แบกเป้เที่ยวรัฐอัสสัม อินเดีย
mr.hotsia travel อินเดีย ASSAM(อัสสัม) HOT05791
แบกเป้เที่ยวรัฐอัสสัม อินเดีย กับ mr.hotsia
ถ้าพูดถึงอินเดีย หลายคนคงนึกถึงความพลุกพล่านของเดลี มุมไบ หรือแม้แต่เมืองท่องเที่ยวที่คุ้นเคยอย่างชัยปุระ แต่สำหรับผม mr.hotsia การเดินทางแบกเป้ครั้งนี้พาผมไปยัง รัฐอัสสัม ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผสมผสานวัฒนธรรม วิถีชีวิต และธรรมชาติที่แตกต่างอย่างชัดเจนจากส่วนอื่นของประเทศ
อัสสัม (Assam) มีเมืองหลวงชื่อทิสปุระ (Dispur) แต่ถ้าพูดถึงเมืองหลักที่ผมได้สัมผัสอย่างแท้จริงคงต้องบอกว่า “ดิบูร์การ์” (Dibrugarh) คือจุดเริ่มต้นของการผจญภัยที่ไม่เหมือนใครในดินแดนแห่งนี้ ดิบูร์การ์ตั้งอยู่ในเขตเมืองคูวาหตี (Guwahati) อยู่ทางตอนใต้ของหิมาลัยตะวันออก และเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมชาและปิโตรเลียมที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้
เส้นทางเดินทางและการเตรียมตัว
สำหรับการเดินทางไปอัสสัม จากประเทศไทย ผมเลือกบินตรงจากกรุงเทพฯ โดยมีจุดแวะเปลี่ยนเครื่องที่โกลกาตา (Kolkata) เที่ยวบินเชื่อมต่อสะดวกและรวดเร็ว การเดินทางจากโกลกาตาสู่เมืองดิบูร์การ์ไม่ซับซ้อน มีเที่ยวบินภายในประเทศให้บริการอย่างดี อีกทางเลือกหนึ่งหลายคนแนะนำให้ใช้รถไฟจากสิริกุรี (Siliguri) ซึ่งก็เป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจ แต่ด้วยเวลาจำกัด ผมจึงเลือกนั่งเครื่องบินเพื่อประหยัดเวลาและความเหนื่อยล้า
จุดสำคัญที่อยากเตือนเพื่อนๆ คือ การจองที่พักควรทำล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ Booking.com หรือ Agoda เพราะราคาที่พักในอัสสัมโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ อย่างดิบูร์การ์และกูวาฮาติ มักจะสูงกว่าบ้านเราในระดับเดียวกัน และยังต้องระวังเรื่องความปลอดภัย เพราะที่นี่ผมเจอคนท้องถิ่นบางส่วนที่เข้ามาคุยด้วยมักมีเจตนาหวังผลประโยชน์ทางใดทางหนึ่ง ดังนั้นไม่ควรไว้ใจใครง่ายๆ
อัสสัม: ดินแดนแห่งชาและธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์
สิ่งที่ทำให้อัสสัมโดดเด่นในสายตาของผมคือ “ชา” ไม่ว่าจะเป็นไร่ชาเขียวชอุ่มที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา หรือชาที่มีชื่อเสียงระดับโลกที่ปลูกในเขตนี้ ผมได้มีโอกาสเยี่ยมชมไร่ชาหลายแห่งรอบเมืองดิบูร์การ์และตินซูเกีย (Tinsukia) ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก ความรู้สึกสดชื่นจากอากาศเย็นสบายและกลิ่นใบชาที่ตากแดดทำให้ผมเข้าใจถึงเหตุผลที่ชาอัสสัมได้รับความนิยมอย่างสูง
นอกจากนี้ อัสสัมยังเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าที่สำคัญ เช่น แรดนอเดียวในอุทยานแห่งชาติกาจิรังคา (Kaziranga National Park) และเสือโคร่งในอุทยานแห่งชาติมนัส (Manas National Park) ทั้งสองพื้นที่นี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก ผมเองยังไม่มีโอกาสได้ไปเยือนในครั้งนี้ แต่สำหรับคนที่รักธรรมชาติและสัตว์ป่า อัสสัมถือเป็นจุดหมายที่ต้องไม่พลาด
วิถีชีวิตและชุมชนคนไทยในอัสสัม
หนึ่งในประสบการณ์ที่ผม mr.hotsia ประทับใจที่สุด คือการตามหาชุมชนชาวไทยที่อาศัยอยู่ในรัฐอัสสัม โดยเฉพาะชาวไทพ่าเก (Tai Phake) ที่ยังคงรักษาภาษาและวัฒนธรรมไทยไว้อย่างเหนียวแน่น ผมเริ่มต้นเดินทางจากเมืองตินซูเกีย และต่อด้วยการเดินทางไปยังเมืองมากาไรก้า (Margherita) ที่ซึ่งผมได้พบกับหมู่บ้านไทพ่าเกใต้ในตำบลชัยปุระ
หมู่บ้านนี้มีลักษณะบ้านเรือนที่แตกต่างจากที่อื่น มีการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น ผู้หญิงนุ่งผ้าซิ่นลายสวยงาม ผู้ชายนุ่งโสร่งแบบพม่า หรือโจงกระเบนขาวที่เรียกว่าผ้าโธตีแบบฮินดู ความน่าสนใจคือที่นี่มีการใช้ภาษาไทในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน และผู้อยู่อาศัยนับถือพระพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัด ผมมีโอกาสนั่งคุยและกินข้าวกับคนในชุมชน เหมือนได้ย้อนกลับไปสู่บรรยากาศบ้านเกิดของเราเอง
หากใครสนใจเรื่องราวชุมชนไทยในอินเดีย สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ แบกเป้ตามไทพ่าเก รัฐอัสสัม อินเดีย และ แบกเป้เที่ยวตามหาคนไทยเมืองมากาไรการ์ รัฐอัสสัม อินเดีย ซึ่งผมได้เล่ารายละเอียดไว้ครบถ้วน
เมืองสำคัญและการเดินทางในอัสสัม
กูวาฮาติ (Guwahati) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดและเป็นประตูสู่รัฐอัสสัม ผมพักที่นี่หนึ่งคืนก่อนเดินทางต่อไปยังดิบูร์การ์ การเดินทางในกูวาฮาติสะดวกมากถ้าใช้บริการแท็กซี่แบบ Uber โดยแนะนำให้ซื้อซิมอินเดียไว้ใช้ เพื่อเรียกแท็กซี่ผ่านแอปพลิเคชัน จะได้ราคาที่เป็นธรรมกว่าเรียกจากถนนทั่วไป การเดินเล่นในเมืองนี้ทำให้ผมได้เห็นวิถีชีวิตที่ผสมผสานความเก่าแก่และความทันสมัยไปพร้อมกัน สามารถอ่านประสบการณ์ของผมได้ที่ แบกเป้เที่ยวเมืองกูวาฮาติ รัฐอัสสัม อินเดีย
จากกูวาฮาติ ผมเดินทางไปยังดิบูร์การ์ ซึ่งเป็นเมืองชาและศูนย์กลางอุตสาหกรรมในภาคตะวันออกของรัฐอัสสัม ที่นี่ผมพักที่โรงแรม Hotel Ambarish Grand Residency ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมือง เดินทางสะดวกและปลอดภัย อีกทั้งยังใกล้ร้านอาหารท้องถิ่นที่ให้รสชาติแบบอินเดียแท้ๆ อีกด้วย สำหรับใครที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเมืองนี้ ผมได้เขียนเล่าประสบการณ์ไว้ใน แบกเป้เที่ยวเมืองดิบูร์การ์ รัฐอัสสัม อินเดีย
อาหารและตลาดท้องถิ่น
อัสสัมมีอาหารที่หลากหลายและน่าสนใจมากกว่าที่คิด นอกจากจะมีอาหารอินเดียทั่วไปแล้ว ยังมีอาหารที่ได้รับอิทธิพลจากชาวไทในพื้นที่ เช่น ข้าวเหนียวใส่กล้วย ที่เป็นอาหารเช้าแบบโบราณของชาวไทพ่าเก ผมมีโอกาสได้ลองกิน และสัมผัสรสชาติที่ไม่เหมือนใคร อาหารท้องถิ่นที่นี่มักเน้นความสดใหม่ของวัตถุดิบจากป่าและแม่น้ำ เช่น ปลาน้ำจืด และผักพื้นบ้าน
ตลาดในเมืองตินซูเกียและมากาไรก้าเต็มไปด้วยสีสันของผลไม้สด ผักสด และเครื่องเทศที่หายาก ผมชอบเดินเล่นตลาดเช้าเพื่อดูวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น และลองชิมอาหารข้างทางที่กลมกล่อมและเผ็ดร้อนในแบบฉบับอินเดียตะวันออกเฉียงเหนือ
สรุปประสบการณ์กับ mr.hotsia
สำหรับผม การเดินทางมารัฐอัสสัมไม่ใช่แค่การท่องเที่ยวเพื่อชมธรรมชาติหรือไร่ชา แต่เป็นการค้นหาความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมไทยที่ยังคงอยู่บนผืนแผ่นดินอินเดีย และพบเจอผู้คนที่มีชีวิตเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น แม้ว่าอัสสัมจะยังไม่ใช่จุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยว แต่สำหรับคนที่ชอบเดินทางแบบลึกซึ้งและเปิดใจเรียนรู้ ผม mr.hotsia อยากเชิญชวนให้ลองมาสัมผัสด้วยตัวเอง
ถ้าอยากรู้จักเรื่องราวการเดินทางแบบละเอียดของผมในแต่ละเมือง สามารถตามอ่านได้ที่บทความของผม เช่น แบกเป้เที่ยวตามหาคนไทยเมืองตินซูเกีย รัฐอัสสัม อินเดีย หรือถ้าสนใจบรรยากาศเมืองมากาไรก้า ก็ตามไปดูได้ที่ แบกเป้เที่ยวตามหาคนไทยเมืองมากาไรการ์ รัฐอัสสัม อินเดีย ครับ
ท้ายสุดนี้ อัสสัมคืออีกหนึ่งมุมมองของอินเดียที่ผม mr.hotsia อยากให้ทุกคนได้ลองเปิดใจสัมผัสด้วยตัวเอง