อาหารการกินของชาวสวายเรียง
mr.hotsia travel กัมพูชา สวายเรียง HOT00472
อาหารการกินของชาวสวายเรียง เมืองชายแดนที่รสชาติใกล้เคียงบ้านเรา
สวัสดีครับ ผม mr.hotsia วันนี้จะเล่าเรื่องอาหารการกินของชาวสวายเรียง จังหวัดเล็กๆ ในกัมพูชาที่ผมมีโอกาสเดินทางไปสัมผัสมาครับ จังหวัดนี้อยู่บนเส้นทางผ่านจากพนมเปญไปโฮจิมินห์ ใครที่วางแผนเดินทางผ่านเส้นนี้ ผมแนะนำให้ลองแวะชิมอาหารท้องถิ่นที่นี่ดู เพราะรสชาติและวิธีการกินมีความคล้ายคลึงกับบ้านเราอย่างน่าแปลกใจเลยทีเดียว
สวายเรียงเป็นจังหวัดที่ผมเดินทางมาโดยนั่งรถประจำทางจากพนมเปญ รถออกบ่ายสามและมาถึงเกือบค่ำ ใช้เวลานั่งมอเตอร์ไซค์ประมาณ 20 บาทจากสถานีรถไปที่พักในเมือง (อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การเดินทางไปจังหวัดสวายเรียง) ระหว่างทางเห็นรถรับส่งคนงานที่ดูอบอุ่น นั่งยืนกันหลายคนบนรถแบบเรียบง่าย เป็นภาพวิถีชีวิตที่น่าประทับใจมาก
มื้อเช้าแบบชาวสวายเรียง ราดแกงสไตล์บ้านเรา
เช้าวันแรกในสวายเรียง ผมตื่นเช้าไปเดินตลาดและพบว่าที่นี่มีร้านข้าวราดแกงให้บริการเหมือนบ้านเราเลยครับ แต่วิธีตักเสิร์ฟน่าสนใจ เพราะบางเมืองในกัมพูชาเขาจะไม่ราดแกงลงบนข้าว แต่ที่สวายเรียงเขาราดแกงลงบนข้าวได้เลย ซึ่งมันทำให้กินง่ายและอร่อยมากขึ้น
เมนูที่ผมชอบที่สุดคือ “พะโล้” ซึ่งถือเป็นพระเอกของร้านข้าวราดแกงที่นี่ รสชาติพะโล้อร่อยมากครับ คล้ายของบ้านเราแต่ไม่หวานจัดแบบที่เราคุ้นเคย หมูผัดขิงก็เป็นอีกเมนูที่พบได้ทั่วไปในทุกจังหวัดของเขมร รสชาติเข้มข้นพอดีๆ ไม่เผ็ดเกินไป ส่วนแกงกะทิต่างๆ ที่นี่จะไม่ใช่แกงกะทิแบบเจียมตัวหรือมันเยิ้มเหมือนบางพื้นที่ แกงหน่อไม้เป็นเมนูที่ผมแนะนำให้ลองชิมครับ รสชาติกลมกล่อมและเข้มข้นแบบที่ผมไม่เคยเจอในหลายๆ จังหวัดของกัมพูชา
ผมแนะนำให้กินมื้อเช้าแบบอิ่มจุใจที่นี่มากๆ เพราะมื้อกลางวันและมื้อเย็นจะหาของกินที่ถูกปากแบบนี้ได้ยากกว่าครับ การได้เริ่มวันด้วยอาหารที่คุ้นเคยมันช่วยเติมพลังได้ดีจริงๆ
วิถีชีวิตและอาหารเย็นของชาวสวายเรียง
หลังจากเที่ยวชมตลาดเช้าและเดินเล่นในตัวเมืองสวายเรียง (อ่านเรื่องราวเพิ่มเติมได้ที่ เที่ยวจังหวัดสวายเรียง) ผมได้ลองชิมอาหารเย็นซึ่งที่นี่เขามักจะกินข้าวต้มพร้อมปลาย่างกันเป็นหลัก ข้าวต้มปลาย่างของที่นี่มีเสน่ห์ตรงความเรียบง่ายและรสชาติที่กลมกล่อมมาก ไม่ต้องปรุงอะไรมากก็อร่อยแล้ว
ผมได้เข้าไปนั่งกินที่ร้านข้าวต้มริมถนนในเมือง ได้เห็นชาวบ้านแวะเวียนเข้ามากินกันอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองมาก การนั่งกินข้าวต้มปลาย่างในตอนกลางคืนพร้อมเสียงพูดคุยเบาๆ จากเพื่อนบ้าน ทำให้ผมนึกถึงบ้านเราเลยครับ
ของหวานและขนมท้องถิ่นที่ไม่ควรพลาด
นอกจากอาหารคาวแล้ว ที่ตลาดเช้าสวายเรียงยังมีขนมท้องถิ่นให้ลองหลายอย่าง เช่น ขนมโชก (ซึ่งผมเจอครั้งแรกที่สุรินทร์แล้วตามมาพบที่นี่อีกครั้ง) ขนมชนิดนี้ผมยังไม่ทราบชื่อภาษาเขมรที่แน่นอน แต่รสชาติหวานกำลังดี และเด็กน้อยมักจะเดินขายขนมนี้ตามถนนในเมือง เป็นภาพที่น่ารักและบ่งบอกถึงวัฒนธรรมของชุมชนอย่างแท้จริง (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ขนมท้องถิ่น สวายเรียง)
อีกอย่างที่ผมประทับใจมากคือไอติมเขมรที่ขายกันในเมืองสวายเรียง ซึ่งแตกต่างจากไอศกรีมแบบสเวนเซ่นบ้านเรา แต่เป็นไอติมแท่งที่หอมหวานแบบเฉพาะตัว นั่งกินไอติมในบรรยากาศร้อนๆ ของเมืองชายแดนแห่งนี้เป็นอะไรที่สดชื่นมาก (ดูคลิปไอติมเขมรได้ที่ ไอติมเขมร khmer ice cream)
แนะนำที่พักและบรรยากาศในเมืองสวายเรียง
สำหรับคนที่สนใจพักค้างคืนในเมืองสวายเรียง ผมพักที่ Tonlay Waiko Hotel ซึ่งตั้งอยู่ในเมือง บรรยากาศเรียบง่าย ห้องพักมีแอร์เย็นสบาย แม้ไม่มีไวไฟแต่มีห้องอาหารและคาราโอเกะให้บริการ เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศท้องถิ่นอย่างแท้จริง (อ่านรีวิวที่พักเพิ่มเติมได้ที่ โรงแรมที่พักในจังหวัดสวายเรียง)
ตัวเมืองสวายเรียงดูเงียบสงบ แต่เต็มไปด้วยวิถีชีวิตของชาวบ้านที่เรียบง่ายและอบอุ่น การเดินเล่นรอบทะเลสาบส่วนตัวในเมือง หรือเดินตลาดเช้าไปพร้อมกับชาวบ้านจะช่วยเพิ่มความรู้สึกเหมือนได้สัมผัสชีวิตจริงของคนที่นี่
สรุปความประทับใจของ mr.hotsia
สำหรับผม mr.hotsia อาหารการกินในสวายเรียงเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ดึงดูดใจคนเดินทางอย่างผมมาก เพราะรสชาติและเมนูหลายอย่างมันเชื่อมโยงกับบ้านเราอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งพะโล้ หมูผัดขิง แกงหน่อไม้ ไปจนถึงข้าวต้มปลาย่างยามค่ำคืน ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นเหมือนได้กินข้าวที่บ้าน แม้ว่าจะอยู่ในแดนกัมพูชาก็ตาม
แนะนำให้ใครที่สนใจเดินทางผ่านจังหวัดชายแดนนี้ ลองแวะชิมอาหารท้องถิ่นที่ตลาดเช้าและร้านข้าวราดแกงในเมืองสักมื้อ และอย่าลืมลองข้าวต้มปลาย่างในตอนเย็น รับรองว่าคุณจะได้ประสบการณ์ที่แตกต่างและประทับใจไม่รู้ลืมครับ