MR.HOTSIA TRAVEL

เมืองด๊ากจึง เซกอง

mr.hotsia travel ลาว แขวงเซกอง HOT05639

ประเทศ
ลาว
เมือง/จังหวัด
แขวงเซกอง
รหัสเรื่อง
HOT05639
ผู้เขียน
mr.hotsia
ไทยทรงดำ ลาวโซ่ง(thaidam petchaburi)
เดินเล่นที่เมืองด๊ากจึง(dakjung main road)
thatang market to sekong laos(ตลาดท่าแตง)

เมืองด๊ากจึง เซกอง: เพชรเม็ดงามชายแดนลาว-เวียดนามที่ยังไม่ถูกค้นพบ

ถ้าพูดถึงแขวงเซกองในประเทศลาว หลายคนอาจรู้จักเมืองท่าแตงหรือเมืองตะมานกันบ้าง แต่สำหรับ เมืองด๊ากจึง หรือที่เรียกสับสนกันไปมาว่า ดากจึง ดั๊กจึง ดักจึง ผม mr.hotsia บอกเลยว่าเป็นอีกเพชรเม็ดงามที่น้อยคนจะเคยรู้จักและได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง

เมืองด๊ากจึงตั้งอยู่ติดกับชายแดนเวียดนาม ห่างจากเมืองตะมานประมาณ 100 กิโลเมตร แต่เดิมเส้นทางไปเมืองนี้ลำบากมาก ต้องใช้เวลาหลายวันเดินเท้าหรือขี่ม้าเข้าไป แต่ทุกวันนี้ถนนกำลังจะเสร็จสมบูรณ์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า (คาดว่าจะเสร็จปี 2016) ทำให้การเดินทางสะดวกขึ้นเหลือแค่ 4-5 ชั่วโมงเท่านั้น แต่สำหรับผม การได้มาเยือนเมืองนี้ก่อนถนนเสร็จนั้นกลับเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่า เพราะได้สัมผัสวิถีชีวิตและธรรมชาติที่ยังไม่ถูกแตะต้องมากนัก

การเดินทางและบรรยากาศเมืองด๊ากจึง

เริ่มต้นการเดินทางของผมจากเมืองเซกอง เมืองหลักของแขวงเซกอง แนะนำให้พักที่นี่สักคืนก่อนจะไปต่อ เพราะเส้นทางไปด๊ากจึงยังไม่ง่ายนัก โดยเฉพาะในฤดูฝน ซึ่งเสี่ยงอันตรายจากถนนลื่นและการตกเขา ผมได้ลองนั่งรถจัมโบ้หรือสามล้อจากท่าบั๊คที่อยู่ใกล้ท่ารถประมาณ 3 กิโลเมตร ค่ารถประมาณ 60 บาท ด่านชายแดนที่เมืองด๊ากจึงเรียกว่า "ด่านตะออ" เปิดเป็นด่านสากลตั้งแต่ปี 2552 สามารถใช้พาสปอร์ตข้ามไปเที่ยวเวียดนามได้เลย เส้นทางนี้เป็นเส้นทางลัดจากอุบลราชธานีไปยังเมืองดานังของเวียดนามระยะทางเพียง 300 กิโลเมตร ถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญในอนาคต

บรรยากาศในเมืองด๊ากจึงยังคงความเป็นธรรมชาติ บ้านเรือนส่วนใหญ่ของชาวพื้นเมืองเป็นบ้านไม้แบบเรียบง่าย มีตลาดเล็กๆ และร้านอาหารพื้นเมืองที่ขายเฝ๋อซึ่งเป็นอาหารเวียดนามรสชาติเยี่ยม ผมได้กินข้าวเจ้าซึ่งเป็นอาหารหลักของชาวเตรียงที่นี่ ต่างจากข้าวเหนียวที่คนลาวลุ่มนิยมกินกัน นอกจากนั้นยังมีร้านอาหารตามสั่งเล็กๆ ให้เลือกหลากหลาย

ชาวเผ่าเตรียงและวัฒนธรรมท้องถิ่น

สิ่งที่ทำให้ผมหลงใหลเมืองด๊ากจึงมากก็คือความเป็นเอกลักษณ์ของชาวเผ่าเตรียง (อ่านว่า ตะ-เรียง) ซึ่งเป็นเผ่าพื้นเมืองที่อาศัยอยู่มากที่สุดในแขวงเซกอง โดยเฉพาะที่เมืองด๊ากจึงแทบจะเป็นชาวเตรียงทั้งหมด ชาวเตรียงใช้ภาษาด๊ากกังที่ฟังดูมีคำคล้ายคำไทยบ้างแต่ก็ยากที่จะเข้าใจได้ทันที

ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมบ้านด๊ากซวง หมู่บ้านชาวเตรียงที่อยู่ห่างจากเมืองด๊ากจึงประมาณ 4 กิโลเมตร โดยมีเจ้าหน้าที่ห้องการโฆษณาและวัฒนธรรมของเมืองด๊ากจึงให้การช่วยเหลือและจัดคนพาไป บ้านด๊ากซวงเป็นหมู่บ้านเล็กๆ มีประมาณ 30 หลังคาเรือนและประชากรหลายร้อยคน ที่นี่มีน้ำธรรมชาติใสสะอาดเป็นแหล่งน้ำสำคัญของชุมชน ผมได้เดินชมวิถีชีวิตและพูดคุยกับชาวบ้านที่น่ารักมาก เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้ง่ายๆ ในแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป อ่านเรื่องชาวเผ่าเตรียงที่เมืองด๊ากจึง เพื่อทำความรู้จักกับพวกเขาให้ลึกซึ้งขึ้น

ธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวที่ยังรอการค้นพบ

เมืองด๊ากจึงไม่ได้มีแค่ความเป็นชุมชนชนเผ่าเท่านั้น แต่ยังมีน้ำตกและธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่งที่ยังไม่ถูกค้นพบอย่างเต็มที่ ผมเชื่อว่าน้ำตกเหล่านี้น่าจะมีอีกมาก เพราะเมืองนี้เพิ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาไม่นานนัก สภาพแวดล้อมยังคงความบริสุทธิ์และสงบมาก เหมาะสำหรับคนที่ชอบการผจญภัยและธรรมชาติแบบดิบๆ

นอกจากนี้ยังมีเขื่อนเซตะมานที่สร้างโดยประเทศเวียดนามในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจและทำให้พื้นที่นี้มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในอนาคต

ชีวิตประจำวันที่ตลาดและร้านอาหารท้องถิ่น

ช่วงเช้าผมได้แวะไปดูตลาดเล็กๆ ในเมืองด๊ากจึง ที่นี่จะเห็นผู้คนมาเดินซื้อของสดและของใช้ประจำวัน ตลาดไม่ใหญ่โตเหมือนในเมืองใหญ่ แต่เต็มไปด้วยสีสันและวิถีชีวิตของชาวบ้านที่เรียบง่าย

ร้านอาหารส่วนใหญ่จะเป็นร้านเล็กๆ ราคาไม่แพงอย่างร้านเฝ๋อที่ผมแวะกิน อาหารรสชาติดีและถูกปากคนไทยอย่างผมมาก นอกจากนั้นยังมีร้านข้าวตามสั่งที่ขายข้าวจ้าวแบบชาวเตรียงซึ่งคล้ายข้าวญี่ปุ่น รสชาติแปลกและอร่อยดีทีเดียว

คำแนะนำสำหรับนักเดินทาง

ถ้าคุณอยากไปเยือนเมืองด๊ากจึง mr.hotsia แนะนำให้เตรียมตัวให้พร้อม โดยเฉพาะถ้าจะเดินทางในฤดูฝน ควรหลีกเลี่ยง เพราะถนนลื่นและบางช่วงอาจต้องนอนค้างกลางป่า นอกจากนี้เมื่อมาถึงเมืองด๊ากจึง ต้องไปขออนุญาตถ่ายภาพและท่องเที่ยวที่ห้องการโฆษณาและวัฒนธรรมของเมืองเสียก่อน ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ผมก็ทำตามและได้รับความช่วยเหลืออย่างดี

สำหรับที่พักในเมืองมีบ้านพักของชาวบ้านเปิดให้บริการคืนละประมาณ 100 บาท สะดวกสบายพอสมควร หากต้องการความสะดวกมากขึ้น อาจพักที่เมืองเซกองก่อนแล้วค่อยเดินทางมาเที่ยวด๊ากจึง

เชื่อมต่อเส้นทางและอนาคตเมืองด๊ากจึง

เส้นทางถนนจากเมืองตะมานไปเมืองด๊ากจึงกำลังจะเสร็จสมบูรณ์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งคาดว่าเมืองนี้จะกลายเป็นเมืองเอกของแขวงเซกองและเป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญระหว่างลาวกับเวียดนาม เส้นทางนี้จะทำให้การขนส่งและการท่องเที่ยวสะดวกขึ้นมาก โดยเฉพาะการเดินทางไปเมืองดานังของเวียดนามโดยไม่ต้องผ่านท่าเรือคลองเตยหรือเส้นทางอื่นที่ซับซ้อน

ผมคิดว่าเมืองด๊ากจึงกำลังจะกลายเป็นเป้าหมายใหม่ของนักท่องเที่ยวที่ชอบการผจญภัยและสำรวจวัฒนธรรมชนเผ่าที่แท้จริง ถ้าคุณชอบเที่ยวแบบลึกซึ้งและอยากเห็นอะไรที่ยังไม่ค่อยมีคนไป mr.hotsia แนะนำให้รีบมาเยือนก่อนที่ถนนจะเสร็จและนักท่องเที่ยวจะเริ่มแห่กันมา

สำหรับข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติมและรายละเอียดเส้นทางสามารถอ่านได้ที่ เดินทางเซกองไปด๊ากจึง และถ้าสนใจวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวเผ่าเตรียงที่นี่ คลิกอ่านชาวเผ่าเตรียงที่เมืองด๊ากจึง เพื่อเตรียมตัวและเข้าใจเมืองนี้มากขึ้นครับ

mr.hotsia
ธันวาคม 2553

อ่านต่อเรื่องใกล้เคียง