รถประจำทางจากเดียนเบียนฟูไปลายเจิว
mr.hotsia travel เวียดนาม เดี่ยนเบียน(Điện Biên) HOT07914
รถประจำทางจากเดียนเบียนฟูไปลายเจิว: ประสบการณ์เดินทางและรสชาติอาหารท้องถิ่นกับ mr.hotsia
ถ้าคุณกำลังวางแผนท่องเที่ยวในเวียดนามเหนือ และมีโอกาสได้สัมผัสเมืองเดียนเบียนฟู (Điện Biên) เมืองประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและวัฒนธรรมหลากหลายชาติพันธุ์ หนึ่งในเส้นทางที่ผม mr.hotsia อยากแนะนำคือการเดินทางด้วยรถประจำทางจากเดียนเบียนฟูไปยังลายเจิว (Lai Châu) ซึ่งเป็นจังหวัดที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกัน แต่มีบรรยากาศและวิถีชีวิตที่แตกต่างอย่างชัดเจน
เมื่อผมเดินทางมาถึงเดียนเบียนฟูหลังจากผ่านเส้นทางจากไทยข้ามแดนผ่านด่านเชียงของและต่อรถผ่านห้วยทรายไปยังเมืองอุดมไชยและเมืองขวา (อ่านเพิ่มเติมได้ใน เที่ยวเดียนเบียนฟู) ผมใช้เวลาสองคืนที่นี่เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตของชาวไทดำและกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ ก่อนจะเริ่มต้นการเดินทางด้วยรถประจำทางไปลายเจิวในเช้าวันรุ่งขึ้น
เส้นทางและบรรยากาศบนรถประจำทาง
รถประจำทางจากเดียนเบียนฟูไปลายเจิวเป็นรถมินิแวนขนาด 20 ที่นั่ง ออกเดินทางประมาณ 6.30 น. ทุกวัน ไม่มีรถกลางคืน การซื้อตั๋วสามารถทำได้ที่สถานีขนส่งเดียนเบียนฟูล่วงหน้าหนึ่งวัน หรือบางครั้งก็ซื้อตอนเช้าวันเดินทางเลยก็ได้ แต่ผมแนะนำให้ซื้อก่อนเพื่อความชัวร์ เพราะที่นั่งมีจำนวนจำกัดและคนเดินทางเยอะมาก
เส้นทางนี้ผ่านภูเขาสลับซับซ้อนและป่าดงดิบที่สมบูรณ์ วิวสองข้างทางทำให้ผมรู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนหลังคารถที่กำลังแล่นผ่านภาพวาดธรรมชาติที่มีชีวิตชีวา มีหมู่บ้านชาวไทดำให้เห็นตลอดทาง ชุดประจำชาติสีดำที่พวกเขาแต่งเต็มยศกับวิถีชุมชนที่ยังคงรักษาไว้เหมือนเดิมมาตั้งแต่บรรพบุรุษ
ระหว่างทางรถจะจอดพักให้กินมะม่วงสด ๆ จากแผงริมถนน และแวะทานข้าวเที่ยงในร้านอาหารท้องถิ่นที่บรรยากาศเรียบง่าย อาหารที่นี่มีทั้งข้าวสวยร้อน ๆ กับผักสด และเมนูเนื้อสัตว์ปรุงรสอย่างเข้มข้นที่สะท้อนความชอบอาหารร้อนของชาวลายเจิวอย่างชัดเจน
อาหารเช้าของชาวลายเจิว: รสชาติที่ผม mr.hotsia ยังจำได้ไม่ลืม
หลังจากลงจากรถที่ลายเจิว ผมตัดสินใจเดินเล่นในตลาดเช้าเพื่อสำรวจอาหารพื้นเมืองที่นี่ พบกับร้านขายข้าวเหนียวนึ่งร้อน ๆ โรยด้วยหมูหยองที่เรียกว่า Xôi หรือ Xoi ข้าวเหนียวที่นี่ไม่ใช่แค่สีขาวธรรมดา แต่มีสีสันหลากหลายที่ได้จากส่วนผสมจากธรรมชาติ เช่น ใบสับปะรดและผักประจำถิ่นที่หากินได้เฉพาะในกลุ่มชาติพันธุ์ Tay, Thai และ Muong ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ทำให้ข้าวเหนียวมีรสชาติและกลิ่นหอมเฉพาะตัว
นอกจากนี้ ผมยังได้ลอง Banh cuon cha nong หรือหมูย่างร้อน ๆ เสิร์ฟพร้อมข้าวเกรียบปากหม้อเวียดนาม ที่เนื้อหมูหอมกลิ่นย่างแบบดั้งเดิม กินกับแป้งนุ่ม ๆ ของข้าวเกรียบปากหม้อ เป็นมื้อเช้าที่อร่อยลงตัวมากๆ สำหรับผม mr.hotsia ที่เดินทางมาไกล
มื้อเที่ยงและมื้อเย็น: ประสบการณ์อาหารที่ลายเจิว
ช่วงเที่ยง ผมเลือกกินข้าวผัดร้านเล็ก ๆ หน้าโรงแรมที่พัก ข้าวผัดใส่เนยหอมกรุ่น ผัดแห้ง ๆ พร้อมใส่ผักกาดดองที่ให้ความเปรี้ยวเล็กน้อยตัดกับความมันของเนย อาหารจานนี้สำหรับผมเป็นที่สุดของความเรียบง่ายที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา และยังเป็นเมนูที่ผมคิดว่าจะลองทำกินเองที่บ้านในอนาคตแน่นอน
พอถึงมื้อเย็น ผมตัดสินใจลุยตลาดริมถนนที่ลายเจิว ซึ่งมีร้านอาหารตั้งเรียงรายเต็มไปหมด ผมสั่งผัดเต้าหู้และไก่ต้มที่ปรุงใหม่ร้อน ๆ ตามแบบฉบับชาวลายเจิวที่นิยมกินอาหารสดใหม่ร้อน ๆ เสมอ นี่คือสิ่งที่ผมรู้สึกว่าตรงกับสภาพภูมิอากาศหนาวเย็นของที่นี่ เพราะอาหารเย็นหรือเย็นจัดคงไม่ใช่ทางเลือกที่ดี
วัฒนธรรมอาหารและวิถีชีวิตของชาวลายเจิว
อาหารของชาวลายเจิวได้รับอิทธิพลจากชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในพื้นที่นี้ โดยเฉพาะการใช้ข้าวเหนียวที่มีสีสันและส่วนผสมหลากหลาย เช่น ถั่วเขียว ถั่วดำ เนื้อปลา ข้าวโพด มะม่วง และทุเรียน ซึ่งแตกต่างจากข้าวเหนียวในภาคอีสานของไทยหรือลาวที่มักจะกินกับผลไม้หวาน ๆ อย่างข้าวเหนียวมะม่วงหรือข้าวเหนียวทุเรียน
ที่น่าสนใจคือชาวไทยและชาวลาวในภูมิภาคนี้มักใช้ข้าวเหนียวเป็นอาหารหลักในชีวิตประจำวัน ขณะที่กลุ่มชาติพันธุ์ Kinh ของเวียดนามส่วนใหญ่จะกินข้าวเหนียวเป็นอาหารว่างหรือในโอกาสพิเศษเท่านั้น ซึ่งผม mr.hotsia รู้สึกได้ถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมและรสชาติที่น่าค้นหาในทุกคำที่ได้ลิ้มลอง
สรุปประสบการณ์และคำแนะนำ
การเดินทางด้วยรถประจำทางจากเดียนเบียนฟูไปลายเจิวเป็นประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยความประทับใจ ไม่ใช่แค่เส้นทางที่สวยงามและมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มากมาย แต่ยังเต็มไปด้วยรสชาติอาหารท้องถิ่นที่หลากหลายและวัฒนธรรมที่น่าค้นหา สำหรับใครที่อยากสัมผัสความเป็นเวียดนามเหนือแบบลึกซึ้ง แนะนำให้เดินทางตามเส้นทางนี้และลองชิมอาหารท้องถิ่นอย่างที่ผม mr.hotsia ได้เล่าให้ฟัง
ถ้าคุณสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเดียนเบียนฟู สามารถอ่านเรื่องราวและประสบการณ์ของผมได้ที่ เที่ยวเดียนเบียนฟู และสำหรับการเดินทางต่อไปยังซาปา ก็มีรายละเอียดในบทความ เดินทางจากเดียนเบียนฟูมาซาปา ที่ผมเขียนไว้เช่นกัน