นั่งรถไฟจากจังหวัดเยนไบ๋ไปซาปา (Train from Yen Bai to SAPA)
mr.hotsia travel เวียดนาม หล่าวกาย(Lào Cai) HOT07743
นั่งรถไฟจากจังหวัดเยนไบ๋ไปซาปา: ประสบการณ์จริงกับ mr.hotsia
การเดินทางจากเมืองเยนไบ๋ จังหวัดเยนไบ๋ ไปยังซาปาในจังหวัดหล่าวกาย (Lào Cai) เป็นเส้นทางที่ผม mr.hotsia เลือกใช้เพื่อสัมผัสบรรยากาศท้องถิ่นและวิถีชีวิตชาวเวียดนามอย่างแท้จริง การนั่งรถไฟสายนี้เป็นประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร เพราะนอกจากจะได้ชมวิวทิวทัศน์สองข้างทางที่เขียวขจีแล้ว ยังได้ลิ้มรสความเรียบง่ายของการเดินทางในเวียดนามเหนือด้วยตัวเอง
ผมเริ่มต้นจากเมืองเยนไบ๋ ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้ของจังหวัดหล่าวกาย นั่งรถไฟเที่ยวสาย ๆ ไปยังสถานีลาวกาย (Lào Cai) รถไฟที่นี่เป็นโบกี้แบบนั่งแอร์สะอาดสะอ้าน มีบริการขายอาหารว่างอย่างไข่ต้มและข้าวโพดคั่วบนรถ ช่วยให้ไม่หิวระหว่างทาง ที่สำคัญบนขบวนรถมีการเปิดเครื่องเสียงแนะนำเมืองซาปาในสองภาษา คือเวียดนามและอังกฤษ ซึ่งทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นกับจุดหมายปลายทางที่กำลังจะไปถึง
เมื่อรถไฟมาถึงสถานีลาวกายตอนเย็น ผมจึงต้องต่อรถตู้ไปซาปา ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 35 กิโลเมตร แต่ที่นี่สิ่งที่ทำให้ผมต้องขมวดคิ้วคือเรื่องราคาค่ารถตู้ที่โดนฟันไปถึง 200,000 ดอง หรือราว 300 บาท ทั้ง ๆ ที่ราคาปกติควรอยู่ที่ประมาณ 50,000 ดอง หรือ 75 บาทเท่านั้น
ผม mr.hotsia ขอแนะนำอย่างจริงใจว่า หากใครไม่อยากโดนฟันราคาแพงเกินจริง ต้องอดทนเดินไปยังสถานีขนส่งลาวกาย ซึ่งอยู่ในเส้นตรงกับสถานีรถไฟ เดินไปจนสุดสายถนนตรงนั้นแล้วค่อยต่อรถตู้ไปซาปา จะได้ราคาที่เป็นธรรมกว่ามาก หรือถ้าใครใจเย็นและต่อรองได้ ลองบอกเขาว่า “นัมเหมื่อยหงิ่น” (50,000 ดอง) เพื่อให้ได้ราคาตามที่ควรจะเป็น ผมเองก็ยังรู้สึกเสียดายที่โดนชาร์จแพงตอนนั้น แต่ก็ถือเป็นบทเรียนสำหรับนักเดินทางอย่างเรา
สำหรับขากลับจากซาปา ไปยังสถานีรถไฟลาวกาย ผมได้ซื้อตั๋วรถตู้จากที่พัก ซึ่งรถจะมารับถึงหน้าที่พักเลย สะดวกสบายและราคาเท่ากับที่สถานีขนส่งที่ 50,000 ดอง ตรงนี้ผมว่าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ไม่อยากยุ่งยากกับการเดินทางด้วยตนเองในซาปา
ซาปา: เมืองในฝันของนักเดินทาง
ซาปาเป็นเมืองที่ผมเคยเขียนถึงใน เมืองซาปา 2013 มาแล้วหลายครั้ง ด้วยความที่อยู่ใกล้ชายแดนจีน สภาพภูมิอากาศเย็นสบายตลอดปี โดยเฉพาะหน้าร้อนที่ผมไปเยือน อากาศเพียง 18 องศาเซลเซียสเท่านั้น ซาปาจึงเป็นเมืองตากอากาศที่ฝรั่งและนักท่องเที่ยวทั่วโลกชื่นชอบ ความงดงามของนาขั้นบันไดและชุมชนชาวเขาที่หลากหลายเผ่าเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ผมต้องกลับมาเยือนซ้ำหลายครั้ง
การเดินทางจากลาวกายไปซาปาไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก แต่ต้องอดทนกับการต่อรองราคาค่ารถตู้และเลือกเส้นทางที่เหมาะสม ในซาปาเองมีโซนอาหารราคาถูกสำหรับนักท่องเที่ยวแบ็คแพ็คที่ โซนอาหารราคาถูกในซาปา อยู่ใต้ตลาดเช้า ซึ่งผมมักจะแวะไปชิมอาหารท้องถิ่นอย่างเต้าหูผัดและข้าวเปล่า รวมถึงกาแฟเวียดนามที่เข้มข้นกลมกล่อม เป็นการเติมพลังก่อนออกไปเดินเที่ยวรอบเมืองหรือไปเยือนหมู่บ้านชาวเขาในบริเวณใกล้เคียง
การเดินทางและชีวิตท้องถิ่นระหว่างทาง
เส้นทางจากเยนไบ๋ไปซาปานั้นผ่านภูมิประเทศที่สวยงามเต็มไปด้วยภูเขาและป่าเขา การนั่งรถไฟทำให้เราเก็บรายละเอียดทุกอณูของธรรมชาติและวิถีชีวิตคนท้องถิ่นได้มากขึ้น ผม mr.hotsia จึงไม่รีบร้อนเกินไป ให้เวลาตัวเองได้ซึมซับบรรยากาศและพบปะผู้คนระหว่างทางบ้าง
ที่สถานีลาวกาย มีตลาดที่คึกคักและเต็มไปด้วยผู้คนทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยว ผมเคยแวะไปเดินตลาด ตลาดบัคห่า ที่อยู่ไม่ไกลจากลาวกาย ตลาดแห่งนี้ยังคงเสน่ห์ความเป็นชุมชนชาวเขาแท้ ๆ มีทั้งของสด ผักผลไม้ และอาหารพื้นบ้านที่หาทานได้ยากในเมืองใหญ่ เช่น เครื่องในหมูย่างรสชาติจัดจ้าน เป็นที่ถูกใจของคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวที่ชอบลองของใหม่
เทคนิคและคำแนะนำจาก mr.hotsia
สำหรับนักเดินทางที่อยากลองนั่งรถไฟสายนี้และไปยังซาปา ผมแนะนำให้พกใจเย็นและเตรียมตัวต่อรองราคาค่ารถตู้อย่างมั่นใจ อย่ากลัวที่จะเดินไปสถานีขนส่งลาวกายเพื่อให้ได้ราคาที่เป็นธรรม และอย่าลืมจดจำคำว่า “นัมเหมื่อยหงิ่น” ไว้ใช้ต่อรองราคาด้วย
อีกเรื่องสำคัญคือการซื้อตั๋วรถไฟกลับจากลาวกายหรือซาปา ควรซื้อจากที่พักหรือแหล่งที่ไว้ใจได้ เพราะตั๋วที่ขายหน้าสถานีมักถูกนายหน้าควบคุมและราคาสูงกว่าปกติ ผมเองเคยเจอปัญหานี้มาแล้วและแนะนำให้วางแผนล่วงหน้าเพื่อความสบายใจ
สัมผัสวิถีชีวิตและอาหารเวียดนามเหนือ
นอกจากเรื่องการเดินทางแล้ว ซาปาและเมืองใกล้เคียงยังเต็มไปด้วยอาหารอร่อยที่ผมชอบมาก เช่น หมึกปุ่มย่างที่หอมกลิ่นถ่านไม้ หรือข้าวหมกไก่สไตล์เวียดนามที่หาทานได้ง่ายตามร้านริมทาง สามารถชมคลิปตัวอย่างอาหารเหล่านี้ได้ใน หมึกปุ่มย่างเวียดนาม และ ข้าวหมกไก่เวียดนาม ที่ผมเคยบันทึกไว้
ประสบการณ์เดินทางจากเยนไบ๋มาซาปาครั้งนี้ ทำให้ผม mr.hotsia ยิ่งหลงรักเสน่ห์ของเวียดนามเหนือมากขึ้น เมืองซาปาไม่ได้เป็นแค่เมืองท่องเที่ยวที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังซ่อนความเรียบง่ายและอบอุ่นของชีวิตชาวเขาที่ผสมผสานกับวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลงตัว หากใครกำลังมองหาการผจญภัยที่ได้สัมผัสวิถีชีวิตจริง และวิวธรรมชาติที่สวยงาม นั่งรถไฟจากเยนไบ๋ไปซาปาคือคำตอบที่คุณไม่ควรพลาด