจริงๆ ของแหนมเนืองเวียดนาม และได้ไปเยือนร้านที่คนท้องถิ่นนิยมกินกันมากๆ ร้านนี้ไม่ได้มีป้ายภาษาอังกฤษ ไม่มีเมนูแปล ดังนั้นจึงเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับผมที่ไม่ค่อยพูดเวียดนามเลย แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคที่จะขัดขวาง mr.hotsia ได้

จากการพูดคุยและถามไถ่ด้วยภาษามือบ้าง ใช้ Google Translate บ้าง ผมได้ความว่า “แนม” แปลว่า “หมูหมัก” และ “เนือง” หมายถึง “ปิ้งหรือย่าง” รวมกันคือ “หมูหมักปิ้ง” นั่นเอง! หมูที่หมักมาอย่างดีถูกย่างจนหอม เสิร์ฟมาในชามน้ำซุปใสรสหวานนิดๆ ราดด้วยน้ำจิ้มสูตรพิเศษ มีผักสดและผักดองหลากหลายชนิดแทนการใช้แป้งห่อแบบบ้านเรา พร้อมกับขนมจีนหรือข้าวปุ้นสีขาวนุ่มนวลไว้กินแกล้ม

จุดต่างที่เห็นเด่นชัดคือที่นี่ไม่มีแป้งห่อแบบที่เราเคยกิน แต่ใช้ผักสดห่อหมูปิ้งแทน ซึ่งให้ความรู้สึกสดชื่นและได้รสชาติจากสมุนไพรโดยตรง mr.hotsia ชอบหมูหมักย่างมาก หอมกลิ่นเครื่องเทศ แค่คิดก็ยังอยากกลับไปกินอีกครั้ง

ผมเดาว่าแหนมเนืองดั้งเดิมน่าจะเป็นแบบนี้ ก่อนที่เมนูจะถูกดัดแปลงตามภูมิภาคและความสะดวกของวัตถุดิบ เช่นที่หลวงพระบางและในไทยที่ใช้แป้งบางๆ ห่อแทนผัก เพราะผักสดบางชนิดหาได้ยากหรือไม่สะดวกในบางพื้นที่ ในเมืองไทยแหนมเนืองถูกนำเข้ามาจากจังหวัดอุดรธานีซึ่งอยู่ใกล้กับเวียงจันทน์ และกลายเป็นเมนูยอดนิยมที่คนไทยหลงรักจนถึงทุกวันนี้

บรรยากาศยามค่ำคืนในฮานอย

ก่อนจะได้ลิ้มรสแหนมเนืองต้นตำรับในวันต่อมา ผมมาถึงฮานอยตอนค่ำๆ และได้มีโอกาสเดินเล่นตลาดกลางคืนลาดไนต์มาร์เก็ตที่ถนนฮังดาว ย่านนี้เป็นแหล่งช็อปปิ้งและกินดื่มของคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ผมเดินผ่านตลาดดงซวนซึ่งเป็นตลาดเก่าแก่ที่ถูกไฟไหม้ในปี 1994 แต่ได้รับการบูรณะให้คงบรรยากาศแบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างดี

ตลาดดงซวนมีสินค้าหลากหลายตั้งแต่เครื่องจักสาน พรม ผักสด ของที่ระลึก เสื้อผ้า รวมถึงเหล้าไวน์ราคาถูก ผมชอบเดินชมและชิมอาหารริมทางที่นี่ ร้านขายยาสมุนไพรและเหล้าดองที่มีสัตว์แปลกๆ ดองอยู่ในขวดก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่บ่งบอกถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างชัดเจน

ช่วงค่ำ ผมได้แวะชิม “เหล้า” หรือที่คนฮานอยเรียกกันว่า Hotpot ซึ่งคล้ายสุกี้บ้านเรา มีหม้อไฟใส่ผัก เนื้อ หมู ไก่ และของทะเล พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด เป็นที่นิยมมากในหมู่ชาวเมืองและนักท่องเที่ยว การกินอาหารแบบนี้ในบรรยากาศเย็นสบายของฮานอย ทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายและได้สัมผัสวิถีชีวิตจริงของคนที่นี่

การเดินทางและที่พักในฮานอย

สำหรับการเดินทางมายังฮานอยในทริปนี้ ผมเลือกบินตรงจากเวียงจันทน์กับสายการบินลาวแอร์ไลน์ ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ ราคาก็ไม่สูงมาก ประมาณ 4,000 บาท ซึ่งสะดวกและรวดเร็วมาก เมื่อมาถึงสนามบินฮานอย ผมเลือกนั่งรถประจำทางสาย 17 เข้าเมือง เพราะประหยัดและไม่ต้องรอนานเหมือนรถตู้หรือแท็กซี่ ที่นี่ระบบขนส่งสาธารณะยังไม่ได้ทันสมัยเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่าโอเคสำหรับนักเดินทางที่ชอบประหยัด (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางในฮานอย)

ผมพักในย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยร้านอาหารและบาร์เล็กๆ ซึ่งสะดวกในการเดินเที่ยวและกินดื่มยามค่ำคืน ย่านนี้มีเสน่ห์และไม่วุ่นวายเท่าย่านฟามงู๋เหลาในโฮจิมินห์ซิตี้ แต่ถ้าคุณสนใจชมบรรยากาศเมืองใหญ่ของเวียดนามใต้ mr.hotsia ก็มีบทความแนะนำ ซื้อทัวร์เที่ยวในโฮจิมินห์ และ ข้อมูลท่องเที่ยวโฮจิมินห์ ที่น่าสนใจเช่นกัน

สรุปความประทับใจและข้อคิดจากการตามหาต้นตำรับแหนมเนือง

การได้มาเจอแหนมเนืองต้นตำรับที่ฮานอย ทำให้ผม mr.hotsia เข้าใจว่าความอร่อยของอาหารไม่ใช่แค่รสชาติ แต่ยังรวมถึงที่มาที่ไปและวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น การกินแหนมเนืองแบบใช้ผักสดห่อและจิ้มน้ำจิ้มรสหวานนิดๆ เป็นการสัมผัสวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งกว่าแค่การกินอาหารตามร้านธรรมดา

สำหรับใครที่ชอบลองอาหารท้องถิ่นและอยากเข้าใจที่มาของเมนูโปรด แหนมเนืองที่ฮานอยคือคำตอบที่น่าสนใจและน่าลิ้มลองมากๆ ถ้าอยากได้ประสบการณ์ครบถ้วนอย่าลืมแวะตลาดดงซวนและลาดไนต์มาร์เก็ตด้วย เพราะจะได้เห็นวิถีชีวิตจริงๆ ของคนเมืองฮานอยที่ไม่เหมือนใคร

สุดท้าย mr.hotsia อยากบอกว่า เวียดนามมีเสน่ห์ที่รอให้เราไปค้นพบอีกมากมาย ไม่ว่าจะเหนือ กลาง หรือใต้ และการมาฮานอยครั้งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่าการเดินทางด้วยตัวเองจะทำให้เราได้ประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและแตกต่างจากการท่องเที่ยวแบบทั่วไป

ถ้าสนใจเรื่องท่องเที่ยวฮานอยแบบเต็มๆ ผมแนะนำให้อ่าน เที่ยวฮานอย ซึ่งผมเขียนไว้ละเอียดครับ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้าครับผม!

อ่านต่อเรื่องใกล้เคียง