ข้าวจี่สุรินทร์(khowjee surin)
mr.hotsia travel กัมพูชา จังหวัดไม่ระบุ HOT00173
ข้าวจี่สุรินทร์: รสชาติบ้านๆ ที่เดินทางข้ามแดนถึงกัมพูชา
ถ้าพูดถึงข้าวจี่ หลายคนคงนึกถึงอาหารว่างริมทางบ้านเรา ข้าวเหนียวปิ้งหอมกรุ่นที่กินง่ายๆ แต่ครั้งนี้ mr.hotsia อยากเล่าเรื่อง ข้าวจี่สุรินทร์ ที่แม้ต้นตำรับจะเป็นของไทย แต่รสชาติและความเป็นวัฒนธรรมของข้าวจี่นี้เดินทางข้ามชายแดนไปถึงกัมพูชาได้อย่างน่าสนใจครับ
ผมเดินทางมาที่กัมพูชาในจังหวัดที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมากนัก เหมือนจังหวัดตาแก้วที่ผมเคยไปสัมผัสในครั้งก่อน (เที่ยวจังหวัดตาแกว) ที่นี่ไม่มีชื่อเสียงโด่งดังเหมือนพนมเปญหรือเสียมราฐ แต่กลับแฝงไปด้วยวิถีชีวิตท้องถิ่นที่น่าค้นหา หนึ่งในนั้นคืออาหารพื้นบ้านที่หลายครั้งมักถูกมองข้าม
ข้าวจี่สุรินทร์ กับการบุกเบิกในแดนเขมร
ครั้งแรกที่ผมได้ลิ้มลองข้าวจี่สุรินทร์ในกัมพูชา ไม่ใช่ในสุรินทร์ประเทศไทย แต่เป็นร้านเล็กๆ ในตลาดเช้าที่นี่ กลิ่นหอมของข้าวจี่ที่ปิ้งบนเตาถ่านทำให้ผมนึกถึงถนนคนเดินสุรินทร์ที่ผมเคยเดินเล่น ถนนคนเดินจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งมีบรรยากาศชิลๆ ของชาวบ้านและวัยรุ่นที่มาเดินจับจ่าย
ข้าวจี่สุรินทร์ที่นี่ทำออกมาแบบฉบับดั้งเดิม คือข้าวเหนียวปั้นเป็นก้อน กลมๆ ไม่ใหญ่มาก ทาด้วยน้ำพริกหรือซอสสูตรเฉพาะที่มีความหวานเค็มผสมกันอย่างลงตัว ก่อนจะนำไปย่างจนหอมกรุ่นและมีเปลือกข้าวที่กรอบนิดๆ รสชาติที่ได้คือความเป็นบ้านๆ ที่กินแล้วอบอุ่นใจ เหมือนกับที่ผมเคยกินข้าวต้มเนื้อย่างในจังหวัดสวายเรียง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมนูเช้าของกัมพูชาที่เรียบง่ายแต่รสชาติดี (ข้าวต้มเนื้อย่างจังหวัดสวายเรียง)
วิถีชีวิตและตลาดพื้นเมือง: หัวใจของข้าวจี่สุรินทร์
ผมเดินสำรวจตลาดเช้าที่นี่ซึ่งยังคงความดั้งเดิมไม่ต่างจากตลาดเช้าสตึกในประเทศไทย (ตลาดเช้าสตึก) แม่ค้าพ่อค้าพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง บางคนพูดเขมร บางคนมีสำเนียงท้องถิ่น บรรยากาศแบบนี้ทำให้ข้าวจี่สุรินทร์ไม่ใช่แค่ของกิน แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและชีวิตประจำวัน
ในตลาด ผมเห็นว่าข้าวจี่จะถูกวางขายคู่กับของกินอื่นๆ อย่างผักสด ปลา และขนมพื้นเมือง ชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่จะมาซื้อข้าวจี่เป็นอาหารว่างหรือมื้อเย็นง่ายๆ หลังจากวันที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน การนั่งกินข้าวจี่พร้อมพูดคุยกับเพื่อนบ้านในตลาดเช้าแบบนี้ ทำให้ผมนึกถึงความอบอุ่นของชุมชนที่มีอยู่จริง
เชื่อมต่อเส้นทางและวัฒนธรรมผ่านอาหาร
การเดินทางของผมจากเวียดนามผ่านจังหวัดตาแก้วทางเรือ และต่อไปยังพนมเปญ ทำให้ผมได้เห็นความหลากหลายของอาหารและวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกัน ลองคิดดูว่า ข้าวจี่สุรินทร์จะมีโอกาสเดินทางไปถึงตลาดในจังหวัดกำปอดหรือไม่ ซึ่งที่นั่นมีอาหารทะเลสดๆ และเมนูเขมรพื้นเมืองให้เลือกชิมมากมาย (อาหารทะเล ตลาดเช้ากำปอด)
ผมคิดว่าข้าวจี่สุรินทร์ไม่ใช่แค่ของกินเล่นธรรมดา แต่มันคือสัญลักษณ์ของการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นระหว่างคนไทยและเขมรในพื้นที่ชายแดน แม้จังหวัดที่ผมไปจะไม่ได้ระบุชื่อชัดเจน แต่บรรยากาศและรสชาติที่ผมได้สัมผัสนั้นชัดเจนและน่าประทับใจอย่างมาก
สรุปความประทับใจจาก mr.hotsia
สำหรับผม mr.hotsia การได้ลองข้าวจี่สุรินทร์ในกัมพูชาเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่และอบอุ่นใจมากกว่าแค่การกินอาหาร เป็นการเดินทางที่ทำให้ผมได้เข้าใจวิถีชีวิตผู้คนในพื้นที่ชายแดนมากขึ้น และได้เห็นว่าของกินบ้านๆ อย่างข้าวจี่ก็มีคุณค่าและความหมายที่มากกว่ารสชาติ
ถ้าใครมีโอกาสเดินทางผ่านจังหวัดชายแดนหรือต้องการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นแบบลึกซึ้ง อย่าลืมหาข้าวจี่สุรินทร์มาลองชิมดูนะครับ บางทีความเรียบง่ายของมันอาจทำให้คุณรู้สึกใกล้ชิดกับคนท้องถิ่นและเรื่องราวของชุมชนนั้นๆ ได้มากกว่าที่คิด
แล้วพบกันใหม่กับเรื่องราวอาหารและการเดินทางของ mr.hotsia ครับ