ข้อมูลท่องเที่ยงจังหวัดช็อกจรัง (Soc trang)
mr.hotsia travel เวียดนาม ซ้อกจัง(Sóc Trăng) HOT07493
เปิดประสบการณ์เดินทางสู่จังหวัดช็อกจรัง (Sóc Trăng) เวียดนามใต้กับ mr.hotsia
ถ้าคุณกำลังมองหาจังหวัดที่ยังคงความเป็นธรรมชาติและวิถีชีวิตเก่าแก่ในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง (Mekong Delta) ของเวียดนามใต้ จังหวัดช็อกจรัง หรือ Sóc Trăng คือคำตอบที่ผม mr.hotsia อยากแนะนำให้ลองสัมผัสดูด้วยตัวเอง จังหวัดนี้ตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำ Masspero river ห่างจากโฮจิมินห์ซิตีประมาณ 240 กิโลเมตร และอยู่บนเส้นทางเชื่อมระหว่างโฮจิมินห์ไปยังจังหวัดบักเลียว (Bac Lieu) และก่าเมา (Ca Mau) ซึ่งเป็นเส้นทางที่ผมใช้เดินทางจริงจากบักเลียวเข้ามาในช็อกจรัง ระยะทางประมาณ 30-40 กิโลเมตรเท่านั้น
การเดินทางสู่ช็อกจรัง – วิธีง่ายๆ ที่ผมเลือก
สำหรับการเดินทางมาช็อกจรังจากโฮจิมินห์ซิตี ผมแนะนำให้ขึ้นรถประจำทางจากสถานีขนส่งสายใต้ ซึ่งมีหลายบริษัทให้บริการ โดยเฉพาะบริษัท Mai Link ที่ผมเคยใช้บริการมาแล้ว รู้สึกว่ารถสะอาดและบริการดีมาก สำหรับทริปของผมครั้งนี้ ผมเดินทางมาจากบักเลียว โดยนั่งรถท้องถิ่นที่ผ่านจังหวัดเกิ่นเทอ (Can Tho) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของเวียดนามใต้โซนสามเหลี่ยมแม่น้ำโขง รถผ่านเส้นทางที่เห็นทุ่งนาเขียวขจีและดินอุดมสมบูรณ์สุดลูกหูลูกตา ชวนให้รู้สึกถึงความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ และที่สำคัญคือได้เห็นวิถีชีวิตชาวบ้านจริงๆ ที่นี่
สถานีขนส่งของช็อกจรังตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 4 กิโลเมตร ซึ่งถ้าคุณมาถึงแล้วอยากเข้าตัวเมือง ผมแนะนำให้ต่อมอเตอร์ไซค์รับจ้างในราคาไม่เกิน 30 บาทครับ สะดวกและรวดเร็วมาก อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานีขนส่งช็อกจรัง
วิถีชีวิตและวัฒนธรรมชาวเขมรที่ผสมผสานลงตัวในช็อกจรัง
สิ่งที่ทำให้จังหวัดช็อกจรังโดดเด่นและแตกต่างคือประชากรชาวเขมรที่อาศัยอยู่ถึงเกือบ 30% ของประชากรทั้งหมด ผมเดินทางไปตลาดโต้รุ่งในตัวเมือง ได้พูดคุยกับชาวบ้านหลายคน ซึ่งเราพูดคุยกันด้วยภาษาที่ใกล้เคียงกันอย่างสนิทใจ เหมือนได้ย้อนกลับไปสู่บรรยากาศข้ามพรมแดนที่อบอุ่น หน้าตาชาวเขมรแถวนั้นมีผิวคล้ำและใบหน้าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่วนใหญ่ปลูกข้าวกันมาก ทุ่งนาขยายเต็มพื้นที่จนเห็นได้ชัดเจนจากถนน เห็นชาวบ้านตากข้าวริมถนนเป็นภาพที่หาดูยากในยุคนี้
ด้วยจำนวนชาวเขมรที่มาก จึงมีวัดเขมรเก่าแก่และงดงามหลายแห่งในตัวเมือง ซึ่งผมได้เขียนบันทึกไว้ใน วัดเขมรในเมืองช็อกจรัง วัดเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่สักการะเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์รวมวิถีชีวิตและศิลปวัฒนธรรมที่น่าสนใจมาก
วัดปั้นดิน (Clay Pagoda) – จุดหมายที่ผมหลงรัก
อีกหนึ่งวัดที่ผมประทับใจมากคือ วัด Buu Son Tu หรือวัดปั้นดิน ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองช็อกจรัง เป็นวัดชาวจีนที่มีประวัติยาวนานกว่า 200 ปี สิ่งที่โดดเด่นคือรูปปั้นดินกว่า 20 ชนิดที่เจ้าอาวาสปั้นเองตั้งแต่อายุ 20 จนถึงวัย 62 ปี รูปปั้นแต่ละองค์มีความสวยงามและเล่าเรื่องราวทางศาสนาและประวัติศาสตร์ได้อย่างน่าทึ่ง ผมเดินทางไปช่วงสายๆ เพื่อจะได้เห็นผู้คนมาสักการะพระและสัมผัสบรรยากาศชีวิตประจำวันของชาวบ้านรอบวัดได้อย่างเต็มที่
นอกจากความงดงามของวัดแล้ว ด้านหลังวัดยังมีร้านก๋วยเตี๋ยวน้ำปลาร้าที่ผมลองชิมแล้วติดใจในรสชาติ และข้างๆ วัดมีร้านขายของที่ระลึกและอาหารพื้นถิ่นให้เลือกซื้ออีกด้วย
อาหารเด็ดของช็อกจรังที่ mr.hotsia ต้องลอง
มาเวียดนามใต้ทั้งที หากไม่ลองชิมอาหารท้องถิ่นก็เหมือนมาไม่ถึง จังหวัดช็อกจรังมีอาหารที่โดดเด่นและแตกต่างจากที่อื่นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ ข้าวเหนียวหน้าเป็ด ซึ่งเป็นเมนูที่ผมติดใจมาก ข้าวเหนียวที่นี่จะไม่ใช่ข้าวเหนียวมูนกะทิแบบที่เราคุ้นเคย แต่เป็นข้าวเหนียวธรรมดาที่ราดด้วยน้ำปรุงรสเป็ดทอดกรอบ มีปากเป็ด เครื่องในเป็ด และเนื้อเป็ดให้เลือกสรรค์ กินคู่กับผักสดที่แถมมาในจาน รสชาติจะออกเค็มหวานกลมกล่อม พอได้กินตอนเดินเล่นหน้าตลาดช็อกจรัง ยิ่งเพิ่มอรรถรสความเป็นท้องถิ่นขึ้นไปอีก
นอกจากนี้ ผมยังได้ลองชิมเต้าทึงเย็นใส่ไข่ ซึ่งเป็นของหวานที่แปลกใหม่สำหรับผม แต่มันอร่อยและสดชื่นมาก อีกเมนูที่เห็นบ่อยคือเป็ดย่างที่ขายริมถนนและตลาดโต้รุ่ง มีหลายร้านให้เลือกตามใจชอบ ส่วนใครชอบของหมูๆ ก็มีหมูยอ แหนม และไส้กรอกจากห้างโคออปในตัวเมืองให้ซื้อไปลองกินได้สบายๆ
พักผ่อนในช็อกจรัง – โรงแรมราคาสบายกระเป๋า
สำหรับที่พักในเมืองช็อกจรัง ไม่ต้องกังวลเรื่องราคาเพราะโรงแรมมีให้เลือกไม่มากนัก แต่ราคาน่ารักมาก ประมาณ 300-500 บาทต่อคืน ผมเลือกพักในตัวเมือง ซึ่งสะดวกมาก เพราะเดินไปยังวัดเขมร วัดปั้นดิน และห้างโคออปได้สบายๆ โรงแรมส่วนใหญ่จะเป็นแบบเรียบง่าย แต่นอนสบายและสะอาด เหมาะสำหรับนักเดินทางที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตจริงของชาวเวียดนามใต้โดยไม่ต้องเสียเงินเยอะ
ต่อยอดการเดินทางจากช็อกจรังสู่จังหวัดใกล้เคียง
หลังจากเที่ยวชมจังหวัดช็อกจรังจนเต็มอิ่ม ผมได้เดินทางต่อไปยังปลายปากแม่น้ำโขงเพื่อข้ามเรือไปจังหวัดจร่าวิญ (Tra Vinh) ซึ่งเป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวไม่ค่อยมากัน ทำให้ผมได้เห็นวิถีชีวิตชาวบ้านแท้ๆ ที่นั่นอย่างใกล้ชิด การนั่งเรือข้ามแม่น้ำ Co Chien และนั่งมอเตอร์ไซค์ไปตามชนบทเป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด อ่านเรื่องราวการเดินทางจากช็อกจรังมาจร่าวิญได้ที่นี่
สรุปความประทับใจจากใจ mr.hotsia
จังหวัดช็อกจรังสำหรับผมไม่ใช่แค่จุดหมายปลายทางทางการท่องเที่ยวทั่วไป แต่เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยชีวิต วิถีชาวบ้าน และวัฒนธรรมหลากหลายที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นตลาดโต้รุ่งที่คึกคัก วัดเขมรและวัดปั้นดินที่งดงาม หรืออาหารพื้นถิ่นที่น่าตื่นตาตื่นใจ ทุกอย่างที่นี่ล้วนทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้เดินทางย้อนเวลากลับไปยังอดีตของเวียดนามใต้ที่แท้จริง
ถ้าคุณกำลังมองหาที่เที่ยวที่ไม่วุ่นวาย มีเสน่ห์และเรื่องราวให้ค้นหา ช็อกจรังคือคำตอบที่คุณไม่ควรพลาดอย่างยิ่งครับ