MR.HOTSIA TRAVEL

เดินทางเซกองไปด๊ากจึง

mr.hotsia travel ลาว แขวงเซกอง HOT05638

ประเทศ
ลาว
เมือง/จังหวัด
แขวงเซกอง
รหัสเรื่อง
HOT05638
ผู้เขียน
mr.hotsia
ไทยทรงดำ ลาวโซ่ง(thaidam petchaburi)
เดินเล่นที่เมืองด๊ากจึง(dakjung main road)
thatang market to sekong laos(ตลาดท่าแตง)

เดินทางสู่เมืองด๊ากจึง แขวงเซกอง ประเทศลาว โดย mr.hotsia

ถ้าพูดถึงการเดินทางสู่เมืองชายแดนลึกสุดของแขวงเซกองอย่าง เมืองด๊ากจึง ผม mr.hotsia ต้องบอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนเดินทางเข้าเมืองใหญ่ทั่ว ๆ ไป แม้เวลาจะผ่านไปหลายปี แต่เส้นทางยังคงท้าทายและเต็มไปด้วยความดิบของธรรมชาติที่ยังไม่ถูกแตะต้องมากนัก สำหรับคนรักการเดินทางสายลุย ผมถือว่าที่นี่คือหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ต้องลองสักครั้งในชีวิต

การเดินทางจากไทยสู่เมืองด๊ากจึง

ผมเริ่มต้นออกเดินทางจากประเทศไทย โดยผ่านด่านช่องเม็กที่จังหวัดอุบลราชธานี จากนั้นนั่งรถต่อมายังปากเซ เมืองสำคัญในแขวงจำปาสักของลาว ซึ่งใช้เวลาราว 4-5 ชั่วโมง เมื่อถึงปากเซ ผมเปลี่ยนรถนั่งต่อมายังเมืองเซกอง โดยรถจะออกในตอนเช้าและถึงเซกองประมาณบ่ายๆ ที่เมืองเซกองนี้เองถือเป็นจุดพักที่จำเป็นอย่างยิ่ง แนะนำให้พัก 1 คืน เพื่อเตรียมตัวสำหรับเส้นทางต่อไปยังด๊ากจึง เพราะถนนและสภาพเส้นทางยังค่อนข้างลำบากและใช้เวลานานพอสมควร

จากเซกอง ผมเดินทางต่อไปยังท่าบั๊ค หรือท่าเรือข้ามฝากแม่น้ำเซกอง เพื่อรอขึ้นรถเดินทางไปยังเมืองด๊ากจึง ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 100 กิโลเมตร ท่าบั๊คอยู่ห่างจากท่ารถหลักในเมืองเซกองประมาณ 3 กิโลเมตร สามล้อหรือรถจัมโบ้ที่นี่คิดค่าโดยสารคนละประมาณ 60 บาท

เส้นทางจากเซกองไปด๊ากจึงเป็นถนนที่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างเพื่อเชื่อมต่อไปยังเมืองดานังของเวียดนาม ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2016 ถนนช่วงนี้เปิดให้รถวิ่งได้บางช่วงเวลาเท่านั้น รถประจำทางที่ให้บริการยังไม่จดทะเบียนอย่างเป็นทางการ ไม่มีหลังคาและออกเดินทางไม่ตรงเวลา ต้องไปดักรอเองที่ท่าบั๊ก ช่วงเวลาที่รถจะออกมักจะอยู่ในช่วงเช้าระหว่าง 7-9 โมงเช้า

พาหนะที่ผมใช้ส่วนใหญ่เป็นรถหกล้อขนาดใหญ่ที่คนแน่นเอี๊ยด บางครั้งต้องเตรียมผ้าปิดปาก เพราะฝุ่นตลอดเส้นทางเยอะมาก แต่หากโชคดี อาจได้ขึ้นรถของบริษัทที่เดินทางไปทำงานที่ด๊ากจึง ซึ่งจะเป็นรถมิดชิด ปลอดฝุ่น และมีเพลงให้ฟังตลอดทาง สนนราคาค่าน้ำมันที่ช่วยจ่ายประมาณ 240-300 บาท

บรรยากาศเมืองด๊ากจึงและการพักผ่อน

เมื่อมาถึงเมืองด๊ากจึง ผมเลือกพักที่บ้านชาวบ้านธรรมดาๆ ที่มีห้องน้ำรวมอยู่ด้านล่าง บรรยากาศหนาวเย็นมากจนหลายคนอาจไม่อยากอาบน้ำบ่อย ๆ สำหรับผมอาบแค่ครั้งเดียวก็พอ ที่พักแบบนี้คืนละประมาณ 200 บาท มีห้องประมาณ 3-4 ห้อง หากที่พักเต็ม ก็สามารถนอนรวมกันในบ้านหลังเดียวกันได้อีก 4-5 คน ชาวบ้านแถวนั้นเป็นมิตรและคุยกันได้ง่าย ทำให้ผมรู้สึกเหมือนอยู่บ้านเลยทีเดียว

สิ่งที่ควรทราบคือ เมื่อไปถึงที่นี่จะต้องลงทะเบียนและเสียค่าธรรมเนียมการเข้าเมือง 20,000 กีบ โดยเจ้าหน้าที่จะขอดูพาสปอร์ตและออกเอกสารให้ตามระเบียบ นอกจากนี้ การถ่ายภาพในเมืองควรขออนุญาตที่ห้องการโฆษณาและวัฒนธรรมของเมืองด๊ากจึงก่อน เพื่อความถูกต้องและไม่เกิดปัญหาทีหลัง ผมเองก็ใช้วิธีนี้และได้รับความช่วยเหลืออย่างดีจากเจ้าหน้าที่

วิถีชีวิตและชาวเผ่าเตรียงที่เมืองด๊ากจึง

สิ่งที่ทำให้ผมอยากมาเยือนเมืองด๊ากจึงมากที่สุดคือการได้พบกับ ชาวเผ่าเตรียง ที่นี่ ชาวเตรียง (อ่านว่า ตะ-เรียง) แตกต่างจากชาวกะเหรี่ยงและมีภาษาพูดเป็นของตัวเองที่เรียกว่าภาษาด๊ากกัง แม้บางคำจะคล้ายภาษาไทย แต่ก็ฟังไม่ค่อยออกมากนัก ชาวเตรียงส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเมืองด๊ากจึงและหมู่บ้านใกล้เคียง เช่น บ้านน้ำซวง ที่ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมชม

หมู่บ้านน้ำซวงอยู่ห่างจากตัวเมืองด๊ากจึงประมาณ 4 กิโลเมตร ต้องขี่รถมอเตอร์ไซค์ผ่านทางลำบากข้ามลำห้วยหลายสาย แต่ก็ยังเข้าถึงได้ด้วยรถมอเตอร์ไซค์ธรรมดา ไม่จำเป็นต้องเป็นรถวิบาก บ้านเรือนในหมู่บ้านมีประมาณ 30 หลังคาเรือน มีคนอยู่หลายร้อยคน แหล่งน้ำธรรมชาติก็ยังคงสะอาดและสำคัญกับชาวบ้านมาก

การได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวเผ่าเตรียงโดยตรง ทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้หลุดเข้าไปในโลกที่แตกต่างจากการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมปกติทั่วไป เป็นการท่องเที่ยวที่ได้เห็นชีวิตจริง ๆ และได้เรียนรู้ถึงความเรียบง่ายและความผูกพันกับธรรมชาติของคนที่นี่

ตลาดเช้าและเมืองเซกอง

ก่อนจะมาถึงด๊ากจึง ผมได้แวะที่ ตลาดเช้าท่าแตง ที่อยู่ในแขวงเซกอง ซึ่งเป็นเมืองระหว่างปากซอง เซกอง และสาละวัน ตลาดนี้มีร้านค้าของชาวเวียดนามเปิดหลายร้าน อากาศในตอนเช้าหนาวเย็นสบาย เหมาะแก่การเดินเล่นชมวิถีชีวิตผู้คนและเลือกซื้อของกินพื้นเมือง

ที่ท่าแตงมีที่พักไม่กี่แห่ง คืนละประมาณ 300 บาท และไม่มีบริการรถมอเตอร์ไซค์เช่า ผมใช้เวลาที่นี่เดินเล่นตลาดและหาข้อมูลท้องถิ่น ก่อนจะขี่รถไปชมหมู่บ้านชนเผ่าใกล้ๆ แม้ว่าจะไม่ได้มีนักท่องเที่ยวมากมายเหมือนที่ด๊ากจึง แต่ก็เป็นจุดแวะพักที่ดีในเส้นทางนี้

คำแนะนำสำหรับนักเดินทาง

ผมอยากเตือนนักเดินทางทุกคนว่า การไปเมืองด๊ากจึงในช่วงหน้าฝนถือว่าอันตรายมาก เพราะถนนลื่นและมีโอกาสตกเขาได้ง่าย การใช้เวลาบนถนนอาจนานหลายวันและอาจต้องนอนกลางป่า ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการไปช่วงนี้

นอกจากนี้ การขี่มอเตอร์ไซค์ในแขวงเซกอง รวมถึงที่เมืองท่าแตง ต้องใส่หมวกกันน็อคด้วย แม้ว่าตำรวจจะไม่ค่อยยุ่งกับนักท่องเที่ยว แต่ก็เป็นข้อปฏิบัติที่ควรทำเพื่อความปลอดภัย

สำหรับใครที่ชอบฟังเพลง ผมแนะนำให้ลองหารถที่มีพี่คนขับชอบเปิดเพลงตลอดทาง เพราะจะช่วยคลายความเหนื่อยล้าระหว่างเดินทางได้ดีทีเดียว

สรุปประสบการณ์จาก mr.hotsia

การเดินทางไปเมืองด๊ากจึงเป็นประสบการณ์ที่ท้าทายและคุ้มค่ามากสำหรับผม mr.hotsia ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรมดั้งเดิม แม้เส้นทางจะไม่สะดวกสบายแต่ความงดงามของธรรมชาติ วิถีชีวิตชาวเผ่าเตรียง และความเป็นกันเองของคนท้องถิ่น ทำให้ผมรู้สึกประทับใจไม่รู้ลืม

ถ้าใครอยากตามรอยผม แนะนำให้เตรียมตัวให้พร้อม วางแผนพักผ่อนที่เซกองสักคืน และอย่าลืมขออนุญาตการถ่ายภาพอย่างถูกต้องที่ห้องการโฆษณาและวัฒนธรรมเมืองด๊ากจึง เพื่อความสบายใจระหว่างท่องเที่ยว

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและเรื่องราวลึกซึ้งเกี่ยวกับเมืองด๊ากจึงและแขวงเซกอง สามารถติดตามได้ที่ เมืองด๊ากจึง เซกอง ซึ่งผม mr.hotsia ได้เล่าถึงรายละเอียดไว้อย่างครบถ้วน

อ่านต่อเรื่องใกล้เคียง