แบกเป้ตามไทพ่าเก รัฐอัสสัม อินเดีย
mr.hotsia travel อินเดีย ASSAM(อัสสัม) HOT05788
แบกเป้ตามไทพ่าเก รัฐอัสสัม อินเดีย: ความทรงจำของชาวไทยในแดนไกล
ผม mr.hotsia ขอย้อนเล่าเรื่องราวการเดินทางตามหาชีวิตและวัฒนธรรมของชาวไทพ่าเก กลุ่มไทที่อาศัยอยู่ในรัฐอัสสัม ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและมีความหมายมากที่สุดของผมในดินแดนแห่งนี้
การเดินทางครั้งนี้เริ่มต้นที่เมืองตินซูเกีย (Tinsukia) รัฐอัสสัม ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกูวาฮาติไปราว 480 กิโลเมตร และใกล้กับรัฐอรุณาจัลประเทศเพียง 84 กิโลเมตร เมืองนี้เต็มไปด้วยชีวิตชีวาของชาวอัสสัมที่ผสมผสานระหว่างภาษาอัสสัม ฮินดี้ และอิทธิพลอื่นๆ แต่ที่น่าสนใจคือที่นี่เป็นประตูสู่ชุมชนไทพ่าเกในอินเดียที่ผมตั้งใจจะตามหา
ผมพักที่โรงแรมใจกลางเมืองตินซูเกีย ชื่อ Hotel Center Point ซึ่งเป็นจุดพักที่สะดวกสบาย มีตลาดและร้านอาหารท้องถิ่นรายล้อมให้ผมได้สัมผัสวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด สามวันเต็มกับการเดินเล่นในตลาด ถนนคนเดิน และลิ้มรสอาหารพื้นเมืองที่ทั้งแปลกใหม่และคุ้นเคยในเวลาเดียวกัน ทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้เดินทางข้ามมิติระหว่างสองวัฒนธรรม
ชาวไทพ่าเก: รากเหง้าของชาวไทยในอินเดีย
ชาวไทพ่าเกเป็นกลุ่มชาวไทที่อพยพมาจากเมืองเมาหลวงในพม่า โดยผ่านทิวเขาปาดไก่ หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ผาใหญ่" ซึ่งเป็นจุดสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาวไทพ่าเก เพราะเป็นจุดที่ทำให้พวกเขาได้ชื่อว่าพ่าเก (ซึ่งแปลว่าผาใหญ่) ในปี พ.ศ. 2358 ชาวไทพ่าเกได้อพยพข้ามเทือกเขานี้มายังเมืองนุนสวนคำในรัฐอรุณาจัลประเทศ ก่อนจะย้ายถิ่นฐานอีกครั้งเนื่องจากน้ำท่วม จนมาปักหลักอยู่ริมแม่น้ำทิหิงในรัฐอัสสัมจนถึงปัจจุบัน
ที่หมู่บ้านไทพ่าเกใต้ ในตำบลชัยปุระ ผมได้พบกับชุมชนที่ยังคงพูดภาษาไทได้อย่างคล่องแคล่ว และใช้ภาษาในชีวิตประจำวันอย่างอบอุ่น ผู้หญิงที่นี่นุ่งผ้าซิ่นลวดลายสวยงาม ส่วนผู้ชายส่วนใหญ่จะนุ่งโสร่งแบบพม่า หรือโจงกระเบนขาวที่เรียกกันว่า ผ้าโธตีแบบฮินดู บ้านเรือนของพวกเขาปลูกเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูง มีใต้ถุนและนอกชานแบบบ้านไทยชนบท ผสมผสานกับวัสดุธรรมชาติอย่างไม้ไผ่และไม้จริงอย่างลงตัว
การเดินทางสู่หมู่บ้านไทพ่าเกและการต้อนรับแบบไทยแท้
จากตินซูเกีย ผมเช่ารถยนต์เดินทางไปยังหมู่บ้าน Namphake ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดพุทธ Namphake Buddhist Temple วัดที่คนไทยในท้องถิ่นใช้เป็นศูนย์กลางทางศาสนาและวัฒนธรรม โดยวัดนี้ยังเคยได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณจากพระเทพฯ อีกด้วย
ผมพักที่หมู่บ้านนี้เป็นเวลา 2 คืน ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและเป็นกันเองแบบชาวไทยแท้ๆ บ้านแต่ละหลังเปิดประตูต้อนรับให้ผมเข้ามากินข้าวกับพวกเขาอย่างไม่มีพิธีรีตอง อาหารที่กินกันประจำคือข้าวจ้าวปลาร้าหรือที่เรียกกันว่า ปลาเน่า ซึ่งชาวไทพ่าเกปลูกข้าวและทำนาเป็นหลัก ในมื้ออาหารผมได้สัมผัสรสชาติอาหารที่มีทั้งความคุ้นเคยและแตกต่างอย่างน่าประทับใจ
ภาษาและวัฒนธรรมที่กำลังเลือนหาย
ที่หมู่บ้านไทพ่าเกเหนือ สถานการณ์ภาษาไทพ่าเกเริ่มเปราะบางขึ้น คำเก่าๆ กำลังสูญหายไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่คำใหม่ก็ยังไม่มีใครคิดสร้างขึ้น จึงมีคำจากภาษาอัสสัม พม่า และอังกฤษปะปนกันอยู่มาก ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่า ภาษาไทพ่าเกอาจสูญพันธุ์ในไม่ช้า เพราะภาษาต้องมีการขยายตัวและพัฒนาอยู่เสมอเพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัย
สิ่งที่ผมสังเกตเห็นอีกอย่างคือความสัมพันธ์แน่นแฟ้นของชาวไทพ่าเกเหนือ ที่ยึดถือสังคมเครือญาติอย่างจริงจัง ผู้มาเยือนจะถูกนับเป็นญาติพี่น้องหรือ "ปี่หน่อง" ผู้หญิงจะไม่ทานอาหารพร้อมชายหนุ่ม เพราะต้องดูแลให้ชายได้รับประทานก่อน นี่คือวัฒนธรรมที่สะท้อนความเคารพและความผูกพันในชุมชนที่ลึกซึ้งมาก
เชื่อมต่อกับความหลากหลายของรัฐอัสสัม
การตามหาชาวไทพ่าเกในรัฐอัสสัมนี้ ผมต้องบอกว่าต้องเข้าใจบริบทของรัฐนี้ด้วย รัฐอัสสัมเป็นรัฐที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางชาติพันธุ์ วัฒนธรรม และภาษา นอกจากตินซูเกียแล้ว ผมยังมีโอกาสได้เยือนเมืองอื่นๆ อย่างมากาไรก้า (Margherita) และกูวาฮาติ (Guwahati) ที่มีความคึกคักแตกต่างกันไป โดยเมืองมากาไรก้าเป็นเมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบและมีสวนชาเป็นเอกลักษณ์ ส่วนกูวาฮาติเป็นเมืองใหญ่ที่เป็นศูนย์กลางการปกครองและการค้าในภูมิภาคนี้
ถ้าใครสนใจเรื่องราวชาวไทในอินเดียอย่างลึกซึ้ง mr.hotsia แนะนำให้ลองอ่าน แบกเป้เที่ยวตามหาคนไทยเมืองตินซูเกีย รัฐอัสสัม อินเดีย และ แบกเป้เที่ยวตามหาคนไทยเมืองมากาไรการ์ รัฐอัสสัม อินเดีย เพื่อเห็นภาพรวมของวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวไทในรัฐนี้อย่างแท้จริง
บทส่งท้าย: ความสุขและความอบอุ่นที่เกินกว่าคำบรรยาย
การเดินทางของผมกับ mr.hotsia ไม่ได้เป็นเพียงแค่การท่องเที่ยว แต่คือการสัมผัสอย่างลึกซึ้งถึงรากเหง้าและความเป็นไทยที่อยู่ห่างไกลออกไปกว่าที่คิด ชุมชนไทพ่าเกในอินเดียยังคงยืนหยัดด้วยความรักและความอบอุ่นในแบบฉบับของตัวเอง ที่นี่เป็นดินแดนที่ทำให้ผมได้เรียนรู้ว่าภาษา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของคนเรานั้นล้วนเป็นสิ่งที่ต้องรักษาและส่งต่ออย่างต่อเนื่อง
ถ้าอยากเห็นภาพและบรรยากาศจริงๆ mr.hotsia ขอแนะนำให้ชมคลิปวิดีโอที่ผมถ่ายทอดไว้ในช่องทางต่างๆ เพราะแค่คำบรรยายไม่พอที่จะเล่าความสุขและความอบอุ่นที่ผมได้รับจากชาวไทพ่าเกเหล่านี้ได้ครบถ้วน
การเดินทางตามหาคนไทยในรัฐอัสสัมครั้งนี้ เป็นประสบการณ์ที่ทำให้ผมรู้สึก “เที่ยวสะใจ” อย่างแท้จริง และผมเชื่อว่าหากใครได้มาสัมผัสด้วยตาตัวเอง จะต้องประทับใจไม่ต่างจากผมแน่นอน