เดินทางจากเดียนเบียนฟูมาซาปา
mr.hotsia travel เวียดนาม เดี่ยนเบียน(Điện Biên) HOT07915
เดินทางจากเดียนเบียนฟูมาซาปา: เส้นทางที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและวิวธรรมชาติ
ถ้าพูดถึงการเดินทางจากประเทศไทยไปยังเมืองซาปาในเวียดนามเหนือ หลายคนอาจนึกถึงเส้นทางผ่านหลวงพระบางหรือฮานอย แต่สำหรับผม mr.hotsia เส้นทางที่ผ่านเมืองเดียนเบียนฟูนั้นเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่ามาก โดยเฉพาะสำหรับคนที่มีเวลาพอจะหยุดแวะตามเมืองต่าง ๆ เพื่อซึมซับบรรยากาศและวิถีชีวิตท้องถิ่นอย่างแท้จริง
เส้นทางนี้เริ่มต้นจากจังหวัดเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นด่านผ่านแดนสำคัญของไทย ข้ามฝั่งไปที่ห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว จากนั้นผมเลือกนั่งรถประจำทางต่อไปยังเมืองอุดมไชย (Udomxai) ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง โดยพักที่นี่หนึ่งคืน คืนละประมาณ 200 บาท ที่พักอยู่ใกล้กับสถานีขนส่งสะดวกมาก วันที่สองผมเดินทางต่อไปยังเมืองขวา (Muang Khua) ในแขวงพงสาลี ใช้เวลาอีก 4 ชั่วโมงเพื่อสัมผัสธรรมชาติภูเขาสูงที่สลับซับซ้อนและวิถีชีวิตชาวไทดำที่ยังคงเอกลักษณ์ในเส้นทางนี้
จากเมืองขวา ผมออกเดินทางเช้ามืดไปยังเดียนเบียนฟู ใช้เวลาราว 7 ชั่วโมง รถวิ่งผ่านภูเขาและป่าเขาเขียวชอุ่ม วิวสองข้างทางสวยงามจนผมต้องหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายอยู่หลายครั้ง เดียนเบียนฟู เป็นเมืองที่ผมเคยพูดถึงในบทความก่อนหน้านี้ว่าเป็นเมืองหลวงของชาวไทยดำหรือไตลำ ที่นี่มีชาวไทยดำพูดภาษาไทยได้อย่างชัดเจน ผมเองได้มีโอกาสพูดคุยกับคนท้องถิ่น และได้ตัดผมที่ร้านชาวไทยดำในเมือง เดียนเบียนฟูจึงไม่ใช่แค่จุดผ่านทาง แต่มันเป็นโอกาสให้เราได้สัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่มีความผูกพันกับบ้านเรามากกว่าที่คิด
ประสบการณ์นั่งรถมินิแวนจากเดียนเบียนฟูไปซาปา
หลังจากพักเที่ยวเดียนเบียนฟูอยู่สองคืน ผมได้เตรียมตัวเดินทางต่อไปยังซาปา การเดินทางจากเดียนเบียนฟูไปซาปาสะดวกด้วยรถมินิแวนขนาด 20 ที่นั่ง ออกเดินทางวันละครั้งตอนประมาณ 6.30 น. รถไม่วิ่งกลางคืน ดังนั้นถ้าใครจะเดินทางต้องวางแผนล่วงหน้าให้ดี
ผมแนะนำให้ซื้อตั๋วที่สถานีขนส่งเดียนเบียนฟูเลย จะได้ราคาชัดเจนและไม่มีปัญหาเรื่องราคาที่อาจถูกเรียกเก็บเพิ่มบนรถในภายหลัง ตอนผมซื้อตั๋วไปซาปามาล่วงหน้าหนึ่งวันตอนเย็นก่อนเดินทางในวันรุ่งขึ้น สะดวกและมั่นใจดีครับ
ระหว่างทางรถจะจอดแวะพักเพื่อกินมะม่วงสด ๆ จากสวนในพื้นที่ และแวะกินข้าวเที่ยงที่ร้านอาหารเล็ก ๆ ริมทาง ซึ่งมีเมนูให้เลือกทั้งข้าวและเฝอ (ก๋วยเตี๋ยวเวียดนาม) ร้านนี้คนไม่เยอะมาก ผมเลยเดินไปซื้อเอง ราคาก็ไม่แพงมาก อาหารอร่อย รสชาติดีแบบบ้าน ๆ และไม่วุ่นวายเหมือนร้านใหญ่ ๆ ที่นักท่องเที่ยวเยอะ
เดินเล่นตลาดซาปา: จุดเริ่มต้นของการสำรวจเมือง
เมื่อมาถึงซาปา ช่วงสาย ๆ ผมเลือกเดินจากจุดลงรถไปยังตลาดซาปา ซึ่งเป็นศูนย์กลางของที่พักและร้านค้าในเมืองนี้ ถ้าใครไม่รู้ทาง ผมแนะนำให้จำประโยคสั้น ๆ ว่า "ดีเจอะเอ๋อเดา" (Dịch dạ ếo dạo) ซึ่งเป็นคำที่คนท้องถิ่นใช้บอกทางได้อย่างดี จากนั้นก็เดินตามมือชี้ของคนแถวนั้นไปได้เลย
ตลาดซาปาเป็นที่รวมของชาวเขาหลายเผ่าที่นำสินค้าพื้นเมืองมาขาย ทั้งผ้าทอมือ งานฝีมือ และอาหารท้องถิ่น อากาศที่นี่เย็นสบายตลอดทั้งปี และบรรยากาศที่ตลาดทำให้ผมรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและรอยยิ้มของผู้คน
เรื่องราวและวิถีชีวิตที่ผมสัมผัสระหว่างทาง
การเดินทางผ่านเดียนเบียนฟูและต่อไปยังซาปาไม่ได้เป็นแค่การเปลี่ยนสถานที่ แต่เป็นการได้เรียนรู้วัฒนธรรมและความหลากหลายของชุมชนที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมเอาไว้ ผมได้พูดคุยกับชาวไตลำที่เดียนเบียนฟู ได้ลองชิมอาหารพื้นเมืองที่ตลาด และได้เห็นการแต่งกายแบบไทยดำที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
นอกจากนี้เส้นทางที่ผ่านภูเขาและทุ่งนาสลับซับซ้อน ทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้หลบหนีความวุ่นวายของเมืองใหญ่ และได้สัมผัสกับธรรมชาติที่สดชื่นและบริสุทธิ์ การเดินทางครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การข้ามพรมแดน แต่เป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ ๆ ที่ผมอยากแนะนำให้ทุกคนได้ลองสัมผัสด้วยตัวเอง
เพิ่มเติมจาก mr.hotsia: เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยและลิงก์ที่น่าสนใจ
ถ้าใครสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเมืองเดียนเบียนฟู ผมเคยเขียนบทความไว้ว่า เที่ยวเดียนเบียนฟู ซึ่งเจาะลึกทั้งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเมืองนี้ รวมถึง เมืองหลวงชาวไทยดำ เดียนเบียนฟู ที่เล่าถึงวิถีชีวิตและความเป็นมาของชาวไตลำอย่างละเอียด
สำหรับคนที่อยากรู้เรื่องการเดินทางจากเดียนเบียนฟูไปยังเมืองอื่น ๆ ในเวียดนามเหนือ เช่น เซิลลา หรือ ลายเจิว ผมก็ได้แชร์ประสบการณ์ไว้ในบทความ รถจากเดียนเบียนฟูไปเซิลลา และ รถประจำทางจากเดียนเบียนฟูไปลายเจิว ซึ่งมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากสำหรับการวางแผนทริป
สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากคลิปวิดีโอที่ผมชื่นชอบเกี่ยวกับอาหารเวียดนาม ให้ลองดูเพื่อเพิ่มอรรถรสในการเดินทางครั้งนี้ครับ
- หมึกปุ่มย่างเวียดนาม
- ข้าวหมกไก่เวียดนาม
- แหนมฟางเวียดนาม
สำหรับผม mr.hotsia การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนโลเคชั่น แต่เป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยมิตรภาพและเรื่องราวชีวิตจริงจากสนามจริงที่อยากให้ทุกคนได้สัมผัสด้วยตัวเอง