MR.HOTSIA TRAVEL

ท่าเรือโดยสารจังหวัดก่าเมา (Ca Mau Boat station)

mr.hotsia travel เวียดนาม ก่าเมา(Cà Mau) HOT06592

ประเทศ
เวียดนาม
เมือง/จังหวัด
ก่าเมา(Cà Mau)
รหัสเรื่อง
HOT06592
ผู้เขียน
mr.hotsia
หมึกปุ่มย่างเวียดนาม
ข้าวหมกไก่เวียดนาม
แหนมฟางเวียดนาม

ท่าเรือโดยสารจังหวัดก่าเมา (Ca Mau Boat station) กับประสบการณ์ล่องเรือในสามเหลี่ยมแม่น้ำโขง

สวัสดีครับ ผม mr.hotsia วันนี้จะพาเพื่อนๆ มาดื่มด่ำกับวิถีชีวิตและการเดินทางทางน้ำที่จังหวัดก่าเมา (Cà Mau) ประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นจังหวัดใต้สุดของประเทศ และมีท่าเรือโดยสารหลักสองแห่งที่ผมได้สัมผัสมาโดยตรง นี่คือจุดเริ่มต้นของการล่องเรือที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของแม่น้ำและคลองในสามเหลี่ยมแม่น้ำโขงที่ผมอยากให้ทุกคนรู้จักและได้ลองสัมผัสด้วยตัวเองครับ

ท่าเรือกลางเมืองก่าเมา กับเส้นทางเดินเรือหลากหลาย

ท่าเรือแรกที่ผมเดินทางมาถึงคือท่าเรือใจกลางเมืองก่าเมา อยู่ไม่ไกลจากตลาดนักซึ่งเป็นตลาดสดใหญ่ของเมืองที่เต็มไปด้วยความคึกคักและของสดจากแม่น้ำโขง สำหรับนักเดินทางที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านริมแม่น้ำ ท่าเรือนี้ตอบโจทย์ได้ดีมาก เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อเรือโดยสารหลายเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นจากลักย้า (Rach Gia) ก่าเมา (Ca Mau) นัมกัน (Nam Can) และดัทมุ๋ย (Dat Mui) รวมถึงเมืองอื่นๆ รอบจังหวัด

ผมเดินทางมาถึงท่าเรือนี้โดยเรือจากลักย้า (Rach Gia) ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง เรือโดยสารที่นี่ราคาไม่แพงมาก ประมาณ 60,000 ดอง หรือราว 90 บาทต่อเส้นทาง มีตารางเรือชัดเจนและราคาถูกกำหนดไว้เพื่อป้องกันการเอาเปรียบนักท่องเที่ยว ทำให้รู้สึกปลอดภัยและสะดวกสบายเมื่อใช้บริการ คุณสามารถดูตำแหน่ง GPS ของท่าเรือและตารางเดินเรือได้จากแผนที่ Google Maps ที่ผมได้ลงไว้ในบทความนี้ เพื่อวางแผนการเดินทางได้อย่างง่ายดาย

บรรยากาศท่าเรือจะมีร้านอาหารและร้านกาแฟเล็กๆ ให้แวะพักระหว่างรอเรือ รวมถึงห้องสุขาแบบท้องถิ่นที่มีไว้บริการ พื้นที่โดยรอบให้ความรู้สึกแบบบ้านๆ ริมน้ำที่ยังคงความเป็นธรรมชาติและวิถีชีวิตพื้นบ้านไว้อย่างดี

ท่าเรือไปจังหวัดคันโถ (Can Tho) ท่าเรือแห่งที่สองที่ต้องรู้จัก

อีกท่าเรือหนึ่งที่ผมได้ลองเดินทางคือท่าเรือที่ใช้เดินทางไปยังจังหวัดคันโถ (Can Tho) หรือที่คนไทยมักเรียกกันว่าเกิ่นเทอ (อ่านออกเสียงแบบเวียดนาม) ท่าเรือนี้ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองก่าเมาไปทางทิศเหนือประมาณ 6 กิโลเมตร หากจะเดินทางมาขึ้นเรือที่นี่ ผมแนะนำให้เรียกแท็กซี่จากตัวเมืองมา ค่ารถประมาณ 50,000 ดอง หรือ 75 บาท ซึ่งไม่แพงเลยสำหรับระยะทางนี้

เรือโดยสารไปคันโถจะออกวันละ 2 รอบ คือ 08.00 น. และ 13.00 น. ค่าโดยสาร 120,000 ดอง หรือประมาณ 180 บาท ใช้เวลาล่องเรือประมาณ 3-4 ชั่วโมง ซึ่งเส้นทางนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าประทับใจ เพราะระหว่างทางจะได้เห็นวิถีชีวิตชาวบ้านริมแม่น้ำ ตลาดน้ำและเรือบรรทุกสินค้าท้องถิ่นต่างๆ ที่ยังคงใช้การเดินทางทางน้ำเป็นหลัก

สำหรับนักเดินทางที่อยากสัมผัสบรรยากาศการเดินทางแบบชาวบ้านแท้ๆ เส้นทางนี้เหมาะมาก ผมเองชอบมากเพราะได้เห็นหมู่บ้านเผาถ่านริมแม่น้ำ และปั้มน้ำมันที่ตั้งอยู่บนเรือ สิ่งที่ผมประทับใจคือความเงียบสงบและความเป็นธรรมชาติที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในสามเหลี่ยมแม่น้ำโขงแห่งนี้

วิถีชีวิตและตลาดสดเมืองก่าเมา

พูดถึงจังหวัดก่าเมาแล้ว จะไม่พูดถึงตลาดสดริมน้ำคงไม่ได้ ผมเคยไปเดินเที่ยวตลาดสดที่นี่ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองใหญ่หน้าเมือง เป็นตลาดที่มีเรือกำปั่นเก่าแก่บรรทุกผลไม้และสินค้าต่างๆ มาขาย เช่น ส้มโอ กล้วย และสัตว์น้ำหลากชนิดที่หาได้จากแม่น้ำโขง เช่น ปลาสลิดก่าเมา ซึ่งคล้ายกับปลาสลิดบ้านบางบ่อ แต่จะไม่ตัดหัวและแห้งกว่าในแบบที่ผมเคยเห็นที่บ้านเกิด ผมเองยังไม่ได้ลองชิมแต่ดูน่าลองมากๆ

ตลาดสดแห่งนี้เป็นศูนย์กลางของชาวบ้านและพ่อค้าแม่ขายที่ยังคงรักษาวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไว้ มีทั้งงู นก เป็ด ไก่ และวัตถุดิบพื้นบ้านที่หายากในเมืองใหญ่ ถือเป็นจุดที่ผมแนะนำให้แวะชมและสัมผัสบรรยากาศจริงของเมืองก่าเมา

สำหรับใครที่อยากรู้จักจังหวัดนี้แบบลึกซึ้ง ผมแนะนำให้อ่าน ข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัดก่าเมา ที่ผมเขียนไว้จะช่วยให้เข้าใจบริบทและความเป็นมาของจังหวัดนี้ได้ดียิ่งขึ้นครับ

อาหารท้องถิ่นที่ไม่ควรพลาดระหว่างรอเรือ

เมื่อพูดถึงก่าเมา อาหารพื้นเมืองที่ผมเจอและอยากแนะนำคือแฮมเบอร์เกอร์เมืองก่าเมา ที่ขายตามรถเข็นริมถนนในตัวเมือง ใกล้วงเวียนหอนาฬิกา ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของที่นี่ แฮมเบอร์เกอร์จะใส่เนื้อวัวทอดและไข่เพิ่มความอร่อย พร้อมผักสดๆ ราคาเพียง 20-30 บาทเท่านั้น เป็นอาหารเช้าที่สะดวกและเติมพลังได้ดีมากสำหรับนักเดินทางอย่างผม

นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารริมท่าเรือที่เสิร์ฟอาหารเวียดนามแท้ๆ ผมเคยลองหมึกปุ่มย่างที่นี่ รสชาติกลมกล่อมและสดใหม่มาก เหมาะกับคนชอบอาหารทะเล และยังมีเมนูข้าวหมกไก่เวียดนามที่น่าลอง สำหรับผู้ที่สนใจชมคลิปกินอาหารพวกนี้ สามารถดูได้จาก YouTube ที่ผมแนบไว้ในบทความนี้ครับ

การเดินทางและเคล็ดลับจาก mr.hotsia

การเดินทางมาท่าเรือทั้งสองแห่งในก่าเมาแนะนำให้วางแผนเวลาให้ดี โดยเฉพาะเส้นทางไปคันโถที่เรือออกวันละสองรอบ หากต้องการความสะดวกสบายควรจองตั๋วล่วงหน้า หรือสอบถามข้อมูลจากที่พักและคนท้องถิ่น เพราะบางครั้งตารางเรืออาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพอากาศ

สำหรับการเดินทางจากลักย้า (Rach Gia) มาที่ก่าเมา ผมแนะนำเส้นทางเรือซึ่งเป็นทางเลือกที่สนุกและได้สัมผัสธรรมชาติและวิถีชีวิตชาวบ้านอย่างแท้จริง อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน เรือจากลักย้าไปกาเมา ที่ผมเขียนไว้ครับ

ส่วนเส้นทางจากก่าเมาไปยังเมืองดัทมุ๋ย (Dat Mui) ซึ่งเป็นเมืองเล็กใต้สุดของจังหวัด ที่ผมเคยเดินทางด้วยเรือและมีโอกาสไปสำรวจปลายแหลมก่าเมา สามารถอ่านเรื่องราวการเดินทางและบรรยากาศเมืองนี้ได้ใน เมืองดัทมุ๋ย ของผมครับ

สรุปความประทับใจของ mr.hotsia กับท่าเรือก่าเมา

ท่าเรือโดยสารจังหวัดก่าเมาไม่ใช่แค่จุดต่อเรือธรรมดา แต่เป็นประตูสู่การเรียนรู้และสัมผัสวิถีชีวิตริมน้ำในสามเหลี่ยมแม่น้ำโขงอย่างแท้จริง ที่นี่ผมได้เห็นความงดงามของธรรมชาติ การค้าขายทางน้ำ และวัฒนธรรมการเดินทางที่ยังคงอยู่กับชาวบ้านอย่างเหนียวแน่น

ถ้าคุณอยากหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองใหญ่ และมองหาประสบการณ์การเดินทางที่แตกต่าง ท่าเรือก่าเมานี่แหละคือจุดเริ่มต้นที่ผมอยากแนะนำให้คุณลองมาเดินเล่น ชิมอาหารท้องถิ่น และล่องเรือชมธรรมชาติแบบไม่เร่งรีบ

อย่าลืมเตรียมกล้องถ่ายรูปและใจที่พร้อมเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมผม mr.hotsia ถึงหลงรักการเดินทางที่นี่ครับ

อ่านต่อเรื่องใกล้เคียง