ทานาคา พม่า
mr.hotsia travel พม่า เขตมัณฑะเลย์ (Mandalay) HOT04741
ทานาคา พม่ากับประสบการณ์ตรงจาก mr.hotsia
ถ้าพูดถึง “ทานาคา” หลายคนอาจจะนึกถึงผงสีเหลืองทองที่สาวพม่าทั่วประเทศใช้ทาหน้ากันอย่างแพร่หลาย ความจริงแล้วทานาคาไม่ใช่แค่เครื่องสำอางธรรมชาติ แต่เป็นสิ่งที่สืบทอดทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวพม่ามาอย่างยาวนาน และในทริปล่าสุดของผม mr.hotsia ได้มีโอกาสไปสัมผัสกับทานาคาอย่างใกล้ชิดที่เมืองบากัน (พุกาม) เขตมัณฑะเลย์ พม่า
บรรยากาศที่ผมได้พบกับสาวบากันผู้ใจดีที่โรงแรมแกรนด์เอ็มไพน์ (Grand Empire Hotel) เป็นอะไรที่ประทับใจสุด ๆ เธอไม่เพียงแต่ทาทานาคาให้ผมดู แต่ยังสาธิตวิธีการฝนทานาคาอย่างละเอียดตั้งแต่ต้นจนจบให้เห็นกันจะจะ การฝนทานาคาคือการนำเปลือกไม้ทานาคาที่มีเนื้อแข็ง มาฝนกับหินที่เรียกว่า “หินฝนทานาคา” ใส่น้ำเล็กน้อยจนเกิดเป็นเนื้อครีมสีเหลืองนวล ๆ แล้วจึงนำมาทาที่ใบหน้า
ผมจำได้ว่าตอนนั้นกลิ่นของทานาคามีความหอมอ่อน ๆ แบบธรรมชาติ ไม่เหมือนกลิ่นน้ำหอมทั่วไปที่เราคุ้นเคย และพอทาแล้วจะรู้สึกเย็นสบาย เหมือนเป็นครีมกันแดดจากธรรมชาติที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดและความร้อนของเมืองพม่าที่ร้อนแรงมาก การที่ผมได้ลองทาทานาคาเอง ทำให้เข้าใจถึงความใส่ใจในวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวพม่าอย่างลึกซึ้งขึ้น
ทานาคาในโรงแรมและวิถีชีวิตชาวพม่า
ถ้าคุณเดินทางไปพม่า ไม่ว่าจะเป็นมัณฑะเลย์ บากัน หรือพินอูลวิน คุณจะเห็นว่าทานาคาไม่ได้มีขายแค่ริมถนนหรือร้านขายของพื้นเมืองเท่านั้น แต่ยังมีให้บริการในโรงแรมหลายแห่ง รวมถึงโรงแรมเล็กใหญ่ที่ผมพักตามทริปต่าง ๆ ด้วย ทานาคาในโรงแรมมักจะอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งพร้อมหินฝน ซึ่งนักท่องเที่ยวอย่างผมสามารถลองฝนและทาเองได้เลย เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ช่วยให้การเดินทางได้สัมผัสวิถีชีวิตจริง ๆ ของคนท้องถิ่น
ในมัณฑะเลย์เอง ผมเคยไปเที่ยวตลาดเทพีและลองชิมอาหารท้องถิ่นอย่างก๋วยเตี๋ยวพม่า และกาแฟพม่า ที่ไม่ค่อยนิยมกาแฟสดเหมือนบ้านเรา (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ อาหารการกินชาวมัณฑะเลย์) การทานาคาเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนที่นี่ เห็นสาว ๆ ทาหน้าทานาคาเดินไปเดินมาในตลาด หรือตามถนนหนทาง มันทำให้ผมนึกถึงความเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของพม่า
เชื่อมโยงกับการเดินทางและวัฒนธรรมในมัณฑะเลย์และบากัน
สำหรับคนที่กำลังวางแผนจะไปเที่ยวพม่า การเดินทางจากมัณฑะเลย์ไปบากันนั้นสะดวกสบาย ผมใช้บริการรถของบริษัท OK ซึ่งราคาประมาณ 300 บาทต่อคน ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง รวมเวลาหยุดพักกินนกกระจิบทอดที่เป็นอาหารว่างพื้นถิ่นที่อร่อยมาก (อ่านรายละเอียดการเดินทางได้ที่ การเดินทางจากมัณฑะเลย์ไปบากัน)
เมื่อมาถึงบากัน สิ่งที่ผมประทับใจคือบรรยากาศเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยเจดีย์และวัดโบราณ และแน่นอนที่ขาดไม่ได้คือการได้ลองทาทานาคาแบบดั้งเดิมจากสาวบากันที่ผมเล่าให้ฟังตอนต้น หากใครอยากสัมผัสวิถีชีวิตแท้จริงของชาวพม่านอกเหนือจากการนั่งรถม้าชมเมืองหรือเดินตลาด (ซึ่งผมแนะนำให้ลองเที่ยวที่ พินอูลวิน ด้วย) ทานาคาเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่คุณไม่ควรพลาด
ทานาคาและความงามแบบพม่าในชีวิตประจำวัน
ผมจำได้ว่าขณะที่นั่งดื่มกาแฟในร้านเล็ก ๆ ที่มิถิลา ซึ่งเป็นเมืองที่ไม่ไกลจากมัณฑะเลย์ ผมเห็นผู้หญิงพม่าใช้ทานาคาอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้แต่งหน้าอะไรเยอะ แต่ทานาคาช่วยให้หน้าพวกเธอดูสดใสและมีสุขภาพดี นอกจากนั้นยังช่วยป้องกันแสงแดดในแต่ละวันได้อย่างดี (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ อาหารการกินในเมืองมิถิลา พม่า)
สำหรับผม mr.hotsia การได้ลองใช้ทานาคาไม่ใช่แค่การลองของแปลกแต่เป็นการเข้าใจวัฒนธรรมและความงามแบบดั้งเดิมของพม่าอย่างแท้จริง เราไม่ได้เพียงแค่เที่ยวชมสถานที่ แต่ได้สัมผัสวิถีชีวิตจริง ๆ ของผู้คนท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง
สรุปประสบการณ์และคำแนะนำ
ถ้าคุณมาเที่ยวพม่า โดยเฉพาะในเขตมัณฑะเลย์และบากัน ผมแนะนำให้ลองหาประสบการณ์ทาทานาคาแบบดั้งเดิมดูสักครั้ง ลองฝนเอง ทาเอง และรู้สึกถึงความเย็นสบายที่มาจากธรรมชาติแท้ ๆ ที่ชาวพม่าภูมิใจนำเสนอ นอกจากนั้นการเดินทางในพม่ายังเต็มไปด้วยเรื่องราวน่าสนใจ ตั้งแต่ตลาดท้องถิ่น อาหารพื้นเมือง จนถึงการนั่งรถม้าชมเมือง พินอูลวิน ที่ผมแนะนำในทริปก่อน
ทานาคาอาจดูเหมือนแค่ผงสีเหลืองทองธรรมดา แต่สำหรับผม mr.hotsia มันคือหน้าต่างที่เปิดให้เห็นวิถีชีวิตและหัวใจของพม่าที่แท้จริง ใครที่ชอบเที่ยวแบบลึกซึ้งและสัมผัสวัฒนธรรมอย่างแท้จริง ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ